ความสุขของชีวิตนั้นอยู่ไม่ไกล ขอเพียงเปิดใจเรียนรู้อย่างเท่าทัน

" ความสุขที่หายไป .. ตามกลับมาได้หรือยัง? "

นี่เป็นชื่อหนังสือที่พี่สาวที่รักจากโลกไซเบอร์คนหนึ่งซื้อให้ในวันที่ไปเดินเตร็ดเตร่ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติของปีที่ผ่านมาด้วยกัน

เมื่อยืนเลือกดูหนังสือที่ละลานตาอยู่ตรงเบื้องหน้านั้น  นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่พี่สาวคนนี้หยิบหนังสือเล่มนี้ไปพลิกอ่านดูคร่าว ๆ แล้วบอกว่า " หนังสือเล่มนี้เหมาะกับต้อมนะคะ  เอาไหม พี่ซื้อให้ "

เกรงใจค่ะ ก็เลยตอบปฏิเสธไปว่าจะซื้อเอง  เลยหยิบมาพลิกอ่านดูมั่ง  หนังสือเล่มนี้เขียนโดย ชุติปัญญา มีเนื้อหาแนวธรรมะที่อ่านแล้วสามารถทำความเข้าใจกับข้อคิดเหล่านั้นได้โดยง่ายสำหรับคนที่ไม่ค่อยสันทัดในเรื่องหลักคำสอนของธรรมะสักเท่าไหร่  (( ยกตัวอย่างเช่น เจ้าของ blog นี้สิคะ ))

พี่สาวคนสวยจัดการจ่ายค่าหนังสือแล้วก็ยัดหนังสือเล่มนี้ให้น้องกะเหรี่ยงคนนี้ถือซะงั้น  ยกมือไหว้ขอบคุณไปและก็ส่งยิ้มให้ 1 ที เป็นการขอบคุณค่ะ 

อ๋อ ยังค่ะ ยังไม่ได้อ่านเลยก็พอดีนัดทานข้าวกับพี่สาวอีกคนจากโลกไซเบอร์เหมือนกัน  พอเห็นหนังสือเล่มนี้เธอก็สนใจมาก  เลยยกให้เธอยืมไปอ่านก่อนค่ะ 

กลับจากเมืองกรุงนานเกือบสองเดือนได้  อยู่มาวันหนึ่งหนังสือเล่มนี้ก็เดินทางมาอยู่ในมืออีกครั้งหนึ่ง  .. ได้ฤกษ์อ่านเสียที 

  • เพราะไม่รู้จักตั้งคำถามให้กับชีวิต  เราจึงต้องตกเป็นทาสทางความคิดฝ่ายลบของตนเองและผู้อื่นอยู่ร่ำไป  ตกเป็นทาสการถูกครอบงำทางจิตวิญญาณที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา  ทำให้จิตเดิมแท้ที่ควรจะได้รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิตเลือนหายไป
  • จิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญในชีวิตของคนเรา  เป็นภาวะที่ต้องหมั่นดูแลรักษาให้มีความเบิกบานแจ่มใสอยู่เสมอ  เพื่อเป็นเครื่องรับรู้ปรากฏการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่งเท่าทัน
  • ถ้าเราไม่รู้ว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเช่นใด  ยึดอยู่กับความสุขที่ได้มา  ติดอยู่กับปัญหาที่ทำให้ตัวเองอ่อนแอ  ความเปลี่ยนแปลงนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากมัจจุราชที่คอยเสียบแทงชีวตให้บอบช้ำและอัปปางลง
  • ความสุขที่เกิดขึ้นแต่ละขณะ  ที่ผูกพันให้ใจมีความรู้สึกดีตลอดเวลานั้น  ต้องไม่เป็นการลงทุนด้วยการแลกเปลี่ยนที่เกินความจำเป็น  แต่เป็นการลงทุนด้วยการทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองให้แจ่มชัดด้วยปัญญา

คัดลอกบางส่วนจากหนังสือมาให้อ่านกันค่ะ  เพราะบังเอิญหนังสือเล่มนี้วางอยู่บนโต๊ะทำงานพอดี