วันนี้ในที่ประชุมตอนเช้าพวกเราพูดคุยกันเกี่ยวกับการจัดการกับอารมณ์ตัวเองของแต่ละคนในออฟฟิศเกี่ยวกับเรื่องงานซึ่งบ้างครั้งต้องประสานงานกับคนอื่นแล้วไม่เป็นไปตามความคาดหวังของตัวเราเองของแต่ละคน แต่ละคนจัดการกับความรู้สึกไม่พอใจยังไง จากหลากหลายความคิดทำให้เราได้ไอเดียหลายอย่างมาปรับใช้กับตัวเอง ชอบในวิธีการจัดการอารมณ์ของพี่กั้ง พี่ในออฟฟิศแกพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับว่าหากแกรู้สึกโกรธใครแกจะรีบขจัดความโกรธโดยการไม่ไปนึกถึงอีกฝ่าย แกบอกว่าความโกรธนั้นหากเราโกรธเค้าแต่เค้าไม่รับรู้ด้วยเราก็จะบั่นทอนสุขภาพจิตของตัวเอง ทำให้เราดูแก่ละไม่มีความสุข หากไม่เกี่ยวข้องมากก็ปล่อยๆไปบ้างจะได้ไม่เป็นทุกข์ หากบางเรื่องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานก็ควรทำตามข้อตกลงที่ตกลงกันไว้ยึดเรื่องงานเป็นหลัก และดำเนินงานต่อไปดีกว่า ไม่ควรมองไปที่เรื่องส่วนตัว คติประจำตัวของพี่คนนี้คือ "โกรธคือโง่โมโหคือบ้า ไม่โกรธดีกว่าจะได้ไม่บ้าไม่โง่" หลักง่ายๆของพี่กั้งก็น่าจะเปรียบกับการปล่อยวาง
ส่วนของเราเองบ้างหากพูดเรื่องการจัดการอารมณ์ของตัวเองจริงๆเราเป็นคนโกรธง่าย โวยวาย แต่เพราะทำงานมีเจ้านายแนะนำให้เราปรับตัวเองเกี่ยวกับเรื่องควบคุมอารมณ์ตนเอง โดยเราได้ศึกษาเรื่องราวนพลักษณ์เป็นการศึกษาคน 9 แบบ ซึ่งในภาษาอังกฤษเรื่องว่า enneergrame ลักษณะของเราตอนอบรมครั้งแรกเราเข้าข่ายลักษณ์หนึ่ง (คนสมบูรณ์แบบ) แต่โดยเวลาอบรมที่น้อยเกินไปทำให้เรายังเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ลึกซึ้งแต่หลังจากการกลับจากอบรมเรามาเริ่มศึกษาตำราเรื่องนพลักษณ์จากหนังสือดูเรารู้สึกว่ารู้จักตัวเองมากขึ้น จากที่ศึกษาตำราเราคิดใหม่ว่าเราน่าจะเป็นคนลักษณ์แปด (เจ้านาย) เป็นลักษณ์นี้มากกว่า จากนั้นเราก็พยายามศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธรการปฏิบัติหรือการแสดงออกต่อผู้อื่นรวมถึงศึกษาพื้นฐานคนใกล้ตัวที่เราทราบว่าเค้าเป็นคนลักษณ์ใด แบบใด จะทำให้เราเข้าใจเค้าและปฏิบัติต่อเค้าได้ดีขึ้น การเป็นลักษณ์แปดของเราจะแสดงออกแบบก้าวร้าวโดยทำเป็นเข้มแข็งปกปิดความอ่อนแอบางด้านในตัวเอง บางครั้งการแสดงออกของเราอาจทำให้คนอื่นไม่พอใจ เราจึงต้องเริ่มโดยการปฏิวัติตัวเองโดยพูดเสียงดังกับคนอื่นให้น้อยลง เข้าใจธรรมชาติคนอื่นมากขึ้น หลีกเลี่ยงการปะทะอารมณ์เพราะลักษณะของเราจะควบคุมอารมณ์ยาก เราก็เลือกที่จะหลีกเลี่ยงดีกว่า หากศึกษาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องไปและคนที่ศึกษาเรื่องนี้เปิดใจรับว่าตนเป็นคนลักษณะใดจะทำให้คนอื่นเข้าใจกันมากยิ่งขึ้นและพร้อมที่จะปรับตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น ประมาณเดือนหน้าที่ทำงานก็จะมีจัดอบรมเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเราตื่นเต้นและอยากจะเข้าร่วมอย่างมากเพราะอยากรู้ว่าเราจะเป็นแบบที่เราศึกษามาหรือไม่?????
การจัดการด้านอารมณ์
มุ่งมั่นจัดการอารมณ์ตัวเอง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
วิโรจน์ · 15 มิ.ย. 2550
สุพัฒน์ สมจิตรสกุล · 15 มิ.ย. 2550
โรงพยาบาลบ้านหมี่ · 15 มิ.ย. 2550
๑ ใน 77 โดย หุย · 15 มิ.ย. 2550
กมลวัลย์ · 15 มิ.ย. 2550
คำตานาหนองกุง · 15 มิ.ย. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 15 มิ.ย. 2550
เป็นคนนึงที่อยู่ในที่ประชุมนี้ด้วย รู้สึกชอบกับประโยคนี้เหมือนกัน จริง ๆ อยากจะเขียนขึ้นมาแต่ว่า เขียนไม่ทัน เพราะตัวเองกำลังจะเริ่มที่จะเขียนเรื่องราวนี้ น้องคนนี้เอามาเขียนซะก่อน หลังจากที่เราได้คุยกันในเรื่องนี้รู้สึกได้หลายอย่างคือ ทุกคนมีวิธีการขจัดความโกรธแตกต่างกันไป แต่เชื่อว่า ประโยคนี้ สามารถใช้ได้กับทุกคน ท่องไว้ให้ขึ้นใจ เป็นข้อเตือนใจตัวเอง ก็จะทำให้เราไม่โกรธ หรือมีอารมณ์ได้ อย่างพี่คนที่ยกตัวอย่างประโยคนี้ขึ้นมา พี่เค้าเล่าว่า ตอนที่อยู่เมืองนอกนั้น รู้สึกโกรธคนเมืองนั้นที่มาเอาเปรียบ แล้วตัวเองก็มานั่งโกรธ จนมีป้าคนนึงมาถามว่า โกรธอะไร แล้วเค้าคนนั้นที่โกรธเค้ารู้มั้ยว่าเรากำลังโกรธ ยิ่งโกรธก็เหมือนกับเราทำลายตัวเอง ทุกข์อยู่คนเดียว ซึ่งฟังแล้วรู้สึกดีนะ ทำให้คิดอะไรได้หลายอย่าง
ขอโทษทีนะ ตัวใหญ่ ไปหน่อย 555
ดีใจนะที่รู้ว่าน้องตุ๊ก คิดว่าการขจัดความโกรธวิธีนี้น่าจะใช้ได้ เพราะพอพี่เริ่มคิดแบบนี้แล้ว พี่ไม่ค่อยมีเรื่องที่รำคาญใจเลยค่ะ ตุ๊กเป็นคนที่ตั้งในทำงานและพี่ก็ชื่นชมกับสิ่งที่ตุ๊กทำนะค่ะ
ถ้าเราบริหารอารมณ์เราได้ในระดับหนึ่ง....แต่อีกฝ่ายมีแต่ระเบิดใส่เรา...
โดยเอาตัวเป็นศูนย์กลางคือไม่ยอมรับฟังเหตุผล...ชีวิตนี้มีแต่ต้องเสร็จ ต้องได้ ต้องดี
ต้องเด่น (เอาผลงานคนเดียวด้วยนะ)ไม่นึกถึงสภาวะการณ์ตอนนั้น ...ผลงานออกมา
แค่นี้ในสภาวะห่วยๆ ก็ดีแล้ว... อยากตบซักเปรี้ยง...แต่ตบไม่ได้ คน คนนั้นดันมา
เป็นเจ้านายผม ...555 คุณตุ๊กจะมีทางออกอย่างไรคับ ...จะบริหารอารมณ์เราต่อ
ไปไหวไหมคับ ....คุณตุ๊กช่วยตอบที่ ...ขอบคุณครับ ...
สวัสดีครับ
แวะมาเยี่ยมและเห็นด้วยกับการจัดการความโกรธ โกรธ คือโง่ โมโห คือ บ้า เจอมาหลายคนแล้ว และทำใจ ครับ