พี่ทนงศักดิ์ ยีละ เรียกกันสั้น ๆ ว่าพี่กุ้ง ซึ่งเป็นพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ 7 –8 คนแรกของภาควิชาพยาธิ ฯ

ที่ว่าอาจจะเก็บประเด็น ตก ๆ หล่น ๆ ไปบ้างส่วนหนึ่งก็เพราะว่าหนึ่งในผู้ร่วมเสวนานอกจากพี่กุ้ง พี่เพ็ญ แล้วยังมีผู้เขียนอีกคนที่นั่งตัวลีบ เนื่องจากเป็นคนไม่ชอบพูดเอาซะเลย  (ต่อหน้าสาธารณะ) บอกตามตรงว่าก่อนหน้านั้นนอนไม่หลับอยู่หลายคืน ครั้นพูดเสร็จก็ยิ่งนอนไม่หลับเข้าไปใหญ่ (จริง ๆน๊ะ)

  <blockquote>เสวนาครั้งนี้ดำเนินรายการโดย อ.มุกดา ปลูกผล ทั้งขุด ทั้งล้วง ทั้งแคะ ทั้งแกะ และเกา  และการบันทึกประเด็นครั้งนี้ทั้งจากการพูดคุยกันก่อนหน้านี้และในงานเสวนาเมื่อวานนี้ค่ะ และถ้าหากว่าตก ๆ หล่น ๆ ไปบ้างก็ฝากช่วยกันเติมเต็มด้วยค่ะ เพราะผู้เขียนก็ใช้ความจำเพียงอย่างเดียว เป็นการลองฝึกสมองอีกแล้ว เริ่มจาก…</blockquote>พี่ทนงศักดิ์ ยีละ เรียกกันสั้น ๆ ว่าพี่กุ้ง ซึ่งเป็นพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ 7 8 คนแรกของภาควิชาพยาธิ ฯ (ของคณะด้วยรึเปล่า ?? ผู้เขียนไม่แน่ใจ) เลยก็ว่าได้ พี่เขาเป็นตัวอย่างให้กับน้อง ๆ มีแรงกระตุ้น และไม่ต้องรอให้เงินเดือนตันก็สามารถนำผลงานวิจัยมาขอตำแหน่งชำนาญการได้ถ้าจำไปผิดเมื่อปี 2548 อีกทั้งนายดำก็ออกจะพูดถึงอยู่บ่อย ๆ ทำให้ผู้เขียนคุ้นกับพี่เขาไปโดยปริยาย พี่เขาก็บอกกับผู้เขียนเช่นกันว่าไม่ชอบพูดเลย (หัวอกเดียวกัน) ให้ทำอะไรก็ได้ เท่าไรเท่ากัน และเรามีนัดกันว่างานหน้าเราขอเป็นคนฟังด้วยกันทั้งคู่   <blockquote>พี่กุ้ง ทำงาน Blood Bank หรือคลังเลือด หน้าที่ประจำหลัก ๆ ก็ Cross match เลือดของผู้ป่วยให้เข้ากับเลือดของ Donor ที่รับบริจาคนั่นเอง ซึ่งที่มาที่ไปของงานวิจัยชิ้นแรกก็จากการนำเลือดของผู้บริจาคโลหิตที่เหลือมาตรวจคัดกรองชนิดของ antibody อื่น ๆ นอกเหนือจาก ABO เก็บไว้ และหากพบชนิด antibody พิเศษ ก็จะเก็บเอาไว้ ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริจาคเองแล้ว พบว่าบางครั้งน้ำยาที่สั่งซื้อสำหรับการทดสอบหมู่ antibody อื่น ๆ นั้นราคาแพงมาก หาซื้อยาก ปริมาณก็น้อยมาก และ antibody บางตัวก็หาซื้อยากส์ส์ เลยได้นำ serum ที่เหลือนั้นมาใช้ประโยชน์ในการทดสอบ antigen ของผู้ป่วย จากแต่ก่อนที่ต้อง cross match ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะผ่านถุงแล้วถุงเล่า  ซึ่งเป็นการประหยัดต้นทุน และเวลา เพราะบางครั้งกว่าจะสั่งซื้อได้ก็ไม่ทัน </blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เมื่ออ.มุกดาล้วงลึกต่อไปว่า มีผลงานวิจัย ตีพิมพ์ อย่างนี้คงเขียนเก่งล่ะสิ ?? </p>  <blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งพี่เขาก็รีบบอกทันทีว่า เขียนไม่เป็นเลย แต่โชคดีที่พี่วาสนา (หน่วยคลังเลือดเช่นกัน) เป็นผู้แนะนำให้นำไปเขียนเป็นผลงานวิจัย ส่งตีพิมพ์ โดยพี่เขายังช่วยเรียบเรียงจากการพูดคุย สัมภาษณ์ ซักถาม และเล่าขั้นตอน หรือกระบวนการต่าง ๆ ที่ทำ โชคดีอีกอย่างที่บ้านก็อยู่ไม่ไกลกัน บางวันตอนเย็น ๆ ก็จะไปพูด ไปเล่าให้ฟัง จนเกิดมาเป็นผลงานวิจัยตีพิมพ์ลงในสงขลานครินทร์เวชสาร </p></blockquote>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แล้วเวลาในการทำวิจัยล่ะ เอาเวลาที่ไหนมาทำกันล่ะเนี่ย !! </p>  <blockquote>พี่เขาก็เล่าว่า ก็เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นนั่นเอง และได้ใช้วิธีที่กล่าวมานำมาแก้ไขปัญหาในงานประจำอยู่แล้วนั่นเอง  </blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center">ท้ายสุดพี่เขาก็ฝากให้พวกเราลองทำวิจัยกัน หากมีปัญหาอะไรก็สามารถพูดคุยปรึกษากันได้</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal" align="left">เขียนไปเขียนมาชักจะยาวอีกแล้วค่ะ ยังมีพี่เพ็ญ เจ้าแม่ข้อมูลอีกคนเอาไว้ต่อบันทึกหน้าค่ะ และหากใครจะช่วยเติมเต็มผู้เขียนยินดีมั่กมากกก ค่ะ</p>