วันนั้นฉันเวียนมาประจำที่ห้องผ่าตัดฉุกเฉิน...และวันนั้นไม่สบายเหมือนวันก่อนๆ มีรายผู้ป่วยฉุกเฉินทั้งวัน...และก็ดูยุ่งทั้งวัน....
นานๆได้เวียนมาอยู่ฉุกเฉินที ก็ให้ตื่นเต้น....
ขณะคุณหมอรับเซ็ท case ผ่าตัดรายแรกของวัน กำลังจดชื่อ นามสกุล พร้อมทั้งอายุ.... แล้วหยุดนิ่งอยู่แค่นั้น เธอรอบันทึกต่อ ....ฉันก็คอยที่จะอ่านว่าผ่าตัดอะไร จะได้เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ให้พร้อมและเหมาะสม...
“เขายุ่งโทรศัพท์อยู่อีกเครื่องนึงพี่” แพทย์หันมาบอกฉัน เมื่อเห็นฉันคอยนาน
“อ้อ.....”
ฉันคอยอยู่พักใหญ่ ...คอยจน....ชื่อ สกุล และอายุผู้ป่วยรายนั้น...ติดตาฉัน….
….เวลาแห่งการทำงานที่สนุกสนานผ่านไปเรื่อยๆตลอดทั้งวัน ....จนกระทั่ง...รายสุดท้ายของวัน.....
ผู้ป่วยเข้ามาผ่าตัดซ้ำ(Re-explore) ด้วยวินิจฉัยว่าติดเชื้อจากการผ่าตัดกระเพาะอาหารทะลุคราวก่อน ซึ่งมีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงอยู่แล้ว....เป็นผู้ป่วยเพศหญิง หายใจได้ด้วยตัวเองผ่านท่อช่วยหายใจที่คาอยู่ รู้สึกตัวดีแต่พูดคุยออกเสียงกับเราไม่ได้เพราะติดคาท่อช่วยหายใจ
การสื่อสารจึงเป็นเพียงการพยักหน้าเมื่อตอบรับ หรือส่ายหน้าเมื่อปฏิเสธ......
ขณะรอจะเริ่มดมยาสลบ .... ฉันจับมือผู้ป่วยพลิกเพื่อจะอ่านป้ายชื่อที่ข้อมือ... มือของเธอร้อนผ่าวจากภาวะไข้สูง....ฉันรู้สึกได้....เธอจับมือฉันแน่น...จนฉันไม่กล้าดึงมือออก ฉันกำมือเธอเบาๆเพื่อตอบกลับ...เป็นการให้กำลังใจ และปลอบใจ...พร้อมๆกับพลิกดูความถูกต้องของป้ายข้อมือกับตัวผู้ป่วยเอง(ด้วยไม่คาดคิดว่ามันจะผิดหรอก)…..
พลันสายตาของฉันก็เหลือบไปเห็น ....ชื่อ สกุลและอายุผู้ป่วย...รายเมื่อเช้านี้(ที่มันติดตาฉันเพราะฉันจ้องมองมันนานมากๆ).... มันปรากฏอยู่ตรงหน้า....กับผู้ป่วยรายนี้...
เฮ้ย!...ฉันตกใจ....แต่ยังไม่พูดอะไร....ฉันมองมันนานจนมันติดตามาถึงตอนเย็นเชียวหรือ....หรือฉันตาฝาด...ฉันกระพริบตาถี่ๆ..... Jackpot แตกที่ฉันหรือเนี่ย.....
ฉันเงยหน้ามองบนกระดานเซ็ท....โอ...คนละชื่อนี่นา....
ฉันสอบถามชื่อ สกุลผู้ป่วยโดยเรียกตามป้ายข้อมือที่ผูกมา ...ผู้ป่วยทำตาโต... สีหน้าตกใจ พร้อมกับรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แถมหน้านิ่วคิ้วขมวดบ่งบอกว่าตกใจและกังวลมาก...
ฉันรีบบอกว่า
“ใจเย็นๆค่ะ ...เราตรวจสอบความถูกต้องซ้ำ”
คราวนี้ฉันถามโดยเรียก ชื่อ สกุล ผู้ป่วย ตามกระดานเซ็ทผ่าตัด ผู้ป่วยพยักหน้าว่าถูกต้อง ถูกคน สีหน้าดีขึ้นทันที
โอ๊ว! ...แม่เจ้า...เกือบไปแล้ว......
......ฉันรีบปลอบใจผู้ป่วยพร้อมกับชวนคุยเพื่อลดความวิตกกังวล.....
ฉันปรึกษาพยาบาลห้องผ่าตัด เพื่อประสานกับทางแผนกรับ-ส่ง และหอผู้ป่วย...ซึ่งเกี่ยวข้องรวมไปถึง...การขอเลือด เจาะlab การให้ยา (กรณีผู้ป่วยพูดไม่ได้เช่นนี้)...และพาลนึกเลยเถิดไปถึงผู้ป่วยรายที่ผ่าไปแล้วเมื่อเช้านี้(ที่ป้ายข้อมือติดตาฉัน และติดมาอยู่กับรายนี้)...มันมาอยู่ข้อมือผู้ป่วยรายนี้อย่างไร...สลับกันยังไง.....ให้สงสัยจัง?.......
พยาบาลห้องผ่าตัดบอกว่าประสานงานให้แล้ว ทุกอย่างถูกหมด เพิ่งมาผิดตอนเปลี่ยนเตียงย้ายก่อนผ่าตัด.....ฉันได้แต่ภาวนาว่าอย่าได้มีอะไรผิดพลาดเกินกว่าที่ว่าเลย......
ฉันฉุกคิดถึงการตรวจสอบรายผู้ป่วยด้วยการถามชื่อ สกุลและป้ายข้อมือที่เรียกว่า identification band….เท่าที่สังเกต มีวิสัญญีน้อยคนนักที่จะได้ทำครบทุกขั้นตอนเพราะแต่เดิมนั้นเป็นพยาบาลห้องผ่าตัดจัดการ....วิสัญญีไม่ค่อยได้ทำซ้ำด้วยความเชื่อมั่น เชื่อใจกัน (จนเกินไป)...
ฉันเห็น อ.เดือนเพ็ญ ห่อรัตนาเรือง วิสัญญีแพทย์ทำด้วยตนเองอยู่บ่อยๆ ทุกๆครั้งที่จะทำหัตถการใดๆกับผู้ป่วย เธอเป็นวิสัญญีแพทย์(รุ่นกลางใหม่...ไม่ใช่กลางเก่า)ที่ฉันแอบชื่นชมมาโดยตลอด....เธอทำจนภาพติดตาฉัน(พยาบาลรุ่นเก่า)...ที่พยายามปรับพฤติกรรมการทำงานให้มีคุณภาพและทันสมัยอยู่เรื่อยๆ....
……ฉันเคยเห็นการอุ้มเด็กชื่อเดียวกันเข้าห้อง...ส่องดูหู...แล้วอุ้มออกไปให้ศัลยกรรมเด็กผ่าตัดไส้เลื่อนอีกห้องนึง...เมื่อห้องนั้นมาตามหาผู้ป่วยของเขา....แล้วไม่พบ....นั่นคือชื่อเดียวกันแต่คนละนามสกุล....และ....นั่นมันเมื่อ 20 ปีก่อนมั้ง.......
...... ฉันเคยช่วยพยาบาลห้องผ่าตัดขณะเขาทำcase LA….เอาผู้ป่วยเข้าระหว่างฉันว่าง.....ดูเหมือนฉันมีน้ำใจ..…กลายเป็นเอาเข้าสลับคิวกัน ตรวจพบก่อนโดยท่าน อ.หมอเดือนเพ็ญนั่นแหละค่ะ...กลายเป็นว่า ต้องเปลี่ยนเครื่องมือ สร้างความวุ่นวายให้scrub nurse….
น้องบอกฉันอ้อมๆว่า “ถ้าพี่ติ๋วอยากให้เอาคนไข้เข้า บอกพวกหนูก็ได้ไม่ต้องเกรงใจค่ะพี่...”ประมาณว่า…ถ้าฉันช่วยให้ยุ่งกว่าเดิม...ก็ไม่ต้องก็ได้....นั่นเมื่อไม่กี่เดือนมานี่เอง.....
เหตุการณ์คราวนั้นบอกฉันว่า....ฉันควรจะรอบคอบมากกว่านี้ จะไม่ไปวุ่นวายจนผิดพลาดขึ้นอีก....
……คราวนี้นับเป็นโชคดีที่พบ เนื่องจากการสอบทานความถูกต้อง เพราะหากกลับไปหลังผ่าตัด ยังคาท่อช่วยหายใจ อาจมีการให้ยาโดยตรวจชื่อที่ข้อมือเพราะพุดคุยไม่ได้ ....การดูแลก็อาจจะผิดพลาดขึ้นได้
.....ส่วนฉันเองนั้น....ฉันยังเสียใจนิดนึงตรงที่ว่า...น่าจะถามชื่อที่คาดว่าจะถูกต้องก่อน เพื่อคนไข้จะได้ไม่ตกใจ....
.....นี่คือความสำคัญของการทวนสอบซ้ำเพื่อลดความเสี่ยง...ไม่ว่าจะเรื่องใดๆค่ะ...

เพราะ Swiss Cheese Model….ที่บังเอิญให้รูโหว่ของก้อนเนย หลายๆก้อนตรงกันจนลูกศรรอดได้...มันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายนัก...แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิด....
....และเราคงไม่อยากเป็น Cheese ก้อนสุดท้าย ที่ถูกลูกศรทะลุรอดแล้วเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยด้วยการขาดการทวนสอบซ้ำค่ะ....
(ขอขอบคุณ : Safety and Swiss Cheese! ใน
http://homepage.mac.com/lesposen/iblog/B80495344/C840540124/E1966059962/index.html ค่ะ) <h3 style="background: white; margin: 0cm 0cm 0pt"></h3><h3 style="background: white; margin: 0cm 0cm 0pt"></h3>
หวาดเสียว...และตื่นเต้นค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.แป๋ว
สวัสดีค่ะ พี่แก้ว
สวัสดีค่ะ คุณอ้อ
สวัสดีค่ะ คุณขจิต
สวัสดีค่ะ พี่ติ๋ว
สวัสดีค่ะ pa daeng