"KM ไม่ลองใช้ ไม่ลองทำ แล้วฟังแต่บรรยาย สุดท้ายจะไม่รู้"

หลังจากที่ ปรับสไลด์...ขยายเมล็ดพันธุ์ KM ต่อไป เมื่อวาน 8 มิถุนายน 2550 ก็มาถึงตามที่ได้นัดแนะปรับเปลี่ยนวัน แต่เวลายังคงเดิม เริ่มด้วยการแนะนำอาจารย์ที่กลับจากลาศึกษาต่อและบุคลากรใหม่ของคณะวิทยาศาสตร์ ต่อด้วยการมอบรางวัลให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาดีเด่น และบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่นอีก 3 ท่าน จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการอบรม...

เข้าสู่การอบรม

ช่วงแรกผมได้ชี้แจงถึงกำหนดการที่ใช้ใน 2 ชั่วโมงให้ผู้เข้าอบรมได้รับทราบกัน จากนั้นจึงเปิด VCD เรื่อง "ครูสมพรสอนลิง" ให้ได้รับชมกัน ขณะที่รับชมฯ เท่าที่สังเกตุดูแล้ว บ้างก็หัวเราะ อมยิ้ม มีทั้งอึ้งและลุ้นไปกับเทคนิควิธีการสอนของครูสมพรที่สอนได้แม้กระทั่งลิง

จบการชม VCD แล้วให้ผู้เข้าอบรมสรุปสาระควมรู้ที่ได้ เช่น ได้ความรู้อะไร มีเทคนิควิธีการสอนอะไร และจะนำไปปรับใช้กับการสอนและการทำงานได้อย่างไร เป็นต้น แต่ละคนก็สรุปตามที่ได้ให้ประเด็นไป จากนั้นก็รวมกับกัน ทั้งหมดมี 4 กลุ่ม เพื่อทำการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ได้รับชม VCD แล้วค่อยคัดเลือกตัวแทนออกมานำเสนอ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็อาจมีประเด็นที่ตรงกันบ้าง และไม่ตรงกันบ้าง

ข้อสังเกตุ : ผมต่อด้วยการบรรยายประมาณ 30 นาที ..ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญ ที่ว่าสำคัญเพราะอะไร คือ หลังจากที่ผมได้ให้แต่ละกลุ่มนำเสนอ แล้วก็ให้พักประมาณ 5 นาที แต่ทางผู้จัดดูๆ จะกังวลว่าจะมีคนอยู่ในห้องประชุมอย่างเบาบางตา แต่ผมกลับมั่นในว่า จะมีคนอยู่ในห้องประชุมไม่น้อยไปกว่าครึ่งจากตอนต้นแน่นอน และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ด้วย เพราะผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่ต่างก็ต้องการบรรยายมากกว่า แต่ก็เป็นกลวิธีที่จะให้ผู้เข้าอบรมอยู่ได้เท่าที่จะมากที่สุด ....ระหว่างการรับฟังบรรยายสรุป(เร็วๆ) บางท่านก็ทำท่าเหมือนเข้าใจ และงงๆ อยู่บ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการฟังบรรยายเรื่องการจัดการความรู้ครับ

บรรยายจบ ต่อด้วย AAR ....จากเอกสารที่เตรียมพร้อมไว้ก่อนแต่แรกอยู่แล้ว มีเอกสารแบบฟอร์ม AAR ให้ผู้เข้าอบรมได้ทำ AAR กันต่อจากช่วงบรรยาย โดยผมใช้วิธีการให้ตัวแทนประมาณ 3 ท่าน เพื่ออ่าน AAR ให้ฟัง พอสรุปได้ว่า

1) ส่วนมากแล้วก็ยังงงๆ กับนิยามของคำว่า KM กันอยู่
2) ได้เรียนรู้กระบวนการ KM ถึงแม้จะงงๆ กับการอบรมก็ตาม
3) อยากได้เครื่องมือที่มากกว่านี้

ช่วงท้าย : สรุปและตอบคำถาม

ผมพยายามสื่อให้เห็นว่า ถึงแม้จะเป็นการเริ่มนับอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ KM ภายในคณะ อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีพอสมควร ดูได้จากปัจจัยแวดล้อมหลายๆ อย่างเช่น อาจารย์รุ่นใหม่ๆ ให้ความสนใจที่จะรับรู้และเรียนรู้ ตลอดการเข้าอบรมส่วนมากไม่ค่อยลุกจากห้องประชุม และยังแสดงความสนใจใฝ่รู้ค่อนข้างมาก ฉะนั้นโอกาสแห่งความสำเร็จนั้นอยู่ไม่ไกล ขอให้ตั้งใจปรับใช้และมีความต่อเนื่อง

จากกระบวนการทั้งหมดเริ่มตั้งแต่การรับชม VCD , การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการชมฯ, และการทำ AAR ... ล้วนแล้วแต่เป็นการใช้เครื่องมือด้านการจัดการความรู้ เพียงแต่ท่านอาจจะไม่ทันสังเกตุเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องนิยามนั้น ก็ได้ยกตัวอย่างให้ได้ดูบ้าง แต่ผมก็สรุปประเด็นนี้ให้ฟังว่า อย่ามัวติดนิยามอยู่เลย เพราะความรู้แต่ละเรื่องนั้นแต่ละคนก็สรุปเป็น Tacit ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการนิยามจึงแตกต่างกันไปตามสภาพบริบทของแต่ละเรื่อง ...ทั้งนี้เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัด แต่ก็ได้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงอย่างเต็มที่ ครบทุกกระบวนการที่ได้ออกแบบการสอนเอาไว้แต่แรก

นับเป็นคณะแรกเท่าที่มีประสบการณ์ผ่านมา หลายหน่วยงานมีเฉพาะบุคลากรสายสนับสนุนเข้ารับฟังเท่านั้น แต่ที่คณะวิทยาศาสตร์ นอกจากจะมีบุคลากรฯแล้วยังมีอาจารย์จำนวนมากเข้ารับการอบรม ขณะที่มีอาจารย์จากคณะอื่นเข้าร่วมรับฟังจำนวนหนึ่ง

อาจารย์และบุคลากรที่ได้รับรางวัลฯ ว่าเป็น คุณกิจ นับเป็นตัวอย่างที่ดี (Best Practice)  ของการปฏิบัติงานในเรื่องการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาดีเด่น ผู้ปฏิบัติงานดีเด่น ..จนได้รับรางวัลจากคณบดี สมควรเป็นตัวอย่างที่ดีในการเรียนรู้เพื่อปรับใช้กับตนต่อไป

ผมให้ข้อคิดต่ออีกว่า ..หากท่านยังงงกับนิยามหรือกระบวนการก็ตาม อยากฝากให้ CKO ของคณะฯ ดำเนินการจัดเวที แล้วก็แทรกด้วยกระบวนการ KM และทำไปเรื่อยๆ อย่าหยุด ไม่ช้าไม่นาน ก็จะเข้าใจมากขึ้น คำตอบที่ง่ายที่สุดเห็นจะเป็น ..KM ไม่ลองใช้ ไม่ลองทำ แล้วฟังแต่บรรยาย สุดท้ายจะไม่รู้