ผู้บรรยายได้กล่าวถึงคำว่า "จตุคามฯ" นักศึกษา (วัยทำงาน) ทั้งห้องก็ส่งเสียง ฮาลั่น พร้อมกับเปรยตามองไปที่หัวหน้าห้องผู้ห้อยจตุคามสวยงามองค์หนึ่งไว้บนคอ หัวหน้าห้องยิ้มอย่างพอใจที่มีจตุคามองค์นั้นพร้อมกับเอ่ยเสียงดังขึ้นว่า นี่หลวงปู่ทวดจ้า (จ้า ต้องลากเสียงยาวด้วย)

   ผู้บรรยายก็พูดถึงต่อไปว่า เดี๋ยวนี้เขาพิมพ์จตุคามบนเครื่องบินกันแล้ว แต่ที่ผมอยากได้จริงคือจตุคามที่จัดทำขึ้นโดยเสือถอดลายแต่ยังมีลายที่ออกข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ ที่จำได้คนเดียวคือเสือมเหศวร (อันที่จริงจำมาจากหนัง) และอีก ๒ ท่านที่จำไม่ได้

   นักศึกษาท่านหนึ่งก็เอ่ยถามขึ้นว่า ความขลังศักดิ์สิทธิ์มีจริงหรือ  ผู้บรรยายก็กล่าวไปตามจริงว่า ไม่รู้เหมือนกัน เพียงแต่เห็นเขาเล่ามาต่อๆ กันเท่านั้น แล้วก็พูดเลยเถิดไปว่า เดี๋ยวนี้คนถือของไม่ขึ้นก็เพราะเขาไร้สัตย์ และทำให้นึกไปถึงคำๆ หนึ่งคือคำว่า "จริงๆนะ" คำนี้แสดงให้เห็นว่า คนๆนั้นเคยพูดเรื่องไม่จริงเหลวไหล จึงทำให้ต้องพูดคำว่า จริงๆ นะ สมทบเข้าไปเพื่อให้ผู้ฟังทราบว่า มันเป็นเรื่องจริง ไม่ได้โกหกหรือหลอกเล่น (เหมือนก่อน) แต่ถ้าใครที่พูดจริงเป็นอาจินต์ เขาไม่ต้องพูดคำว่า "จริงๆนะ" เรื่องตลกคนองก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของความ "ไม่จริง"