งานนี้ถือว่า ได้ทั้งอิ่มตา อิ่มใจ และอิ่มบุญ ด้วยค่ะ

เช้าวันเสาร์ส่วนใหญ่คงจะเหมือนกันทุก ๆ บ้าน ที่พ่อแม่ ต่างวิ่งวุ่นส่งลูกไปเรียนพิเศษ ยกเว้น วันเสาร์นี้ ที่ดิฉันชวนลูกหยุดพักเรื่องสมอง ไปเติมเต็มสุนทรียทางอารมณ์  โดยการชวนไปดูการแสดงคีตนิรมิต ซึ่งจัดโดยชมรมดนตรีไทย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

 เหมือนเช่นทุกครั้ง ที่ดิฉันเป็นคนจัดแจงทุกอย่าง ตั้งแต่จัดหาบัตร โดยซื้อบัตรครบทั้งครอบครัว โดยไม่ได้คาดหวังว่า คุณพ่อบ้าน จะมีเวลาไปดูกับเราด้วย เนื่องจากเป็นวันทำงานของคุณพ่อบ้าน  ในใจก็คิดว่า เอาเถอะน่าซื้อเผื่อไว้ก่อน  ถ้าเขาไม่ไปค่อยโทรชวนคุณเมตตา กับลูก ๆ มาดูด้วยกัน  แต่เช้านี้กลับผิดคาดแฮะ เธอสละเวลาทำงานมาดูกับดิฉันและลูก ๆ ด้วย  ดีเหมือนกัน  เธอจะได้หลุดพ้นจากสภาพเครียด ๆ ในที่ทำงานมารับรู้ รับฟัง และสัมผัสกับสิ่งดี ๆ เป็นการเติมเต็มสุนทรียทางอารมณ์

 

 วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์ดนตรีไทย ซึ่งถือว่าเป็นศิลปวัฒนธรรมไทย แล้ว  ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทางมีพระชมมายุครบ 80 พรรษา  รายได้จากการขายบัตรทั้งหมด  มอบให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น 


 
 นอกจากจะได้ฟังการบรรเลงดนตรีไทยในรูปแบบต่างๆ ทั้งในจังหวะช้า และเร็ว สลับกันแล้ว ในช่วงท้ายของการแสดง  เป็นการแสดงของหุ่นละครเล็ก คณะโจหลุยส์ ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของการจัดงานในครั้งนี้   ถึงแม้การแสดงที่นำมาในวันนี้ จะไม่เต็มรูปแบบเท่าที่แสดงที่สวนลุมพินี  แต่สำหรับดิฉันแล้ว  ถือว่าคุ้มค่าแล้วค่ะ 

 

ราไม่ต้องดิ้นรนไปชมถึงกรุงเทพฯ ที่สำคัญ ได้มีโอกาสชมพร้อมกันทั้งครอบครัวแบบนี้  ซึ่งการแสดงของหุ่นละครเล็กนี้  ถือเป็นความอัศจรรย์อันน่าประหลาด ที่คนถึง 3 คน สามารถเชิดหุ่นให้มีชีวิตได้ถึงเพียงนี้

 

 ละแล้วก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ค่ะ  เป็นสี่ชั่วโมงที่คนดูต่างไม่กระพริบตา  ใครจะไปเชื่อว่า วันนี้ คนดูส่วนใหญ่  เป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น และเด็ก  มากกว่าวัยผู้ใหญ่ซะอีก  น่าชื่นชมแทนผู้จัดจริง  ๆ ค่ะ

 

 งานนี้ถือว่า  ได้ทั้งอิ่มตา  อิ่มใจ  และอิ่มบุญ ด้วยค่ะ  เสียดายก็แต่เจ้าตัวเล็กของดิฉัน  ดั้นมาหลับตอนถึงไฮไลท์ของงานซะนี่  ดีนะที่ในช่วงของการแสดงดิฉันอัดวีดีโอไว้  เธอเลยได้มีโอกาสชมหลังจากที่เธอตื่นนอนแล้ว

 

 วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งในวันหยุดที่คุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ  

ต้องขอขอบคุณผู้จัด  ขอบคุณ คุณไมโต ที่ช่วยจัดการเรื่องบัตรให้ และที่จะลืมไม่ได้ คือ ขอบคุณ คุณพ่อบ้าน ที่สละเวลาทำงานครึ่งวัน มาอยู่กับเราในวันนี้