ผู้ที่ให้ย่อมเห็นเป็นที่รัก / ผู้ให้แจ้งประจักษ์ใจอิ่มหนำ / ผู้ที่ให้ก่อบุญเกื้อหนุนนำ / ผู้ให้ย่อมสุขล้ำชื่นฉ่ำใจ


ในสภาวะการณ์บ้านเมืองอึมครึมจนน่าห่วงอย่างยิ่งในปัจจุบัน   มองดูทีท่าของแต่ละฝ่ายแล้ว  ยากที่จะลงเอยด้วยดี
หรือ"แฮบปี้เอ็นดิ้ง"ได้
ผู้เขียนจึงใคร่ขอฝาก "บันทึกธรรมคำกลอน"
ไว้เป็นข้อคิด สะกิดเตือนใจทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายได้ลด"อุณหภูมิ"อันร้อนแรงลงมาบ้าง
"ให้ ให้ ให้"......พึงพิเคราะห์ให้เหมาะงาม
..........................................................


ให้ผู้ใด ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์                            
ให้เป็นจุด เริ่มต้น เร่งค้นหา                     
ให้อามิส เป็นทาน ธรรมดา                         
"ให้ธรรมะ" สูงค่า  กว่าอื่นใด                   
ให้สิ่งใด ด้วยใจ จักใสสด                                
ให้ช่วยลด โลภมาก ความอยากได้               
ให้มิหวัง ผลคืน ด้วยอื่นใด    
ให้อภัย ประเสริฐยิ่ง สิ่งควรทำ                             
"ผู้ที่ให้ ย่อมเห็น เป็นที่รัก"                          
ผู้ให้แจ้ง ประจักษ์ ใจอิ่มหนำ                              
ผู้ที่ให้ ก่อบุญ เกื้อหนุนนำ                               
ผู้ให้ย่อม สุขล้ำ ชื่นฉ่ำใจ
อย่าให้ทาน พาลชน คนชั่วช้า
สร้างปัญหา มากล้วน ชวนสงสัย
การให้ทาน คนผิด เกิดพิษภัย
เว้นย่อมได้ กุศล เกิดผลบุญ
ส่วนพวกไร้ ศาสนา อย่าคิดให้
พวกป่วนใต้ อำมะหิต เลิกคิดหนุน
ต้องปราบปราม "นายหัว" ตัวค้ำจุน
มอบใจลุ้น ให้รัฐ กำจัดพาล
การให้พึง พิเคราะห์ เหมาะงามไหม
ตัดสินใจ โดยชอบ กอปรหลักฐาน
ให้คนดี นึกเน้น เว้นพวกมาร
การให้ทาน ด้วยปัญญา เกิดบารมี
การหว่านแจก เงินตรา มาทำชั่ว
ไม่เกรงกลัว อาญา น่าบัดสี
"กงจักรเห็น เป็นดอกบัว" ตัวกาลี
พวกเปรตผี-นรกบ้า อย่าให้เลย๚
..........................................

ผู้เขียนมิได้หวังว่า"บทกลอน"นี้จะช่วยให้เหตุการณ์ดีขึ้นมาได้หรอก

เพราะ"อัตตา"ของคนเรายากนักที่จะลดลงได้ ยิ่งมี"มิจฉาทิฐิ" ครอบงำด้วยแล้ว 

เขาย่อม"เห็นดีเป็นชั่ว  เห็นชั่วว่าดี" เสมอไป  อย่างน้อยถือว่าเรา

ได้ทำหน้าที่เท่าที่มีช่องทางเปิดให้...ก็เท่านั้นแหละ ครับ

................................................................................