วันนี้ทุกคนสร้างภาวะผู้นำได้
สวัสดีครับลูกศิษย์ชาว Indorama (Thailand) และชาว Blog
วันนี้ผมได้รับมอบหมายภารกิจที่สำคัญจากคณะผู้บริหารของ Indorama (Thailand) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอินเดีย ให้ผมมาทำหน้าที่โค้ช (Coach) ให้แก่พนักงานของบริษัทซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานระดับกลางที่มีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เป็นผู้นำองค์กรได้ในอนาคต โครงการนี้จะทำต่อเนื่องทุกเดือนตลอดระยะเวลา 1 ปีซึ่งผมคาดว่าเราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นไม่มากก็น้อย และวันนี้ก็เลยถือโอกาสที่จะเปิด Blog นี้ขึ้นมาเป็นสื่อกลางสำหรับพวกเรา หวังว่า Blog นี้จะเป็นแหล่งสะสมความรู้ได้ไม่แพ้ Blog อื่น ๆ ของผมครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์





ดิฉันได้อ่านจากหนังสือเล่มนี้แล้วและได้แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อยู่หลายประการรวมทั้งได้พบว่าทั้งคุณพารณและคุณจีระท่านเป็นนักทรัพยากรมนุษย์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ องค์กร/องค์การ จะจัดตั้งขึ้นได้ต้องประกอบด้วยคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญ คนเป็นปัจจัยหนึ่งในการเพิ่มผลผลิตขององค์กร ไม่ใช่เป็นเพียงต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่คนเป็นผลกำไรที่แท้จริงขององค์กร คนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร และคนเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดในการทำธุรกิจจึงต้องมีการพัฒนาคนให้มีประสิทธิภาพ เกิดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโตขึ้น(คนคือทรัพยากรมนุษย์) ในภาวะผู้นำ/ผู้บริหารต้องมีความศรัทธาและมุ่งมั่นในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้เกิดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตนเองและธุรกิจขององค์กร โดยผู้นำ/ผู้บริหารจะต้องพัฒนามนุษย์โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้ พร้อมทั้งกลยุทธ์ในการสร้างความเป็นเลิศให้องค์กรจากแรงจูงใจ การให้กำลังใจ การเปิดใจยอมรับความคิดเห็น และปัญหาต่างๆ พร้อมให้คำแนะนำและคำปรึกษา จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นและประสบความสำเร็จ คือ ความจงรักภักดีและมีวินัยของคนในองค์กรพยายามทำงานทุกอย่าง อย่างมีคุณภาพ(QUALITY)เน้นความมีส่วนร่วมของพนักงานให้เกิดความผูกพันกับองค์กร ฉะนั้นผู้นำ/ผู้บริหารจะต้องวางระบบเรื่องการพัฒนาบุคลากร ดั่งแนวความคิดที่ว่า “คนเป็นสมบัติที่มีค่าขององค์กร” ซึ่งผู้นำ/ผู้บริหารจะต้องทำหน้าที่ทั้งเป็นผู้ฝึกสอน และเป็นพี่เลี้ยงพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดเวลา เพื่อให้เขาสามารถเรียนรู้และปลดปล่อยความรู้ความสามารถของเขาออกมาอย่างเต็มที่ ด้วยการส่งเสริมการทำงานเป็นทีมและสนับสนุนให้มีการศึกษาและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
test
ผมวิชาญ สุริยะหิรัญ ได้เข้าร่วมอบรมในวันที่ 12 มิ.ย. 50 โดย โปรแกรมพัฒนาความเป็นผู้นำอย่างมืออาชีพทำให้ผมรู้จักการเป็นผู้ฟัง คือ ฟังแล้วได้อะไร นำไปปฏิบัติอย่างไร ให้มีประสิทธิผล ไม่ควรที่จะฟังอย่างเดียว เพราะจะไม่ได้อะไรเลยถ้าไม่นำไปปฏิบัติ รวมทั้งทำให้มีการตัดสินใจในเหตุการณ์เฉพาะหน้าว่าเราควรทำอย่างไร และหลังจากที่ผมได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ สิ่งที่ได้รับจากการอ่านคือหนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึงบุคคลที่สำคัญที่สุดอยู่ 2 ท่าน คือ คุณพารณ และคุณจีระ ซึ่งท่านทั้ง 2 เป็นนักบริหารและนักวิชาการที่เน้นการใช้ทรัพยากรมนุษย์ให้มีความสำคัญในการพัฒนาประเทศ หรือใน การพัฒนาองค์กร และไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นนักบริหารระดับประเทศหรือองค์กรธุรกิจย่อยก็สามารถจะเข้ามาเรียนรู้ได้ ทรัพยากรมนุษย์ถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญเหนือกว่า ทรัพยากรอื่นใด เพราะมนุษย์สามารถเป็นได้ทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายและนั่นคือที่มาของความคิดที่ว่า คนเป็นสมบัติที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร ในการที่จะเพิ่มผลผลิต คนจะต้องมีความ จงรักภักดี และมีวินัย มีความเข้าใจร่วมกัน ในการที่จะให้งานนั้น สำเร็จ และบรรลุเป้าหมายได้ รวมทั้งคำพูดที่ว่าคนจะเก่งอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดีด้วย จึงจะพาองค์กรให้ประสบความ สำเร็จและคนเก่ง คนดี จะต้องเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล แสวงหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา คนไทยที่ฉลาดจะต้องพาตนเองไปอยู่ในองค์กรที่เขาได้เรียนรู้มากกว่าเลือกอยู่ในองค์กร ที่ได้เงินแต่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวหรือเสริมสร้างภูมิปัญญาให้ตนเองแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นองค์กรใดก็ตามที่ไม่มีการพัฒนา และฝึกอบรม จะไม่มีพนักงานที่มีประสิทธิภาพอยู่ร่วมงาน ด้วย และองค์กรนั้นก็จะจมอยู่กับความสำเร็จในอดีต จนไม่นึกถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตรวมทั้งจะไม่กล้าเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคใดๆ ท้ายที่สุดนี้ ผมต้องขอชื่นชมอาจารย์ ที่ผลิตหนังสือออกมาให้ความรู้ได้มากมาย ซึ่งจะเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้ที่ได้ครอบครองและได้อ่าน ผมหวังว่าอาจารย์ทั้งสองจะเป็นทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ที่สำคัญยิ่งตลอดไป
ผมนายสมจิตร เรืองบุญ ได้เขาอบรมในวันที่ 12 มิถุนายน 2550 ได้รับความรู้มากและได้สรุปมาเป็นหัวข้อดังนี้คือ 1.อย่างแรกเลย ผมได้รู้จักตัวเองดีขึ้นว่าเรามีจุดบกพร่องอะไรบ้าง ผมจะได้รีบแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรกก่อนจะไปพัฒนาคนอื่น 2.อาจารย์สอนให้ผมได้มองเห็นคนระดับล่างว่าไม่ควรไปซ้ำเติมเขาในสิ่งเขาทำไม่ดี เราควรช่วยและส่งเสริมเขาโดยการแนะนำและพัฒนาเขาให้ดีให้มีค่าแก่สังคมและครอบครัว 3.ได้รู้จักการทำงานเป็นทีมและระบบการทำงานมากขึ้น ( ส่วนใหญ่คนในหมู่มากจะทำงานด้วยตัวของตนเองเป็นหลักไม่นิยมทำงานเป็นทีม ) ผมจะพยายามพัฒนาในจุดนี้ในแผนกที่ผมได้ดูแลและรับผิดชอบอยู่ 4.อาจารย์ สอนให้ผมได้รู้จักการใฝ่หาความรู้ให้มากขึ้น ในด้านต่าง ๆและนำมาใช้ในบริษัทฯ ครอบครัวและสังคม ถ้าทำได้ผมคิดว่าผมจะเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก 5.ได้รู้จักคำว่า Transformation คือการพัฒนาการทำงานจากที่เราทำอยู่เดิม จนงานและผลงานออกมาได้ดีและพัฒนาตัวเองต่อไป จึงทำให้สามารถก้าวหน้าในหน้าที่การงานยิ่งขึ้นไปและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 6.ฝึกให้รู้จักการพูดและการกล้าแสดงออก รวมทั้งรับฟังคำคิดเห็นของคนอื่น และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี ซึ่ง พนักงานทุกคนจะต้องทำให้ได้ ผมได้อ่านหนังสื่อ ทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ของอาจารย์แล้ว คือได้เกล็ดความรู้มากมาย เช่น 1.การนำประสบการณ์การทำงานของ คุณพารณ มาประยุกต์ใช้ในโอกาสต่าง ๆจนประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานของตนเองที่ใช้ในองค์กร 2.มีความคิดริเริ่มใหม่ ๆอยู่เสมอ มีวิสัยทัศน์ มองกาลไกลได้กว้างมากยิ่งขึ้น
3.ได้รู้ถึงทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในปัจจุบันไม่ใช่Communities หรือสินค้า แต่เป็นความรู้ 4.การจะเป็นผู้นำที่ดี คือCoach ที่ดีและเข้าใจจุดอ่อน จุดแข็งของลูกน้อง คือต้องมองลูกน้องให้ทะลุและชัดเจน ถึงจะเป็นผู้นำเขาได้ 5.สอนให้รู้ว่าการรับคนเข้าทำงานจะต้องมีประสิทธิภาพและใช้หลักเกณฑ์ของบริษัทฯ ไม่ไช่รับเด็กที่ฝากเข้ามาทำงาน คือจะทำให้องค์กรพัฒนาไปได้ช้า 6.รู้จักการทำ โครงงาน คือ ช่วยให้ผู้เรียนพัฒนากระบวนการคิดที่เป็นระบบ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีหลักการ รู้จักการวางแผน และการทำงานเป็นทีมได้ 7.สอนให้รู้การพัฒนาคนไม่ใช่พัฒนาแต่พนักงานระดับสูง คือ ระดับบริหาร แต่ต้องพัฒนาทุก ๆ ระดับจนถึงระดับล่างสุด งานถึงจะออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ ผมขอสรุปที่ผมอ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้ คือจะเน้นเรื่องการพัฒนาคนเป็นหัวใจหลัก ถ้าขาดตรงนี้ไปไม่ว่าจะทำได้ดีขนาดไหน ในองค์กรก็อาจจะไปไม่รอดและผมขอขอบคุณองค์กร ที่ได้ให้โอกาสผมได้เข้าอบรมในครั้งนี้ด้วย
ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องหลักสูตร มีหัวข้ออะไรที่จะเพิ่มเติม
กลุ่ม 1 จะพยายามพัฒนาตัวเองให้เรียนรู้ได้มากที่สุด ขอฟัง 2 เดือนก่อน
กลุ่ม 2 พื้นฐานภาษาอังกฤษยังน้อยอยู่ ถ้ามีภาษาอังกฤษมาก ๆ อาจไม่ค่อยได้
กลุ่ม 3 พนักงานไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ (ดร.จีระ เสนอให้มีการฝึก)
กลุ่ม 4 คุณสรายุทธ ได้รับทราบการทำงานที่ถูกต้องใช้สมองในการแก้ปัญหา จบที่ชั้นไหนก็ตาม สามารถฝึกการเรียนรู้ได้เท่าเทียมกันทุกคน(ดร.จีระ บอกว่าส่วนใหญ่ใช้ทักษะในการทำงานแต่สามารถฝึกปัญญาได้ ลูกน้องดีไม่ดีอยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละคน)
กลุ่ม 5 ยังไม่มีอะไรแนะนำ ขอศึกษาไปก่อน การศึกษาที่ อินโดรามา การศึกษาต่ำ บางสิ่งที่ไม่เคยเจอมา อาจคิดว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ อาจรับได้ยาก ในอนาคตทั้ง 10 ข้อที่เรียนไปอาจไม่ได้อย่างคาดหวัง 100 %
• ประเด็นที่อยากเพิ่ม คือเรื่องการฝึกคอมพิวเตอร์ และการเรียนภาษาอังกฤษ
• วันแรกยังไม่ชนะไม่เป็นไร แต่อย่าต่อต้านความรู้
• สิ่งที่เขาคัดเลือกมา เพราะ มีประสบการณ์มาแล้วกว่า 10 ปี เป็นโรงงานที่มีคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในโลก
• คัดเลือกคนมาเรียนรู้เพราะเห็นศักยภาพ แต่ยังคิดไม่มาก ดังนั้นหลักสูตรนี้ จะเน้นให้ทุกคนคิดมากขึ้น ควรฟังแล้วคิดไปด้วยจะทำให้ประสบความสำเร็จดีขึ้น
ประเด็นที่อยากฝาก 10 ประเด็น
1. วัตถุประสงค์ของการมาครั้งนี้สำคัญมากเพราะเรากำลังพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับกลางของอินโดรามา ผมยังไม่เห็นมีที่ไหนที่เอาจริงกับการพัฒนาระดับกลาง ผมคิดว่า เขาคิดทางทฤษฎีเรื่อง Transformation เป็นการผลักดันคนจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง เปลี่ยนจากการทำงานแบบเดิม มาเป็นผู้นำ ผู้บริหาร โครงการนี้เพื่อยกย่องให้คุณเป็นคนที่มีคุณภาพต่อไป ไม่ใช่ Transaction คืออยู่จุดเดิม แต่แค่ทำให้ดีขึ้น การอยู่ในบริษัทชั้นนำข้ามโลกควรมีความเอาจริงในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เข้าใจเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของหลักสูตรนี้มีเป้าหมายต่อตัวคุณ ครอบครัว สังคม และประเทศชาติอย่างไร
2. วันนึงคนในห้องนี้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วจากผมและกลุ่มอื่น จะทำหน้าที่ 2 อย่าง
- ไปทดแทนผู้บริหารจากอินเดียในอนาคต
- อยากให้คุณไปทำงานเมืองนอก โลกเราเป็นโลกที่ไร้พรมแดน สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจก่อนในสิ่งเหล่านี้ ความรู้อยู่ทุกจุดในโลก ถ้ามีโอกาสให้รู้จักฉกฉวย รู้จักใช้ปัญญาให้เป็น
3. ต้องยอมรับว่า อินโดรามา ลงทุนพัฒนาบุคลากรอย่างจริงจัง นับว่าเป็นตัวอย่างที่ดี
- ลงทุนให้มาเรียนเป็นการลงทุนด้านการพัฒนาการเรียนรู้ ยอมลงทุนค่าเสียโอกาสในการไม่ทำงานเดือนละครั้ง
- ลงทุนเพื่อให้ทุกคนสามารถพัฒนาขึ้น และองค์กรก็จะพัฒนาไปได้มากขึ้นกว่าเดิม ถ้าการลงทุนสำเร็จแล้วได้อะไร คือ ได้กำไร ได้ความสุข ได้ภาพลักษณ์ที่สนใจเรื่องคน เป็น Brand ระดับโลก อินโดรามา คิดเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มาก
- สนใจให้คุณมีชุมชนที่น่าอยู่ (ประเทศไทย ผิดผลาดในเรื่องชอบบริโภค แต่ไม่ชอบลงทุน) ความแตกต่างระหว่างการลงทุนกับการบริโภค การออม คือการลงทุน การใช้ คือการบริโภค
4. วิชานี้สำเร็จได้ ถ้าทุกคนสนใจ และสามารถไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ก่อนอื่นต้องรู้จักสำรวจตัวเอง รู้จักตัวเอง รู้จักจุดแข็งของเรา ความรู้ที่ได้ของคนอินโดรามา ส่วนใหญ่เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ อย่าคิดว่าความรู้มีน้อย
5. อยากให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วินาทีที่ผมเข้ามา ถึงเที่ยง ต้องถามตัวเองว่าได้อะไร แล้วตอนบ่าย ได้อะไร และระหว่างที่ไม่ได้อยู่ควรมีอารมณ์ในการแสวงหาความรู้ รู้จักทำการบ้าน และอ่านหนังสือ สิ่งสำคัญคืออยากให้ทุกคนมีวัฒนธรรมในการเรียนรู้
6. อยากให้ในห้องเลือกประธานรุ่น1คน และรองประธาน2 คน
7. สำรวจดูว่าปัจจัยใดที่เป็นปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้การทำงานในวันนี้ไม่สำเร็จ มีอะไรบ้าง เช่น กลัว ไม่กล้าเรียน ขาดความรู้ ปัจจัยเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่คือ ทัศนคติไม่เปิดกว้าง ไม่กล้า และกลัวในการเรียนรู้ เรียนรู้ในการเติบจุดอ่อนให้เต็ม การนั่งด้วยกันเพื่อให้ปรึกษากัน เรียนเป็นทีม และเรียนให้ครบ
8.สำรวจดูว่าปัจจัยที่ไปสู่ความสำเร็จคืออะไร เช่นการทำงานต่อเนื่อง การมีความรู้ มีประโยชน์ต่อคุณ มีอุปนิสัยในการคิดให้เป็นอยากลอกความคิด และควรคิดให้รอบคอบ
9. ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในห้องนี้ ไม่ได้ดีแค่ในตัวคุณ ครอบครัว อินโดรามา แต่ดีสำหรับประเทศไทยด้วย
• คนในห้องนี้ อินโดรามา พยายาม Transform คุณจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งได้ ซึ่งทำให้คุณสามารถประสบความสำเร็จ
• ประโยชน์ คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในโรงงานที่ดีขึ้น
10. การทำโครงการ อินโดรามา ถ้าสำเร็จได้จะดีสำหรับตัวเรา ชุมชน สังคม ประเทศ และพวกเราจะเป็นรูปแบบที่ดีสำหรับองค์กรอื่น ๆ ถ้าสำเร็จ ก็จะสามารถไปช่วยโรงงานอื่นด้วย
11. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่ยากที่สุด ต้องทำตัวเสมือนเป็นCoach,Mentor, Facilitator
12.หลักสูตรนี้ทำเรื่อง 3 เรื่องด้วยกัน คือ
- ความรู้
- วิธีการคิด
- สังคมการเรียนรู้
13. สิ่งที่ยากที่สุดในห้องนี้ คือการปรับนิสัยของตัวเอง มนุษย์สิ่งที่ยากที่สุด คือ การบริหารการเปลี่ยนแปลง การปรับอุปนิสัย ต้องใช้เวลา แต่เป็นสิ่งสำคัญ
14. หลักสูตรนี้จะให้อ่านหนังสือเยอะ เมื่อผ่านไป 2 อาทิตย์ ส่งการบ้านมาที่ Blog : พัฒนาผู้นำที่ Indorama www.chiraacademy.com
15. จุดสำคัญที่สุดที่คนในห้องนี้ควรมีคือ Positioningทุนที่ใหญ่ที่สุดคือทุนทางปัญญา
ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 2 นาทีฟังตั้งแต่ข้อ 1-9 ได้อะไรที่จะนำไปใช้ 2 เรื่อง
กลุ่ม 1 Transformation จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ซึ่งทำให้มีความก้าวหน้าในการทำงานและสามารถพัฒนาภาวะผู้นำ บริษัทลงทุนให้อบรมในครั้งนี้ให้แก่เรา จะตอบสนองในการพัฒนาตนเองให้บริษัทมีกำไร และมีความสุข ซึ่งทำให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
กลุ่ม 2 ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ คือ อย่าไปกังวล กับเรื่องต่าง ๆ ขอให้ตั้งใจ แม้ความรู้ยังน้อย ก็อย่ากังวลกับสิ่งตรงนี้ (เรียนด้วยความสนุก อย่าคิดว่าไม่มีความสามารถ) ฟังแล้วเรียนรู้ แล้วต้องกลับไปสำรวจตัวเองเพื่อไปพัฒนาต่อไป (สำรวจตัวเอง และลดช่องว่าง)
กลุ่ม 3 ทัศนคติของเราในกลุ่มยังไม่เปิดกว้าง ฟังแล้วจะเปิดกว้างขึ้น และยอมรับมาปฏิบัติ ปัจจัยนำสู่ความสำเร็จ คือ จะพัฒนาความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดความต่อเนื่อง (ไปประยุกต์กับตัวเอง องค์กร ชุมชน ประเทศชาติ)
กลุ่ม 4 ยอมรับเพื่อเรียนรู้ เพื่อที่จะเติมจุดอ่อน จะทำการเรียนรู้ และเปิดใจกว้างให้ได้อย่างเต็มที่ การอยู่บริษัทชั้นนำ เน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างแท้จริงเพื่อให้ไปสู่การพัฒนาบริษัทที่ดีขึ้น (Get things done ทำให้เกิดความสำเร็จ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท)
กลุ่ม 5 นำความรู้ที่อาจารย์มาให้ความรู้ มาสู่การทำ Transformation และอยากเก็บเกี่ยว ความรู้ ความสามารถของ อ.จีระ ถ้าไม่ยอมรับความรู้ ความคิดเห็นของคนอื่น ปัญญาจะไม่เกิด รูปแบบการบริหาร รูปแบบปิรามิด ซึ่งตอนนี้ทุกท่าน่จะอยู่ประมาณช่วงกลาง ซึ่งจะมีหัวหน้า และลูกน้องใน Control
วิธีการเรียนรู้ที่ใช้จะต้องสร้างวัฒนธรรมของการเรียนรู้ ซึ่งผมเรียกว่าทฤษฎี 4L’s
Learning Methodology เข้าใจวิธีการเรียนรู้
Learning Environment สร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
Learning Opportunities สร้างโอกาสในการเรียนรู้
Learning Communities สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
กฎของ Peter Senge
n Personal Mastery รู้อะไร รู้ให้จริง
n Mental Models แบบอย่างทางความคิด
n Shared Vision เห็นอนาคตร่วมกัน
n Team Learning เรียนเป็นทีม
n System Thinking คิดมีเหตุผลที่สำคัญคือ อยากให้ผู้นำในห้องนี้ มองภาพใหญ่ (Big Picture) ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
n รู้ว่า โอกาสและการคุกคามคืออะไร ถ้าอยากเป็นนักบินที่ดีต้องทำอะไรบ้าง
• ต้องเรียนรู้การขับเครื่องบินที่ดี
• ต้องมองสภาพแวดล้อมที่ดี มองภาพใหญ่ ศึกษาก่อน
สภาพแวดล้อม เรียนรู้โลกาภิวัตน์ และ ผลกระทบในประเทศเรื่องระหว่างประเทศ
- อยากให้มองเรื่องโลกาภิวัตน์โลกาภิวัตน์ คือ
- โลกที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม
- ต้องฉกฉวยโอกาสเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีทางสารสนเทศ เช่น อีเมล์เราจะใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการได้อย่างไร
- เกิดการล่มสลายของระบบคอมมิวนิสต์ และสังคมนิยม จีน และ รัสเซีย ไม่เป็นคอมมิวนิสต์ แล้ว ผลคือ คู่แข่งมีมากขึ้น ดังนั้น เราต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เพื่อให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืนสิ่งที่จะต้องศึกษาคือการทำงานของตลาด อินโดรามาอยู่ได้เพราะมีลูกค้า มีการพัฒนาสินค้า และพัฒนาคนตลอดเวลา
• โลกแห่งการเปลี่ยนแปลงนับต่อจากนี้ไปได้แก่ อิทธิพลของกระแสโลกาภิวัตน์ ( Globalization ) เช่น
- การค้าเสรี WTO , FTA เช่น ไทย-จีน ไทย-ออสเตรเลีย
- บทบาทของจีน อินเดีย
- การล่มสลายของระบบคอมมิวนิสต์
- เศรษฐกิจยุคใหม่ ( New economy ) บทบาทของ internet และ web services
การค้าระหว่างประเทศเกี่ยวข้องอะไรกับ อินโดรามา
- ส่งออก
- นำเข้า
- พัฒนาคนดีขึ้น สินค้าเป็นที่ยอมรับมากขึ้น
ส่งออก และนำเข้าเกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร
- ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนแพง (เงินบาทแข็ง) สินค้าส่งออกแพง
- ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนถูก (เงินบาทอ่อน) สินค้าส่งออกราคาถูก แต่แลกเป็นเงินบาทได้เยอะขึ้น
ผลกระทบจากโลกาภิวัตน์พัฒนาการของเทคโนโลยีการสื่อสารและข่าวสาร(IT)
- Biotechnology
- Nanotechnology
- Out sourcing
- เสรีทางการศึกษา
จุดแข็ง
• กระตุ้นให้ประเทศตื่นตัว ปรับนโยบายทั้งระดับ Marco และ Micro
• ผู้บริโภคมีทางเลือกของคุณภาพสินค้ามากขึ้น
• ราคามีการแข่งขันกันอย่างเสรี
• ทำให้เกิดโลกทัศน์ที่กว้าง
• <
ดิฉันได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แล้วพบว่า ดร.จีระและคุณพารณ ท่านทั้งสองเป็นบุคคลที่เก่งเรื่องทรัพยากรมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง และสอนให้บุคลากรได้ทราบถึงความสำคัญเป็น อย่างมาก ดิฉันสรุปได้ว่าคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญขององค์กรและจะพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพอย่างแรกจะต้องเกิดการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเกิดความรักความ ศรัทธาในองค์กรก่อน การทำธุรกิจจึงต้องมีการพัฒนาคนควบคู่ไปด้วยกัน คนเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดในองค์กร การจะเพิ่มผลผลิตขององค์กรให้ประสบความสำเร็จก็คือ ความจงรักภักดี และความมีวินัยของคนในองค์กรนั้นๆ ผู้บริหารต้องเป็นผู้ที่มีความศรัทธา และความมุ่งมั่นในการพัฒนาคน โดยมุ่งเน้นการเรียนรู้ การสร้างแรงจูงใจ การสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากรในองค์กร เปิดใจกว้างยอมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของบุคลากร เพื่อการพัฒนางานให้เกิดคุณภาพ หลักการบริหารจึงเน้นการมีส่วนร่วมของพนักงานให้เกิดความผูกพันกับบริษัทฯซึ่งมีการส่งเสริมการศึกษาเพิ่มเติมให้กับพนักงานอีกทางหนึ่ง คนเป็นสมบัติที่มีค่าที่สุดขององค์กรจึงต้องขอให้ผู้บริหารได้ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ฝึกสอนและพี่เลี้ยงเพื่อเป็นการพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและผลที่ได้รับก็คือการที่พนักงานได้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น และสามารถทำงานรวมทั้งการอยู่ร่วมกันเป็นทีม คนเปรียบเสมือนเสาเข็มที่แข็งแกร่ง และเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร ดิฉันสรุปได้ว่า การทำงานที่ดีได้นั้น จะต้องผสมผสานหลายสิ่งหลายอย่างเข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นองค์กร ผู้บริหาร หรือพนักงานก็ตาม
test
กราบเรียนอาจารย์หลังจากที่ได้อ่าน”ทรัพยากรมนุษย์”ก็พอสรุปได้ว่า มนุษย์เกิดมาเท่ากันโดยพื้นฐาน แต่การพัฒนาทรัพยากร มนุษย์จะทำให้มีความสามารถทัดเทียมกัน การลงทุนในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะสะท้อนแนว ความคิดของเขากับการพัฒนาสังคมให้มีคุณค่า จากเดิม” คน” เป็นเพียงต้นทุนแต่การผลิต” คน” ต่างหากคือกำไร แต่ก่อนใน สังคมไทยให้ความสำคัญ ต่อการพัฒนาวัตถุที่เป็นรูปธรรม เพื่อนำพาความเจริญไปสู่ชุมชนต่างๆ เช่น การสร้างเขื่อน สร้างถนน สร้างโรงงานไฟฟ้า ท่าเรือ สนามบิน ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุนและการส่งออก แต่ไม่มีการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับ ความเจริญ จึงมีผลให้ทรัพยากรมนุษย์ ไม่เก่ง คิดไม่เป็น ส่งผลต่อเศรษฐกิจระยะยาวที่วางแผนไว้ ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ในปัจจุบันก็มีการพัฒนาผีมือแรงงาน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งในปัจจุบันก็มีการพัฒนาผีมือแรงงานแต่ไม่ได้รับความ สนใจจากภาคอุตสาหกรรมเท่าที่ควรเพราะผีมือไม่เป็นที่ยอมรับ การพัฒนาบุคลากรเป็นการลงทุนของบริษัทที่ไม่ใช่ต้นทุนแต่ คนเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญสูงสุดที่ต้องการการเอาใจใส่ ดูแลหมั่นพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา ก็เปรียบเสมือนเครื่องจักรนับวันยิ่งด้อยค่าลง แต่คนที่ได้รับการพัฒนา จะเพื่อค่าของตัวเองตลอดจากประสบการณ์ที่ได้รับ คนเราจะทำอะไรก็ตามเราจะต้องมีความเชื่อมั่น ความศัรทธา ในสิ่งที่กำลัง ทำอยู่ว่าจะเป็นประโยชน์และเป็นสิ่งที่ดีซึ่งจะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ และคนที่จะทำให้องค์กรประสบผลสำเร็จได้ต้องเก่ง ดี มีคุณธรรม บวกกับการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ทั้งกับการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงโลกจากกระแสโลกาภิวัฒน์ ซึ่งมีผลกระทบต่อ ทรัพยากรมนุษย์ในหลายด้านฉะนั้นเราต้องตื่นตัวและพร้อมอยู่เสมอเพื่อรองรับกระแสโลกาภิวัฒน์ ส่วนการรักษาคนในองค์กร ไว้ต้องสร้างแรงจูงใจ สร้างความผูกพัน ความรักบริษัท สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการทำงานเป็นทีมก็มีส่วนสำคัญไม่ น้อยกว่าอื่นใด
ดิฉันวราภรณ์ ระวิงทอง ได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์ต่อดิฉันเป็นอย่างมาก คุณพารณ และคุณจีระ ท่านทั้ง 2 ได้เล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากร มนุษย์เป็นอันดับแรกมากกว่าสิ่งอื่น ดิฉันเห็นด้วยว่า คนเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในองค์กรใด หรือว่าการทำธุรกิจใดๆ ก็จะใช้คนเป็นหลักสำคัญ รวมถึงองค์กรที่ใช้เครื่อง จักรอุตสาหกรรมใหญ่ๆก็ยังต้องใช้คนเป็นผู้ควบคุมดูแล ฉะนั้นองค์กรใดถ้ามีคน ก็จะต้องเกิดการพัฒนา และต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ ถ้าหยุดการพัฒนาก็เหมือนเครื่องจักรที่หยุดการทำงานจะ ไม่มีค่าอะไรเลยดิฉันหาความรู้ได้จากหนังสือเล่มนี้ได้มากมาย ล้วนแต่เป็นประโยชน์ทั้งนั้น และการอ่านหนังสือก็เป็นการพัฒนาตนเองในอีกหนทางหนึ่งเช่นกัน ในหนังสือมีหลายแง่หลายมุมให้ คิดมากมาย สอนให้ศึกษาสิ่งต่างๆ ที่เรายังไม่เคยมองเห็น สอนให้เรารู้จักผู้อื่น สอนให้เรารู้จักการทำงานกันเป็นทีม สอนให้เราคิดในสิ่งใหม่ๆ สอนให้เรารู้จักการวางแผน และการแก้ไข ปัญหาในการทำงาน และแก้ไขปัญหาในสิ่งต่างๆให้ทันยุคทันสมัยตลอดเวลา ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่อาจจะมีวิสัยทัศน์ที่ไม่กว้างไกลอะไรมากนัก แต่เมื่อได้อ่านหนังสือและเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรมนุษย์แล้ว ทำให้ดิฉันรู้สึกมีความคิดและวิสัยทัศน์ได้กว้างไกลมากขึ้น รวมทั้งได้เข้าใจปัญหาและสามารถแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่ง และดิฉันยังได้เข้าใจเพื่อนร่วมงาน มากยิ่งขึ้นในการทำงานด้วยกัน ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่ช่วยทำให้ดิฉันเกิดความพัฒนาในตนเอง และในองค์กรที่ดิฉันปฏิบัติงานอยู่ด้วยความจริงใจเป็นอย่างยิ่ง
ในหนังสือเล่มนี้ข้าพเจ้าได้อ่าน และได้ศึกษาแล้ว ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นหนังสือที่ให้ความรู้และประโยชน์มีคุณค่าในหลายๆ ด้าน ยกตัวอย่างเรื่องการพัฒนามนุษย์ให้เป็นคนที่มีความสามารถ ความรู้ความเข้าใจในชีวิตของตัวเองมากขึ้น ซึ่งสอนให้พัฒนาตนเองและพัฒนาองค์อรของตนเองให้มีประสิทธิภาพและอิสระในการทำงาน มีอิสระในการตัดสินใจ รู้ถึงสิทธิและหน้าที่ที่พนักงานควรจะมีและควรจะได้รับ สอนให้มนุษย์รู้จักที่จะคิดทำในสิ่งที่ควรจะทำ และลองในสิ่งที่ควรจะลอง ศรัทธาในความเชื่อ ไม่ได้แต่คิดอย่างเดียวแต่ต้องลงมือปฏิบัติไปพร้อม ๆ กันด้วย และในหนังสือเล่มนี้ยังบอกอีกว่าให้มนุษย์มีทัศนคติที่ดีต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและต่อสังคม บอกให้เรามีศีลธรรมในใจเกี่ยวกับการทำงานให้เป็นคนดี แสวงหาความรู้อยู่เสมอบอกให้เป็นผู้นำที่ดี ดูแลลูกน้อง สนใจและดูแลเอาใจใส่พนักงานทุกคน ให้ความสำคัญกับพนักงานเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน บอกให้มนุษย์สร้างเสริมประสบการณ์ให้ตัวเองอยู่เสมอ ให้พยายามสร้างวิสัยทัศน์ให้กับตนเอง ส่วนเรื่องทรัพยากรของมนุษย์เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดชีวิตคือการลงทุนอย่างหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะขาดทุนแต่ที่ขาดทุนนั้นให้เราคิดว่ามันเป็นกำไร เป็นประสบการณ์ และเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคตของเรา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กรทุกๆ องค์กรและการที่เรามีความเชื่อมั่นในตนเองจะทำให้ตัวเราเองมีค่ามากที่สุดเช่นกัน
ดิฉันกาญจนาพร ยุบลพันธุ์ เป็นสมาชิกของอินโดรามาได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์แล้ว ได้ความรู้คือการทำงานของคุณพารณ ที่ปุนซีเมนต์ไทยโดยการบริหารองค์กรแบบครอบครัว และเป็นพี่น้อง การทำงานเป็นทีมโดยแชร์ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน รวมถึงสภาพแวดล้อมซึ่งสอนให้รู้ถึงการรับฟังและรับรู้เรื่องต่างๆ ทำให้รู้จักมองตัวเองให้น้อยลงมองผู้อื่นให้มากขึ้นและรู้จักการเห็นจุดอ่อนจุดเเข็งของตัวเองทำให้พัฒนาตนเอง แก้ปัญหาและตัดสินใจ และสิ่งที่ ดร.จีระ เขียนไว้ว่าคนถ้าไม่ดูแลพัฒนาก็เสื่อม หรือเสื่อมเร็วกว่าวัตถุอื่นๆ เพราะคนต้องคอยปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ เช่นการเรียนรู้ รับฟัง มองภาพใหญ่ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ทำให้เราได้รับรู้อีกว่าโลกยุคโลกาภิวัฒน์ การแข่งขันที่เสรี การค้าระหว่างประเทศ (การแลกเปลี่ยนเงินตรา) เทคโนโลยีที่มีการพัฒนาไปมากขึ้นเช่น ทฤษฎี(4L,S) เข้าใจวิธีการเรียนรู้, การสร้างชุมชนเพื่อเรียนรู้ในการเป็นผู้นำที่ดีของดร.จีระ การบริหารความเป็นเลิศของคนในองค์กรของท่านพารณท่านมีปรัชญาความเชื่อในเรื่อง การมองคนแบบให้เกียรติ ไม่ว่าเขาเหล่านั้น จะมีตำแหน่งอะไร และการบริหารทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันไม่ใช่เงิน สิ่งของ หรือเครื่องจักร แต่เป็นคน ซึ่งคนต้องเป็นคนเก่งและคนดีด้วย
กราบเรียนอาจารย์ หลังจากที่ได้รับฟังการบรรยายและได้อ่านหนังสือทำให้ได้รับรู้ ประเด็นอะไรที่มันใหม่ๆ และข่าวสารที่ทันสมัยชอบตรงที่ท่านบอกว่า
มนุษย์ คือ ทรัพยากร ที่สำคัญที่สุดของโลกและทรัพยากรมนุษย์ต้องการ การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ถูกต้องและต้องการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพการเรียนรู้ไม่จำกัดว่าต้องเรียนเฉพาะในห้องเรียนหรือต้องจบการศึกษาที่สูง
การเป็นผู้นำต้องเปิดใจให้กว้างยอมรับ คำติชมของผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องเข้าถึงกับคนทุกระดับได้มีความรับผิดชอบสูงการทำงานต้องทำงานเป็นทีมจึงจะประสบผลสำเร็จ ต้องมีความคิดริเริ่ม มีทั้งทฤษฎีและปฏิบัติได้ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดี การอยู่ในยุคโบกาภิวัฒน์ต้องทำตัวให้รับได้กับทุกสถานการ ต้องรู้ข่าวสารรอบด้าน ต้องทันเหตุการณ์
องค์ต้องเอาใจใส่ พนักงานและครอบครัวของพน้กงาน ในองค์กรอบะต้องทำความเข้าใจ กับชุมชนที่อยูรอบๆ องค์กรของเราเพื่อลดผัญหาการถูกร้องเรียน ต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ายอมรับผลิตภัณฑ์ ขององค์
เรียน อาจารย์
หลังจากที่ได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์ของอาจารย์แล้ว ก็พอสรุปได้ว่า มนุษย์มีความความเท่าเทียมกันโดยพื้นฐาน แต่ความรู้ความสามารถไม่เท่ากัน จึงต้องมีการพัฒนาในด้านทรัพยากรมนุษย์ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะสะท้อนแนวความคิดของเขากับการพัฒนาให้มีคุณค่าจากเดิม "คน" เป็นเพียงต้นทุน แต่การผลิตคนต่างหากเป็นกำไร สังคมไทยให้ความสำคัญในการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม เพื่อนำพาความเจริญไปสู่ชุมชน เช่น การสร้างเขื่อน สร้างถนน ตลอดจนการส่งเสริม การลงทุนด้านการส่งออก ซึ่งไม่มีการพัฒนาบุคคลากรเพื่อรองรับความเจริญ จึงมีผลให้ทรัพยากรมนุษย์ไม่เก่ง คิดไม่เป็น ซึ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่ไม่ได้รับความสนใจจากภาคอุตสาหกรรมเท่าที่ควร เพราะฝีมือไม่เป็นที่ยอมรับ จำเป็นต้องมีการพัฒนาบุคคลากรให้มีฝีมือ เพื่อการแข่งขัน เปรียบเสมือนเครื่องจักรนับวันยิ่งด้อยค่าลง แต่คนที่ได้รับการพัฒนา จะเพิ่มค่าของตัวเองตลอดจนประสบการณ์ที่ได้รับ จะต้องมีความเชื่อมั่น ในสิ่งที่กำลังทำอยู่ และคนที่จะทำให้องค์กรประสบผลสำเร็จ ต้องเก่ง มีคุณธรรม บวกกับมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เพื่อให้ทันโลกจากระแสโลกาภิวัฒน์ สร้างแรงจูงใจ สร้างความผูกพัน ความรักองค์กร สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการทำงานเป็นทีม
เรียนอาจารย์
หลังจากที่ได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์ของอาจารย์แล้ว พอสรุปได้ว่า มนุษย์ทุกคนมีความเท่ากันโดยพื้นฐาน แต่ความรู้ความสามารถไม่เท่ากัน จึงต้องมีการพัฒนาในด้านทรัพยากรมนุษย์จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะสะท้อนแนวความคิดของเขากับการพัฒนาให้มีคุณค่า จากเดิม "คน"เป็นเพียงต้นทุน แต่การผลิตคนต่างหากเป็นกำไร สังคมไทยให้ความสำคัญในการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม เพื่อนำพาความเจริญไปสู่ชุมชน เช่น การสร้างเขื่อน สร้างถนน ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุนด้านการส่งออก ซึ่งไม่มีการพัฒนาบุคคลากรเพื่อรองรับความเจริญ จึงมีผลให้ทรัพยากรมนุษย์ไม่เก่ง คิดไม่เป็น ซึ่งในปัจจุบันก็มีการพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่ไม่ได้รับความสนใจจากภาคอุตสาหกรรมเท่าที่ควร เพราะฝีมือไม่เป็นที่ยอมรับ จำเป็นต้องมีการพัฒนาบุคลากรให้มีฝีมือ เพื่อการแข่งขันกัน เปรียบเสมือนเครื่องจักรนับวันยิ่งด้อยค่าลง แต่คนที่ได้รับการพัฒนาจะเพิ่มค่าของตัวเอง ตลอดจนประสบการณ์ที่ได้รับ จะต้องมีความเชื่อมั่น ในสิ่งที่กำลังทำอยู่ และคนที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้ต้องเก่ง มีคุณธรรม บวกกับการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เพื่อให้ทันโลกจากกระแสโลกาภิวัฒน์ สร้างแรงจูงใจ สร้างความผูกพัน รักองค์กร สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดีขึ้น รวมทั้งการทำงานเป็นทีม
จากการที่ได้อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ จึงได้ทราบว่า การจัดตั้งองค์กรทรัพยากรพัฒนาบุคคล เป็นสิ่งที่ยาก มีอุปสรรคมากมาย แต่แล้วก็สำเร็จไปได้ด้วยดี เพราะความคิดริเริ่มที่ดี มีความพยายาม ตั้งใจจริง และด้วยความช่วยเหลือจากบุคคลหลายๆ ฝ่าย องค์กรที่ประสบผลสำเร็จ ในเรื่องของคน ก็คือองค์กรที่มีผู้นำที่มี วิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถใช้การสื่อสาร และถ่ายทอดวิสัยทัศน์ ให้แก่ผู้ร่วมงานได้เข้าใจ สามารถปฏิบัติตามได้สำเร็จ และเป็นต้นแบบทั้งการเป็นคนดี และคนเก่งในเวลาเดียวกัน หากองค์กรที่มีทรัพยากรมนุษย์ ที่มี IQ,EQ,AQ,TQ และ MQ สูงขึ้น การเพิ่มPRODUCTIVITY ย่อมเป็นผลที่จะตามมาอย่างแน่นอน รวมถึงการสร้างแรงจูงใจที่ดีให้เกิดขึ้นในองค์กรนั้นๆ ด้วย กรมทรัพยากรมนุษย์มองเห็นคุณค่าของมนุษย์ว่ามีค่ามากกว่าเครื่องจักร หรือทรัพย์สินเงินทอง ที่ต้องเอาใจใส่ดูแล ห่วงใยอย่างต่อเนื่อง และต้องมีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ ในฐานะที่ดิฉันเป็นพนักงานคนหนึ่งในองค์กรนี้ รู้สึกภูมิใจมากที่ทางองค์กรมองเห็นคุณค่า และช่วยพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ให้มากขึ้น รวมทั้งทำความสามารถให้มีคุณภาพมากขึ้นไปด้วย และทำให้ดิฉันรู้จักหมั่น สำรวจตนเอง ฝึกฝน ทักษะ ความคิด ตลอดเวลา รู้จักการเปิดโลกทัศน์ และรับรู้ข่าวสาร เทคโนโลยี ใหม่ๆ แม้แต่ภาษาต่างประเทศ ซึ่งใช้ในการสื่อสารก็จะต้องพัฒนา ให้มีคุณภาพ เพื่อองค์กรของเรา TRANSFORMATION หนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้ เป็นคู่มือแนะแนวทางให้ดิฉันได้เป็นอย่างดี ดิฉันจะนำแนวทางที่ได้มาเป็นความรู้ใหม่นี้มาพัฒนาตนเองและใช้กับเพื่อนร่วมงานเพื่อที่จะได้ทำงานกันเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ ที่เคารพ ผมนายกิตติ แก้วพงษ์ ได้เรียนรู้จากท่าน และได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วได้นำไปปฎิบัติในองค์กรของผมได้ดังนี้ 1.การเป็นผู้นำที่ดีต้องให้ลูกน้องได้ดีด้วยไม่ใช่โดดเด่นอยู่แต่เพียงผู้เดียว 2.การเป็นผู้นำต้องมองกาลไกล(ภาพใหญ่)ในการเรียนรู้และคาดการณ์ สามารถวางแนวทางได้ในอนาคต 3.ให้รู้จักจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองว่าเป็นอย่างไร และผมสรุปจากการได้อ่านหนังสือเล่มนี้ว่าคุณพารณและอาจารย์จีระ ได้ให้แง่คิดดีๆ แก่ผมเป็นอย่างมาก และสามารถนำไปปฎิบัติในองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ โดยองค์กรต้องพัฒนาคนควบคู่กันไปด้วย รวมทั้งให้มีความรู้ มีทักษะ มีความสามารถในด้านต่างๆ และการเป็นผู้นำที่ดีนั้นต้องเปิดกว้างยอมรับฟังปัญหาทุกอย่างของผู้ร่วมงาน และแก้ไขปัญหาได้ ทำอะไรก็ต้องทำให้จริง ต้องมองจากผลระยะยาวและพยายามสร้างองค์กรให้เหมือนครอบครัวเดียวกัน ลงไปเรียนรู้ร่วมกันกับพนักงานทุกระดับเพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจในการทำงาน ให้เกียรติกับผู้ร่วมงานทุกคนให้ได้รับความอบอุ่นตลอดเวลา และนำความรู้ความสามารถของแต่ละคนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และสามารถนำไปปฎิบัติและแก้ไขได้ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น การทำงานทุกครั้งต้องมองทุกอย่างเป็นงานที่ท้าทาย และจะทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการทำงานเป็นทีมซึ่งเน้นการมีส่วนร่วม ซึ่งกันและกัน สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณอาจารย์ ที่ได้สละเวลามาให้ความรู้แก่ผมและองค์กรของผม ทำให้ผมมีการพัฒนาตัวเองมากขึ้น
ราบเรียนท่านอาจารย์ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ดิฉัน นางสมใจ กลัดงาม ได้อ่านหนังสือของอาจารย์แล้วได้รับความรู้ และแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อยู่หลายประการ รวมทั้งได้ทราบถึงคุณพารณ และอาจารย์ ว่าท่านทั้งสองเป็น นักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ องค์กรจะตั้งขึ้นได้ต้องประกอบด้วยคนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญ คนเป็นปัจจัยหนึ่งในการเพิ่มผลผลิต เดิม “คน”เป็นเพียงต้นทุนแต่การผลิต “คน”ต่างหากคือกำไร เราจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลบุคลากรเป็นการลงทุนของบริษัทที่ไม่ใช่ต้นทุน แต่คนเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญสูงสุดที่ต้องการ การเอาใจใส่ ดูแลมั่นพัฒนาเพิ่มพูนความรู้ความสามารถอยู่ตลอดเวลา ก็เปรียบเสมือนเครื่องจักรนับวันยิ่งด้อยค่าลง แต่คนที่ได้รับการพัฒนาจะเพิ่มค่าของตัวเองตลอด จากประสบการณ์ที่ได้รับ และการเป็นผู้นำจะต้องเข้าถึงจิตใจของลูกน้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ผู้นำจะต้องเก่งและดีด้วย คู่กันไป มีความอบอุ่น เปิดกว้างรับความคิดเห็นของลูกน้องตลอดเวลา สุดท้ายนี้ดิฉันคิดว่าในการเรียนครั้งนี้ดิฉันจะพัฒนาตนเองและลูกน้องให้มีศักยภาพให้มากยิ่งขึ้น ดิฉันจะนำแบบอย่างของคุณพารณ และของอาจารย์ มาปรับปรุงตัวเองและองค์กรให้ก้าวหน้าต่อไป
จากที่ดิฉันได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วดิฉัน จึงได้รู้ว่าการเป็นผู้นำที่ดีนั้นไม่ได้เป็นง่ายเลย ต้องผ่านอุปสรรค และการทุ่มเทเป็นอย่างมาก และต้องมีการใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อนำมาก พัฒนาตนเองและองค์กรให้ดียิ่งขึ้น ดิฉันยังได้แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่เป็นแชมป์จริงๆ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญ คนเป็นปัจจัยหนึ่งในการพัฒนาองค์กร ไม่ใช่เป็นเพียงต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่คนเป็นกำไรที่แท้จริงขององค์กร คนเป็น ทรัพยากรที่สำคัญในการทำธุรกิจให้เติบโตขึ้น สร้างความเป็นเลิศให้องค์กร สร้างแรง จูงใจ ให้กำลังใจในการทำงาน เปิดใจยอมรับความคิดเห็นและปัญหาต่างๆ พร้อมให้คำแนะนำและสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานและยังเพิ่มความจงรักภักดี และมีระเบียบวินัยของคนในองค์กร ตั้งใจทำงานทุกอย่าง ให้มีคุณภาพ เน้นการทำงานเป็นทีม ให้เกิดความผูกพันธ์กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง ดิฉันจะนำประโยช์จากการอ่านหนังสือเล่มนี้มาปรับปรุงและปฎิบัติจริง ในชีวิตการทำงานของดิฉันให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ผมได้อ่านหนังสือของอาจารย์จีระ เกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรมนุษย์พันธุ์แท้แล้ว ได้รับประโยชน์ และความรู้เป็นอย่างมาก ที่จะนำมาพัฒนาคนและพัฒนาตนเอง จากประสบการณ์ของอาจารย์ ที่มีความมุ่งเน้นที่จะพัฒนาคนจากจุดหนึ่งขึ้นไปสู่อีกจุดหนึ่ง ดั่งคำพูดของอาจารย์ที่พูดไว้ ว่า ถ้าเราสมารถเรียนรู้ที่จะมีทักษะความเชี่ยวชาญในการจัดการกับคนแล้ว ย่อมสามารถที่จะ ดึงเอาศักยภาพของพวกเขาออกมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรได้ การเรียนรู้โดยการปฏิบัติ จริงนี้ คือ ปรัชญาของศาสนาพุทธแท้ๆ เพราะถ้าเด็กได้ปฏิบัติแล้วจะซึมซับให้เข้าไปในจิต สำนึกของเขา และจะทำให้เขารู้จริง และจะติดตัวเขาไปได้นาน คนทุกคนเป็นทรัพย์สิน ที่มีค่ามากกว่าทรัพย์สินอื่นใด ในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือเครื่องจักร หรืออะไรก็ตาม คน ก็เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด คุณภาพด้านการศึกษาเป็นปัจจัยที่สำคัญ เพราะมีส่วนต่อ คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์โดยตรง หรือถ้าการศึกษาเป็นจุดอ่อน องค์กรจะทดแทนด้วยการสร้าง วัฒนธรรมในการเรียนรู้ การลงทุนในคุณค่าของคนนั้น จะวัดจากการศึกษา และการฝึกอบรม อย่างเดียวคงไม่ได้ แต่ต้องดูด้วยว่า คนเหล่านั้นมีความสามารถในการสร้างเพิ่มผลผลิตแค่ไหน และในการเพิ่มผลผลิต คือ คนต้องมีความจงรักภักดี มีวินัยและ มีความเข้าใจร่วมกันในการ ทำงานนั้นให้สำเร็จได้ อีกอย่างหนึ่งก็คือ คนเก่งอย่างเดียวไม่ได้ คนๆนั้นจะต้องเป็นคนที่ดี ด้วย จึงสามารถพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ และการเรียนโปรแกรมพัฒนาความเป็น ผู้นำ อย่างมืออาชีพ ในวันที่ 12 มิ.ย. 50 นั้น ทำให้ผมได้ความรู้เกี่ยวกับการเป็นผู้ฟังที่ดี การทำงาน เป็นทีมอย่างมีระบบ และการสร้างวัฒนธรรมของการเรียนรู้ให้เป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลใฝ่ หาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา สรุปได้ว่าผมศรัทธาในความคิดและความมุ่งมั่นของอาจารย์ทั้งสองท่านจริงๆ ที่มีความ มุ่งมั่นจะพัฒนาคนเหล่านั้นและเป็นโอกาสของผมที่จะได้รับความรู้ที่อาจารย์จะถ่ายทอดให้อย่าง จริงจัง
ขอบคุณครับ นายฉัตรเทพ ศรีห่วง