Pseudogenes ยีนเทียม ยีนแฝง ไม่ใช่กางเกงยีนรุ่นใหม่
สวัสดีครับวันนี้ได้ความรู้ใหม่มาเกี่ยวกับเรื่องของ Pseudogenes (ยีนเทียม) ยีนที่จะกล่าวนี้เป็นหนึ่งในระบบพันธุ์กรรมของสิ่งมีชีวิตที่แสนมหัศจรรย์โดยจะนำมาเปรียบเทียบกับการทำงานขององค์กรต่างๆ 
ก่อนจะเข้าเปรียบเทียบ ขอแนะนำในภาพจะเห็น หลอดไฟที่สว่างเปรียบเสมือนGene ยีน ที่มนุษย์สามารถทำการศึกษาเรียนรู้ การทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับแสดงลักษณะทางพันธุ์กรรมที่ถ่ายทอดสู่ลูกหลานผ่าน DNA and RNA มีอยู่จำนวนน้อยมาก ส่วน หลอดไฟที่เหลือ เป็น ยีน อื่นๆที่มีอยู่ในสิ่งมีชีวิตหรือมนุษย์ มีทั้ง ยีนที่ดี ยีนที่เสีย ยีนที่ชำรุด ยีนที่แฝงตัวรอการเปลี่ยนแปลง ยังเป็นเงื่อนงำที่มนุษย์ยังไม่สามารถศึกษาได้อย่างชัดเจน
สำหรับ Pseudogenes แต่เดิมเชื่อว่าเป็น ยีนเทียม หรือ ยีนที่ตาย หมายถึง ยีนที่ไม่สามารถแสดงว่าการทำงานได้ ถือว่าเดิมเคยเป็นยีนที่สมบูรณ์ ต่อมาได้ลดจำนวนหรือหดหายไป เช่น หางของมนุษย์ ระบบประสาทสัมผ้ส การดมกลิ่น Pseudogenes นั้น ต่อมาได้กลายเป็นยีนที่ไม่สมบูรณ์ อาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตหรือเกิดการกลายพันธุ์ขึ้น จากการศึกษาไม่นานมานี้ พบว่า ยีนที่กลายพันธุ์ประเภทนี้ จากที่ไม่สามารถทำงานได้ มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใหม่ ทำให้สามารถกลับมาทำงานได้ ภายใต้สถานะการณ์ที่ร่างกายเกิดภาวะบีบคั้นหรือกดดัน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไม ยีนถึงกลับมาทำงานได้ ทำไมยีนถึงกลายพันธุ์ ทำให้มนุษย์ต้องศึกษาเพิ่มเติมต่อไป ถึงวิวัฒนาการเหล่านี้

ในภาพ สีส้ม คือ ยีนปกติที่สร้างขึ้นมาผ่านขบวนการคัดลอกถอดรหัสทางพันธุ์กรรมด้วย DNA and RNA ส่วน สีฟ้า คือ ลักษณะยีนที่กลายพันธุ์ (Mutation)
แล้วเกี่ยวข้องกับการทำงานตรงไหน ผมอยากเปรียบเทียบดังนี้
ยีนที่ปกติ สามารถทำหน้าที่ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุ์กรรมได้ถูกต้อง = บุคลากรที่ทำงานประจำ อยู่ในองค์กรต่างๆ สามารถทำงานตามที่สั่ง ตามหน้าที่รับผิดชอบ
Pseudogenes ยีนเทียม ยีนแฝง เป็นยีนที่เคยปกติ หดหายไป หรือต่อมากลายพันธุ์ ไม่สามารถทำงานตามปกติ หยุดการทำงาน = หรือเปรียบเสมือน บุคลากรที่เคยทำงานอยู่ (ดีอยู่แล้ว) เกิดขบวนการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง หรือ เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของที่ทำงาน หรือ สิ่งเล้าใจ กิเลสอื่นๆมารบกวน จากที่เคยทำงานมีประสิทธิภาพ แต่ต่อมาเปลี่ยนไป อาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ เช่น ความเบื่อหน่าย ความอ่อนล้าจากการทำงาน หมดไฟ เจ้านายไม่เคยเห็นความสำคัญ ขาดขวัญกำลังใจ เป็นต้น
แต่ Pseudogenes สามารถกลับมาทำหน้าที่ได้ ภายใต้ภาวะกดดันต่างๆที่เกิดจากร่างกายหรือสภาพแวดล้อม แล้ว Pseudogenes worker ละครับ (ในที่นี้ผมขอเปรียบกับ คนทำงานที่กลายพันธุ์ ประสิทธิภาพการทำงานลดลงชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ยังไม่หมดแบบถาวร) เราจะกระตุ้นเค้า ด้วยการสร้างภาวะกดดัน เปลี่ยนแปลง พัฒนาเค้าอย่างไร ให้เค้ากลับมาทำประโยชน์ต่อที่ทำงานได้ เป็นต้นว่า
สร้างขวัญกำลังใจในการทำงาน โดยดูว่าเค้าขาดอะไร ต้องการได้รับการสนับสนุนอะไร มีความสุขในการทำงานมากน้อยเพียงใด
สร้างความมั่นใจ โดยมอบหมายความรับผิดชอบมากขึ้น (เจ้านายดูวงนอก ไม่ยุ่งไปซะทุกเรื่อง ปล่อยให้ลูกน้องแสดงฝีมือบ้าง ลดความเก่งของหัวหน้าลงบ้าง) แต่มีการติดตามผลงานเป็นระยะ กล่าวคำชมเชย ให้ความยอมรับมากขึ้น
ส่งไปพัฒนา ให้ความรู้ ให้เกิดทักษะด้านอื่นๆที่สอดคล้องกับการทำงาน
เหล่านี้เป็นต้น
ส่วนท่านละครับ มีแนวทางในการช่วยเหลือ พัฒนาทีมงานของท่านเพื่อให้เค้าเหล่านั้น สามารถกลับมาช่วยเหลือในการทำงาน การพัฒนาประเทศชาติอย่างไร ช่วยแนะต่อด้วยครับ
สวัสดีค่ะ
สร้างความมั่นใจ โดยมอบหมายความรับผิดชอบมากขึ้น
ข้อนี้น่า จะมาหลังการส่งไปพัฒนานะคะ จบแล้วก็ให้มาลองทำงานที่ยากขึ้น ดูว่า ขณะกำลังร้อนวิชามา จะทำได้แค่ไหน แล้วถึงมอบหมายเป็นจริงจังขึ้น
การมอบหมายงานในขั้นตอนนี้ ดิฉันใช้หลัก job enrichment and job enlargement ค่ะ พยามเน้นให้เขาทำงานที่มีเป้าหมาย ว่าเป็นงานคุณภาพ
และให้อำนาจในการทำงานของเขาให้มากขึ้น โดยเราไม่ไปกำกับใกล้ชิดอย่างแต่ก่อน
คนเราพอ ถึงขั้นนี้ ก็จะเกิดกำลังใจ ว่ากำลังทำงานคุณภาพนะ ความรับผิดชอบก็เกิด อยากจะโชว์ผลงานออกมา ถ้าได้รับคำชม เขาจะยิ่งมีกำลังใจมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ งานก็จะยิ่งดีขึ้น เพราะเราให้ autonomy แก่เขา
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่าง ต้องมีขั้นตอน และเป็นศิลปะในด้าน management ของผู้บังคับบัญชาค่ะ ดิฉันมีcaseแบบนี้ ว่าจะเขียนเป็นบันทึก ว่า คนเราเปลี่ยนแปลงได้จริงในเรื่องงาน แต่ ใช้เวลา หน่อยค่ะ
เรียน คุณsasinanda
ขอบคุณครับ สำหรับคำแนะนำ ศิลปะในการเพื่อจุดไฟคนทำงานครับ