The Job Almanac แปลกันตรงๆ ว่า อาชีพยอดนิยม ซึ่งถ้าหากเป็นผลสำรวจของเมืองไทย ที่มาจากการสำรวจของ Jobsdb.com เมื่อปี พ.ศ. 2548 พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่ วิศวกร การตลาด และประชาสัมพันธ์ ตามลำดับ แต่ถ้าถามจากเด็ก หรือเยาวชนส่วนใหญ่คำตอบในอันดับต้นๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น แพทย์ วิศวกร ทนายความ แอร์โฮสเตส แต่เรื่องราวที่จะบอกต่อในบรรทัดต่อๆ ไปนี้ ขอข้ามไปพูดถึงผลสำรวจของประเทศยักษ์ใหญ่กันบ้าง โดยเป็นผลสำรวจอาชีพยอดนิยมของชาติมหาอำนาจอย่างอเมริกา อันเป็นผลสำรวจมาจาก การจัดอันดับอาชีพที่คนอเมริกันนิยมมากที่สุด 250 อาชีพ โดยใช้เกณฑ์ต่างๆ ในการตัดสินทั้งหมด 6 ด้าน ดังนี้
-
Income … เงินเดือน
- Environment … สภาพแวดล้อมของการทำงาน
- Employment Outlook … โอกาสในอนาคต
- Physical Demands … ความเหนื่อยยากของร่างกาย
- Securities … หลักประกันความมั่นคง
- Stress … ความกดดัน
นิตยสาร “The Jobs Rated Almanac” ซึ่งจัดพิมพ์โดย American Reference Inc. แห่งเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา เป็นนิตยสารที่สำรวจ พร้อมๆ กับจัดอันดับอาชีพที่ได้รับความนิยมสูงสุด ที่เรียกว่า Top Best Jobs จากทั้งหมด 250 อาชีพ ได้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1988 (พ.ศ. 2531) และในปีนั้นผลสำรวจอาชีพยอดนิยมของคนอเมริกันอันดับหนึ่ง ได้แก่ “Actuary” หรือที่เมืองไทยบ้านเราเรียกกันว่า “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย” และตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี จนถึงปัจจุบัน นิตยสารดังกล่าวมีการแก้ไข ปรับปรุงมาแล้วทั้งหมด 6 ครั้ง ฉบับล่าสุดเป็น Sixth Edition พิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 2002 อาชีพ Actuary ก็ได้รับความนิยมอยู่ในอันดับที่ 2 รองจาก Biologist และ Top 10 Best Jobs in 2002 ได้แก่
-
Biologist
-
Actuary
-
Financial planner
-
Computer-systems analyst
-
Accountant
-
Software engineer
-
Meteorologist
-
Paralegal assistant
-
Statistician
-
Astronomer
โดยสรุปแล้วที่ผ่านมา ในการตีพิมพ์รวม 6 ครั้ง อาชีพ Actuary ติดอยู่ในอันดับหนึ่งถึงสองครั้ง และไม่เคยต่ำกว่าอันดับที่สี่เลย การจัดอันดับของนิตยสารดังกล่าว มีที่มาจากแหล่งข้อมูลที่เป็นหน่วยงานของรัฐบาลในสหรัฐฯ หลายหน่วยงาน ไม่ว่าจเป็น The U.S. Bureau of Labor Statistics รวมทั้ง The U.S. Census Bureau ประกอบกับการศึกษาข้อมูลจากสมาคมการค้า และอุตสาหกรรมต่างๆ อีกจำนวนมาก ถัดจากฝั่งอเมริกา ตอนนี้กลับไปดูผลสำรวจของประเทศผู้ยิ่งใหญ่ในแถบทวีปเอเชียกันดูบ้าง.....
ว่าด้วย 10 อาชีพทำเงินในอีก 4 ปีข้างหน้าในเมืองจีน
หนังสือพิมพ์ฟอร์จูน ไทมส์ ของจีน ได้ตีพิมพ์บทความว่าด้วย 10 อาชีพทำเงินในอีก 4 ปีข้างหน้า หนึ่งในนั้นคือ “Actuary” อีกแล้ว ซึ่งติดอยู่ในอันดับต้นๆ เลยทีเดียว ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ทุกวันนี้ นักคณิตศาสตร์ประกันภัยในแดนมังกรทั่วทั้งประเทศที่เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติมีไม่ถึง 10 คน เปรียบเสมือน ‘สมบัติล้ำค่าหายาก’ ของเมืองจีนเลยทีเดียวก็ว่าได้ เพราะธุรกิจประกันภัยข้ามชาติกำลังรุกเข้าสู่ตลาดแดนมังกร พร้อมๆ กับการเติบโตของธุรกิจประกันภัย
กลับเข้าสู่ข้อมูลของประเทศเรากันบ้าง... เมื่อพูดถึงความนิยม และความต้องการคนในอาชีพ Actuary ในสองประเทศใหญ่ๆ ไปแล้ว คราวนี้ก็คงต้องย้อนกลับมามองที่เมืองไทยของเราว่า อาชีพ Actuary เป็นที่รู้จัก หรือได้รับความนิยมกันมากน้อยแค่ไหน
จากการสอบถามจากผู้อาวุโสในสายงานด้านประกันภัย และอาจารย์หลายๆ ท่านจากหลายๆ สถาบันการศึกษา ก็ได้รับคำตอบว่า ปัจจุบันนี้ธุรกิจประกันภัยในเมืองไทยต้องนำเข้า Actuary จากต่างประเทศมาทำงานเป็นจำนวนมาก เพราะ Actuary ในประเทศไทยอยู่ในระดับขาดแคลน!!! ฟังดูแล้วก็ไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะหลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าเกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ที่เพิ่งเคยได้รู้จักอาชีพนี้เป็นครั้งแรก...
หลังจากหาข้อมูลมาพอสมควรแล้ว จึงได้คำตอบกับตัวเองว่าทำไมอาชีพนี้จึงขาดแคลน นั่นก็เพราะ ไม่มีใครรู้จัก นั่นเอง เพราะเมื่อไม่มีใครรู้จัก ไม่มีใครทราบว่าอาชีพนี้ทำอะไร อยู่ที่ไหน ต้องเรียนจบอะไร และอื่นๆ อีกมากมายแล้ว แล้วใครล่ะจะตัดสินใจไปเรียนในสาขาวิชาชีพแบบนั้น ??? เมื่อไม่มีบัณฑิตทางสาขาวิชาชีพนี้ แล้วจะมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพในสายงานนี้ได้อย่างไร...
มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มีคุณวุฒิทางด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ได้ยกตัวอย่างบทกวีบทหนึ่งชื่อ “The Road Not Taken” เรียบเรียงโดยกวีชาวอเมริกัน Robert Frost (1874-1963) ที่ดูจะเหมาะสมและมีความหมายดีทีเดียว
I
shall be telling this with a sigh
Somewhere ages and ages hence:
Two roads diverged in a wood, and I-
I took the one less traveled by,
And that has made all the difference.
เดินป่า มาถึง
ซึ่งแยก
ถนนแรก คนมาก ฝากฝัน
ฉันเลือก คนน้อย เส้นนั้น
เพราะนั่น ฉันจึง แตกต่าง
*** คงไม่มีคำอธิบายใดๆ สำหรับความหมายของบทกวีนี้ ***
ถึงแม้อาชีพ Actuary จะยังไม่เป็นที่รู้จักกันดีนักในเมืองไทย แต่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับความต้องการของตลาด ที่นับวันจะยิ่งมีมากขึ้นๆ ตามอัตราการเจริญเติบโต และเงินหมุนเวียนจำนวนหลายหมื่นล้านบาทในแต่ละปีของธุรกิจประกันภัย แต่น่าเสียดายที่บริษัทจำนวนมากต้องว่าจ้าง Actuary จากอเมริกา ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฮ่องกง หรือมาเลเซียมานั่งทำงานแทนคนไทย แม้แต่ในสำนักงานที่ทำงานอยู่ขณะนี้ ก็มีการอิมพอร์ตนักคณิตศาสตรประกันภัยผู้เชี่ยวชาญมาจากออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ฟังดูแล้วก็น่าเสียดายไม่น้อย
ด้วยเหตุผลใดที่ทำให้บุคลากรด้านนี้กำลังขาดแคลนสำหรับภาคธุรกิจในบ้านเรา หลายคนคิดแล้วก็คงมีคำตอบให้ตัวเองต่างๆ กันไป แต่ประโยคที่เคยได้ยินมาคงพอจะใช้ได้ คือประโยคที่ว่า “ผู้ไม่รู้ ย่อมไม่ผิด”................
สำหรับบันทึกนี้เป็นเพียงการแนะนำที่มา หรือเรียกน้ำย่อยเท่านั้น ไว้จะมาขยายความเกี่ยวกับอาชีพ Actuary ที่ว่านี้ รวมทั้งข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในบันทึกต่อๆ ไป....
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล:
นิตยสารผู้จัดการ
วารสาร สสวท: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อาจารย์ ดร. ปิยวดี โขวิฑูรกิจ และอาจารย์ชญณา พูลทรัพย์
สวัสดีค่ะ
บันทึกนี้น่าสนใจค่ะ
ลูกชายดิฉันเคยเล่าว่า ในบริษัทเขามีนักคณิตศาสตร์ ทำหน้าที่คล้ายๆที่คุณเล่า จบคณิตศาสตร์เกียรตินิยม เป็นชาวฝรั่งเศส เขาทำงานกันเป็นทีม
ลูกทำงานในบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินที่ใหญ่มาก เป็นอันดับ 5 ในโลก
1.City Bank 2. Bank of America 3.HSBC 4.GE.Capital 5.JP.Morgan
มีคนจบสาขาต่างๆมากมาย จากมหาวิทยาลัยดังๆในโลก แต่เขาจะทำงานเป็นทีมกันค่ะ
ดีแล้วที่คุณเรียนวิชานี้ เข้ากับยุคสมัยที่การประกันรุ่งโรจน์มากๆ
ลองอ่านบันทึกของดิฉันค่ะ จะเข้ามาอ่านต่ออีกนะคะ
ที่นี่
สวัสดีค่ะคุณ sasinanda
ขอบคุณ และดีใจค่ะที่อาชีพนี้เป็นที่รู้จักอยู่ในเมืองไทย เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่อยู่ในสายงานนี้ เมื่อเติบโต หรือมีคุณวุฒิระดับหนึ่งก็จะออกไปทำงานต่างประเทศ เนื่องจากความแตกต่างเรื่องรายได้ที่เห็นได้ชัดเจน และโอกาสในการทำงานที่สูงขึ้น ส่วนการทำงานของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้น โดยมากจะทำงานเป็นทีม และเป็นโปรเจคๆ ค่ะ อย่างที่ทำอยู่ ก็จะมีทั้งคนไทย และที่ปรึกษาชาวญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอาจารย์ในสถาบันการศึกษาของไทยบางท่านที่ศึกษามาทางสายงานนี้ค่ะ
เคยเข้าไปอ่านบันทึกของคุณ sasinanda หลายครั้งแล้วค่ะ โดยเฉพาะบันทึกที่เขียนเกี่ยวกับเด็กค่ะ เพราะที่บ้านมีหลานอายุประมาณหลานของคุณ sasinanda น่ะค่ะ แล้วจะคอยติดตามนะคะ
เรย์
สวัสดีอีกทีค่ะ
ทราบไหมคะ ว่า ในเมืองไทยนี้ มีคนเรียนและอาชีพอย่างนี้ มากไหมคะ ต้องจบอะไรมาก่อนคะ
แน่ๆคือ สายวิทย์ วิทยาศาสตร์ ...??
อยากทราบเป็นความรู้ค่ะ เพราะยังไม่แพร่หลาย
ที่คุณบอกว่า ส่วนใหญ่ คนจบมา มักไปทำงานต่างประเทศ ทำกับบริษัทประกันอย่างเดียวหรือคะ
การไปทำงานกับบริษัทข้ามชาติใหญ่ๆ เป็นอะไรที่กดดันมาก เพราะไปเจอแต่คนเก่งๆทั้งนั้น เราต้องเอาศักยภาพของเรามาใช้อย่างมากๆ มิฉะนั้น จะสู้เขาไม่ได้ ซึ่งต้องการความอดทน วิริยะ อุสาหะอย่างสูง
ผลที่ได้ ก็คุ้ม ในทุกด้าน โดยเฉพาะ ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นมาก มุมมองกว้างและไกลขึ้น และconnectionก็สูงค่ะ
มีข้อเสีย คือ ต้องเดินทางบ่อย ไปประชุม เพราะทีมงานอยู่คนละประเทศ มี conference call กันทุกวัน
แต่ลูกชายเขาชอบ งานไม่ซ้ำซาก ทำเป็นproject แต่ละproject ว่ากันเป็นปี บางทีมีหลายprojectทีเดียวกัน
ก็ดีค่ะ สำหรับคนที่ ทำงานกับความกดดันได้
จะเข้ามาคุยบ่อยๆค่ะ
nichy แนะนำให้เข้ามาเยี่ยม....
หลวงพี่ก็ไม่เคยรู้จักอาชีพนี้เหมือนกัน....
เล่ามาเรื่อยๆ นะ จะติดตามอ่าน....
เจริญพร
สวัสดีอีกครั้งเช่นกันค่ะ
สายอาชีพนี้มีคนเรียนน้อย ถึงน้อยมากค่ะ แต่กลับเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา หรือมหาวิยาลัยที่เปิดสอนสาขาวิชานี้โดยตรงอยู่ไม่กี่ที่ เท่าที่ทราบกันในวงการประกันภัยก็มี
ส่วนในระดับปริญญาโท ก็มีที่จุฬาฯ และสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้าค่ะ
ส่วนสาขาที่ต้องจบมาก่อน ถ้าหมายถึงในระดับมัธยม ก็ต้องเป็นสายวิทยาศาสตร์แน่นอนค่ะ เพราะงานที่ต้องทำ นอกจากจะเกี่ยวข้องกับการจัดการความเสี่ยง หรือศาสตร์ทางด้านการเงินแล้ว ยังต้องอาศัยหลักการทางสถิติ และการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อนเลยทีเดียวค่ะ
เห็นด้วยกับคุณ sasinanda ค่ะที่ว่าการทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ ให้อะไรกับเราหลายๆ อย่าง ถือเป็นความท้าทาย และการสร้างโอกาสที่ดีให้กับตัวเอง ถึงจะเหนื่อย แต่ก็คุ้มค่ะ จะมีอุปสรรคอยู่บ้างในเรื่องการติดต่อสื่อสาร ระยะทาง และความแตกต่างของเวลาค่ะ แต่โดยรวมแล้วถือว่าได้มากกว่าจริงๆ ค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งนึงค่ะที่แวะมาเยี่ยมเยียน รู้สึกหายเหนื่อย และมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ จะคอยติดตามอ่านบันทึกของคุณ sasinanda ค่ะ อ่านแต่ละบันทึกแล้วช่วยเตือนสติตัวเองได้ดีเลยค่ะ
เรย์
ก่อนอื่นขออนุญาตทักทายและพูดคุยกับ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table>โดยไม่ใช้คำศัพท์สำหรับพระสงฆ์นะคะ เพราะ เรย์นับถือศาสนาอิสลามน่ะค่ะ ด้วยหวังว่า <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>จะอนุญาตนะคะ….</p><p>ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน จริงๆ ไม่แปลกใจหรอกค่ะ ที่ยังมีคนอีกเยอะไม่เคยได้ยินอาชีพนี้ ไว้จะเข้ามาเล่าให้ฟัง และแบ่งปันความรู้ในการทำงานให้ทราบนะคะ </p><p>เรย์ เคยเข้าไปอ่านบันทึกของ </p><table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table>อยู่บ่อยๆ ค่ะ จากลิงค์ของณิชน่ะค่ะ ถึงไม่ได้นับถือพุทธ แต่คำสอน หรือเรื่องราวในอดีตบางอย่างก็เอามาเป็นคติสอนใจ หรือให้ข้อคิดได้ดีค่ะ<p>ขอบคุณอีกครั้งนะคะ</p><p>เรย์</p>
โอ เป็นการเปิดโลกใหม่เลยนะคะ
ไม่เคยรู้จักมาก่อน อาชีพ แบบน้องเรย์
รู้จัก
จุฬาฯ และ นิด้าก็รู้จัก แต่ไม่รู้จักที่น้องเรย์ เรียน หรือทำงาน ค่ะ
แต่ชอบที่จะรู้เรื่อง การจัดการความเสี่ยง หรือศาสตร์ทางด้านการเงิน หลักการทางสถิติ และการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน
เขียนอีกนะคะ น่าสนใจมากค่ะ
จะได้ทราบมากขึ้น ว่า Actuary” นักคณิตศาสตร์ประกันภัย เป็นอย่างไร
ยินดีต้อนรับจ้า ... ในที่สุด ฮ่าๆๆ
เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเพื่อนเราทำงานอะไร ... ว่าแต่ สิบเล่มอ่ะสิบเล่ม เมื่อไหร่จะได้เนี่ย
..ณิช..
สวัสดีค่ะคุณหมอ
เรย์เองก็ชอบที่จะหาความรู้ทางด้านการแพทย์เหมือนกันค่ะ เคยมีประสบการณ์ด้านการพิจารณาผลตรวจสุขภาพ ผลเลือด และประวัติการรักษาของคนที่จะมาทำประกันชีวิตค่ะ เพราะต้องนำมาประเมินความเสี่ยง และเรียกเก็บเบี้ยประกันในอัตราที่เหมาะสมค่ะ
จริงๆ แล้วการจัดการความเสี่ยงนำมาประยุกต์ใช้ได้กับทุกสาขาค่ะ ไว้จะมาขยายความในบันทึกต่อๆ ไปนะคะ ยินดีที่ได้ร่วมแบ่งปันความรู้ โดยเฉพาะความรู้ที่แปลกใหม่ และกำลังเป็นที่ต้องการของภาคธุรกิจค่ะ
เรย์
สวัสดีเพื่อนรักผู้หวังดี
ทำตามที่สัญญาแล้วนะ ที่บอกว่าจะเขียนๆ และแล้วก็ทำได้แล้ว ขอบคุณมากนะจ้ะสำหรับคำแนะนำ และกำลังใจ แต่เรื่องสิบเล่มๆ เนี่ย (เหมือนสิบหมื่นๆ ยังไงไม่รู้) ไม่ขอสัญญาแล้วกันนะเพื่อน เพราะมันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เดี๋ยวทำไม่ได้ ไม่อยากผิดสัญญา
ว่าแต่...หายยุ่งเมื่อไหร่ อย่าลืมแบ่งปันเรื่องราวดีดีผ่านบันทึก บอกเล่าจากแดนไกล กันนะจ้ะ หายไปนานคิดถึงน่ะ
เรย์
เรียน ท่านเรณู
แวะมาเยี่ยมครับ และยินดีที่ได้อ่านครับ
สวัสดีค่ะ ท่านอาจารย์หมอ
เรย์
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ขอบคุณนะคะที่แวะมาเยี่ยมเยียน และยินดีที่ได้ต้อนรับค่ะ
เรย์...
สวัสดีค่ะ อาจารย์
เรย์...
อาชีพนี้ไม่เป็นที่รู้จัก
เลยไม่มีความต้องการใช้
และไม่ต้องการใช้ก็เพราะไม่มีใครบังคับให้ใช้
วิชาชีพนี้ 555
ขอบคุณนะคะคุณ Boss ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงแม้คุณยังไม่รู้จักและไม่มีความต้องการใช้ ความเห็นของคุณอาจไม่มีประโยชน์ในเชิงวิชาการแต่กลับมีความหมายมากนะคะ เพราะทำให้ฉันได้เห็นอีกมุมหนึ่งของคน (ทำงาน)
ถ้ามีโอกาสก็แบ่งปันความรู้ในสายอาชีพของคุณบ้างนะคะ ดิฉันยินดีที่จะรู้จักและรับทราบไว้เป็นความรู้ค่ะ
เรณู
เพิ่งมา ขอเพิ่มไว้ในแพลนเน็ต อ่านต่อเมื่อว่าง
เพิ่งเคยได้ยินอาชีพนี้
น่าสนใจจังค่ะ
ชอบบทนี้
I shall be telling this with a sigh
Somewhere ages and ages hence:
Two roads diverged in a wood, and I-
I took the one less traveled by,
And that has made all the difference.
เดินป่า มาถึง ซึ่งแยก
ถนนแรก คนมาก ฝากฝัน
ฉันเลือก คนน้อย เส้นนั้น
เพราะนั่น ฉันจึง แตกต่าง
สวัสดีค่ะคุณหมอจริยา
เรย์รู้จักอาชีพแพทย์ มาตั้งแต่เด็กๆ เคยเป็นความฝันในครั้งหนึ่งด้วยเลยค่ะ ตอนนี้คุณหมอได้รู้จักอาชีพใหม่ที่เรย์ทำอยู่ ยินดีและขอบคุณมากค่ะที่ให้เกียรติติดตาม
ถ้าพูดถึง นักคณิตศาสตร์ประกันภัย คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้ยิน แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น การจัดการความเสี่ยง (Risk Management) คนที่ไม่เคยได้ยินคงน้อยลงเยอะเลยค่ะ จริงๆ หน้าที่หลักของนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ก็คือการจัดการความเสี่ยง ให้กับบริษัทประกันภัยนั่นเองค่ะ
บทประพันธ์นี้แปลโดยอาจารย์ชญณา พูลทรัพย์ เป็นอาจารย์ที่นิด้า อาจารย์ท่านเป็นผู้มีคุณวุฒิและประสบการณ์ทางด้านสาขานี้โดยเฉพาะเลยค่ะ เรย์ก็ชอบที่อาจารย์แปลเหมือนกันค่ะ แตกต่าง แต่ไม่ แปลกแยก นะคะ :)