เรื่องเล่าจากญี่ปุ่นตามสัญญา :โครงการ International Understanding
เรื่องนี้ต้องเล่ากันยาวและคงแบ่งออกเป็นตอนๆครับ ตามสาระที่ได้รับมา รวมทั้งมีรูปภาพสวยๆมาอวดด้วยครับ
โครงการ International Understanding
โครงการนี้เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชิกะ Shiga Universityประเทศญี่ปุ่นและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาของทั้งสองมหาวิทยาลัยได้มีโอกาส ศึกษาเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจ ทางด้านภาษา สังคมและศิลปวัฒนธรรม
ทางมหาวิทยาลัยชิกะได้จัดนักศึกษา จำนวน 7 คน มาเยือนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ – กุมภาพันธ์ 2550 ซึ่งได้รับความประทับใจอย่างสูงกลับไปในเรื่องการจัดกิจกรรมและการให้การต้อนรับอย่างดีจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ต่อไปจึงคราวที่ผมพาคณะนักศึกษา จำนวน 8 คน พร้อมอาจารย์สองท่านคือผมและอาจารย์กัญญาภัค ยามาโมโต้ อาจารย์ประจำสาขาวิชาธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม พอเห็นนามสกุลก็คงรู้ว่าทำไมผมจึงพาอาจารย์ท่านนี้ไปด้วย เพราะจะได้เครือข่ายพิเศษมาร่วมต้อนรับด้วย โดยใช้เวลาทั้งหมด 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 -23 พฤษภาคม นี้ ทางญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่าอากาศดีที่สุดในช่วงเดือนนี้ ประมาณ 8-12 องศาซี.
สนามบินคันไซ KansaiInternationalAirport
เป็นสนามบินนานาชาติที่ทันสมัยของญี่ปุ่นสนามบินหนึ่ง โดยเรียกกันว่าเป็นเกาะสนามบินเพราะบริเวณพื้นที่ขนาด 1 คูณ 4 กิโลเมตรถูกสร้างขึ้นมาจากการบีบอัดของกองขยะจนแน่นแล้วนำมาถมทะเลจนกลายเป็นสนามบินที่ทันสมัย
อาจกล่าวตามสำนวนไทยได้ว่า ปั้นดินให้เป็นดาว หรือ สร้างสิ่งล้ำเลิศจากกองขยะ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> บรรยากาศบริเวณที่พักผู้โดยสารขาออกของสนามบิน </p><p> บริเวณสนามบินแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ส่วนที่เครื่องบินลงจอดให้ผู้โดยสารลงและเมื่อลงเรียบร้อยต้องขึ้นรถไฟฟ้าไปยังอาคารตรวจคนเมืองและรับกระเป๋าอีกอาคารหนึ่ง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณห้านาที สะดวกเรียบร้อยน่าประทับใจ เรียกว่า เพียงก้าวแรกที่เหยียบประเทศญี่ปุ่นก็เรียกเสียงฮือฮาประทับใจในแนวความคิดและการบริการ </p><p>ผังประชาสัมพันธ์ lay out Kansai International Airport ระหว่างรอ มีบอร์ดประชาสัมพันธ์ หยิบเอกสารได้ฟรี </p><p>
</p><p>ผังแสดงรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยว ใน Kansai</p><p> หลังจากรับกระเป๋าและผ่านการ ตรวจของศุลกากรเรียบร้อย คณะของเราก็แยกย้ายกันเข้าห้องน้ำทำความสะอาดร่างกาย เนื่องจากออกเดินทางตั้งแต่ 12.30 ของวันที่ 23 และมาถึงเวลา 05.30 ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางไปเมืองชิกะ ที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องนั่งรถไฟฮะรูกะจากสนามบินไปสถานี อิชิยามะ (Ichiyama) อีก 75 นาที เมื่อถึงสถานี อิชิยามะ อาจารย์ Prof. Hirai ผอ.Shiga university International นำรถบัสมหาวิทยาลัยมายืนยิ้มรอต้อนรับอยู่แล้ว </p><p>The Opening Ceremony May 24, 2007 </p><p> คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ Akiyama ได้กรุณาจัดการต้อนรับคณะของเราอย่างอบอุ่น โดยเชิญรับประทานอาหารเที่ยงที่สำนักงานของท่านก่อนพิธีเปิด เป็นอาหารญี่ปุ่นจัดเป็น pack box set โดยมีอาหารหลากหลาย เช่นข้าวปั้น ปลาดิบ ผักและขนมจัดมาอย่างสวยงามประณีต เวลา 13.00 น. จึงเคลื่อนย้ายไปทำพิธีเปิดที่ห้องประชุม โดยมีคณาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยชิกะรอให้การต้อนรับอยู่แล้ว </p><p> พิธีการดำเนินไปอย่างเรียบง่าย เริ่มด้วยท่านคณบดีกล่าวต้อนรับและพูดถึงความเป็นมาของโครงการ โดยท้าวความถึงความสำเร็จของโครงการในคราวที่คณะของท่านไปเยือนเชียงใหม่ จากนั้น อาจารย์ฮิไร ได้กล่าวถึงการเตรียมการจัดโปรแกรมต้อนรับคณะของเราในคราวนี้และแนะนำผู้บริหารคณะ อาจารย์และนักศึกษาผู้ร่วมโครงการ โดยช่วงสุดท้ายให้หัวหน้านักศึกษามากล่าวต้อนรับด้วย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> คณบดี Akiyama กล่าวต้อนรับอย่างเป็นทางการ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> หลังจากนั้น พิธีกรเชิญให้ผมกล่าวตอบและแนะนำคณะของเรา ปิดท้ายด้วยการมอบของที่ระลึกตามธรรมเนียม ผมเห็นมีนักศึกษาชาวญี่ปุ่นที่เคยร่วมโครงการมาต้อนรับด้วย ต่างกระตือรือร้นและตื่นเต้นที่จะได้ทักทายกัน ต่างคนก็มีแววตาอันเต็มไปด้วยประกายแห่งความสุข สนุกและประทับใจในความหลังที่เคยมีร่วมกันและร่วมกันถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกตามธรรมเนียม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
</p>
เรียน อ.พิชัยค่ะ
สวัสดีค่ะ อ. พิชัย กรรณกุลสุนทร
อิอิ..เขียนข้อคิดเห็นอันนี้เกือบขึ้นด้วย เรียนคณบดี... เกือบลืมค่ะ..นึกว่าตัวเองเขียนบันทึกข้อความ ^ ^
แซวเล่นนะคะอาจารย์... เพิ่งเคยเห็นอาจารย์ใส่สูทผูกไทด์ค่ะ ^ ^ แต่ยังไงอาจารย์ก็ยังมาดเท่เหมือนเดิมค่ะ ลองดูรูปที่คณบดี Akiyama กล่าวต้อนรับสิคะ อิ อิ
เป็นโครงการที่ดีนะคะ คนญี่ปุ่นเป็นคนมีวินัยสูงค่ะ เป็นคนตั้งใจสูงด้วยค่ะ.. ไม่เคยไปญี่ปุ่นหรอกค่ะ เคยแต่ผ่านตอนต่อเครื่องบินที่โตเกียว แล้วก็มีเพื่อนที่เรียน ป.โท ด้วยกันเป็นคนญี่ปุ่น ... ทำงานเก่งแล้วก็กินเหล้าเก่งมากค่ะ ไม่รู้ทำได้ไง ดูมันไม่ค่อยไปด้วยกันเลยนะคะ ... สงสัยเป็นความสามารถทางพันธุกรรม...5555
แล้วจะรออ่านตอนต่อนะคะอาจารย์ ^ ^
ฮิฮิ :) ด้วยหนูกฤษณา
ไม้หอมอย่างหนู ใครจะรังเกียจ ต้องให้ติดตามไปเที่ยวด้วยกันอยู่แล้ว
ญี่ปุ่นในเดือนพฤษภา กล่าวกันว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดครับ อากาศกำลังสบายๆ ติดแอร์ทั้งเมือง ไม่หนาวเกินไปและไม่ร้อน มีฝนนิดหน่อยตามประสาหมู่เกาะครับ
ขอนแก่นฝนตกหนักนะครับ ระวังหมูยอเปียกเน้อ!
หนูกมลวัลย์
อาจารย์ก็เกือบขานรับว่า...ครับท่านรองคณบดีเหมือนกัน :) :)
ชุดสูทผูกไทด์ดูจะเป็นชุดประจำวันของผมอยู่แล้วครับ ที่เห็นที่เกาะช้างนั่นสิครับของแปลก จึงเผลอทำท่าถลาร่อนให้เข้ากับชุดครับ :))
คนญี่ปุ่นมีวินัยสูงแทบทุกเรื่องครับ ลองอ่าน เรื่องเล่าจากญี่ปุ่น ตอนแรก ซิครับ
จริงๆ ผมก็สังเกตุเห็นอย่างหนูว่า ญี่ปุ่นที่ผมรู้จักส่วนใหญ่กินเหล้าเก่งแฮะ! คณบดีทั้งสอง ผอ.ฮิไร และรองผอ. พาผมไปเลี้ยงสุกี้ ชาบูชาบู กินเบียร์ยังกะน้ำ แถมรู้จักเบียร์ไทยทุกยี่ห้อ
ผมวินิจฉัยว่า คงเป็นเพราะความมีระเบียบวินัยสูงนี่เอง จึงกดดันทำให้คนญี่ปุ่นทำอะไรๆก็ดูจริงจังไปหมด...แม้แต่กินเหล้า
อาจเป็นทางออกที่รื่นรมย์ในชีวิตการทำงานของเขาครับ ตอนกลางคืนผมเห็นนักธุรกิจตาปรือ เดินโซเซพยายามทรงตัวอยู่ในรถไฟใต้ดินหลายคน...
คณบดี Akiyama บอกผมตอนพาไปเลี้ยงว่า วันนี้ไม่ขับรถ เพราะจะกินเหล้าและกลับทางรถไฟ มีวินัยแม้กระทั่งเรื่องจะกินเหล้าครับ :))))
ผมสรุปว่า เป็นพันธุกรรมที่แฝงอยู่ใน DNA
เย้! รอมานานจังค่ะ กว่าจะได้อ่าน
นึกว่าอาจารย์ลืมเสียแล้ว อิ-อิ
หนูเองใฝฝันว่าอยากไปญี่ปุ่นมากและชอบสะสมของน่ารักจากญี่ปุ่นหลายอย่างค่ะ มีตุ๊กตาและพัดกระดาษ
มาดอาจารย์ตอนใส่สูท ดูหล่อ สง่าและเนี๊ยบมาก
ดูรูปหมู่แล้วพยายามแยกว่า คนไหนคนไทย? คนไหนญี่ปุ่น? ดูเหมือนๆกัน
เรียน ท่านอ.พิชัยค่ะ
เลิกจากเรียนมาพอดี เปิดอ่านสนุกดีครับ
อยากไปญี่ปุ่นมาก วันหลังขอตามไปได้ไหมครับฮิฮิ
โครงการปีหน้า จะสมัครได้เมื่อไหร่ครับ
โอ้ อยากกินชาบูชาบูจังค่ะ เปิดประเด็นมาก็พูดเรื่องกินเลย หนูถึงกลมแบบนี้น่ะค่ะ 555 เห็นด้วยเรื่องคนญี่ปุ่นที่มีวินัยฝังอยู่ใน DNA มีเพื่อนญี่ปุ่นหลายคนอยู่เหมือนกัน เป็นทุกคน จริงจัง ขยัน แต่ถึงเวลาเที่ยวเล่นก็เต็มที่
ตอนนี้ลูกพี่ลูกน้องหนูอยู่ที่มหาวิทยาลัยนาโอกะ เป็นเด็กวิศวะอินเตอร์ของธรรมศาสตร์ เป็นโปรแกรมแลกเปลี่ยนให้ไปฝึกงานบริษัทที่โน่นโดยมหาวิทยาลัยนาโอกะเป็นผู้ดูแล เขาบอกว่าทำงานกับคนญี่ปุ่นแล้วกลับมาบ้านเราสงสัยจะทำงานกับคนไทยยาก เริ่มติด DNA ญี่ปุ่นข้ามมา แต่นับว่าเป็นสิ่งดีที่จริงจังในเรื่องการงานค่ะ
หนูนา
อาจารย์ก็รอนานเหมือนกัน งานยุ่งชะมัดต้องอาศัยเวลาเขียนตอนกลางคืน
ที่จริงของน่ารักๆจากญี่ปุ่นมีหลายอย่าง เอาไว้อ่านตอนต่อไปนะครับ
ที่ว่าหล่อ สง่าและเนี๊ยบ นั้น อยู่ใน DNA ครับ ฮิฮิ
ตอนหน้าจะบอกชื่อและหน้าว่าใครเป็นใครครับ
หนูกฤษณา
เก็บหมูยอทันแล้ว จะทอดเมื่อไหร่ส่งจิตมาถึงอาจารย์ด้วยเน้อ...จะปั้นข้าวเหนียวรอ :) :D
ลูกสาวเรียนคณะมนุษย์ อังกฤษธุรกิจ อนาคตดีครับ ลูกคนโตเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย แสดงว่าอายุคุณแม่ยังสาว(เพราะลูกสาวผมจบปริญญาโทสามปีแล้ว)... รึว่าแต่งงานสาย? :)
อาหารญี่ปุ่นอร่อยนา...ขนมก็มากมาย
ตัวเบาๆบอบบางอย่างหนู ไม่ต้องเกาะไปดอก อาจารย์พับใส่กระเป๋าได้เลย :)
อนิรุต
อยากตามไป...ให้มาอ่านบ่อยๆจะได้รู้วิธี :)
คุณเด็กราชภัฏ
แหม สมัครข้ามปีเชียวน่ะ ก่อนอื่นอยู่ราชภัฏไหนครับ?
โครงการใหม่จะเริ่มเดือนเมษาหรือพฤษภาปีหน้าครับ ต้องรอรับเป็นเจ้าภาพเดือนกพ.ก่อน
ฮิฮิ ชาบูชาบู ที่ญี่ปุ่นไม่เหมือนสุกี้บ้านเราครับ มีหม้อซุบ มีผักรวม มีเนื้อหมูสด และมีเนื้อวัวสด เท่านั้น แต่กินแบบบุเฟ่ต์ สลับกับเบียร์แก้วมหึมา
หนูเองก็ขยันมากและมีความคิดสร้างสรรค์แถมมีน้ำใจดี(เอ? จะเอาของกินมาฝากเราไหมหนอ) ช่วยผู้อื่นอยู่เสมอ เป็นยีนเมตตาในสายเลือด
แต่อาจารย์ว่าหนูก็มียีนวินัยฝังอยู่ใน DNA เหมือนกัน เพราะเห็นติดป้าย หยุดศุกร์ เสาร์ ทิตย์
อาจารย์เลยจะติดมั่งดีไหมหนอ?...หยุดวันจันทร์ถึงศุกร์ถ้าจะดี:)
เคยไปทานค่ะ แต่ที่หมายถึงต้องเป็นเนื้อเกรด A นะคะ นุ่มสุดยอด เรื่องเบียร์นี่หนุ่มหรือแก่ที่ญี่ปุ่นยอมแพ้หนูมาหลายคนแล้ว นั่นมันสมัยยังเอ๊าะ ตอนนี้ทานแต่ไวน์เพราะดีต่อสุขภาพมากกว่า แล้วก็ทานแค่น้อยๆ นานๆ ทีด้วยค่ะ บ่อยม่ายไหว เริ่มแก่เลี้ยว
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์
โครงการ International Understanding
โครงการนี้เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชิกะ Shiga Universityประเทศญี่ปุ่นและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ โดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาของทั้งสองมหาวิทยาลัยได้มีโอกาส ศึกษาเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจ ทางด้านภาษา สังคมและศิลปวัฒนธรรม
โครงการนี้คล้ายกับที่ดิฉันเคยไป คือ Cross Cultural Management ไปอบรมอยู่ เดือนเศษค่ะ เพราะเดิมเคยอยู่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และบริษัทMitsubishiจัดให้ค่ะ เดือนพ.ค.-ต้นก.ค.
ญี่ปุ่นอากาศดี ยกเว้นช่วงหน้าร้อน ประมาณส.ค ร้อนมากค่ะ
อ่านแล้วสนุกสนานค่ะ จะติดตามอีกนะคะ
ขอบคุณที่แวะมาครับ
โครงการคงคล้ายๆกันครับ ต่างที่เจ้าภาพเท่านั้น
ยินดีต้อนรับแวะมาบ่อยๆนะครับ
ญี่ปุ่นนี่เป็นประเทศที่อยากไปมากเหมือนกันค่ะอาจารย์ ว่าแต่ว่าจะตามอาจารย์ไปด้วยนี่ต้องไปสมัครเรียนที่ราชภัฏไหมคะ อิอิ อายุเกินแล้วอะ
ว่าแต่ว่า เค้าฝึกคนของเค้ายังไงคะ ทำไมวินัยสูงลิบลิ่ว หมอชอบดูรายการทีวีแชมเปี้ยน ดูแล้วทึ่งมากว่า คนของเค้าเก่งจังเลย ทำอะไรออกมาสวยๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะจัดสวนเอย ปั้นดินน้ำมันเอย ทำเฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆอีกมากมาย แต่ดูท่าทางจะซีเรียสมากไปป่าวนะคะ เราไทยๆก็สบายๆดี แต่สบายๆมากไปป่าว จะให้พอดีๆนี่ยากจังนะคะ
ที่เค้าเอาขยะมาถมที่นี่ก็แจ๋วไปเลยค่ะ แต่ที่พิดโลกก็มีวงศ์พานิช เอาขยะมาขายทำรายได้ให้คนเยอะแยะเลยเหมือนกันค่ะ หมอเพิ่งรู้ว่ากระดาษ A4 นี่ กิโลละตั้ง 8 บาท ขวดน้ำสีขาวขุ่นโลละ 25 แน่ะค่ะ 555
เรดเย้ดวส้ดเส่วดส่