วันที่ 4-8 มิถุนายน 2550 เป็นช่วงของการจัดกิจกรรมในช่วงเย็น (17.00-20.00น.) ของการประชุมเชียร์ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
รูปแบบการเตรียมความพร้อม เช่น กิจกรรมร้องเพลง กฎระเบียบข้อบังคับ ระเบียบวินัย ปลูกฝังเจตคติหรือ จิตสำนึกที่ดี ก่อให้เกิดความศรัทธาและความภาคภูมิใจต่อมหาวิทยาลัยฯ ทำให้เกิดความสามัคคีให้กับนิสิตใหม่

ที่พบเห็นจากการสังเกต พบว่า มีภาวะของ ความเครียดที่เกิดขึ้นกับนิสิตหญิงชาย อาทิ ความกังวลใจเรื่องการเรียน ปัญหาด้านสุขภาพ ความตึงเครียดจากความถูกกดดันด้าน กฎระเบียบ วินัย ของแต่ละโซน
ซึ่งบทบาทของทีมงาน คือ ดูแลให้คำแนะนำ การช่วยเหลือ สังเกตการณ์ บันทึกการสังเกต ความเรียบร้อย เรื่องเวลาในการจัดกิจกรรม การประสาน STAFF เชียร์และ ประธานของโซนที่ดูแล
การอยู่ดูแลประจำโซน คือ ประจำอยู่จุดการปฐมพยาบาล จุดนี้จะมีพยาบาลวิชาชีพ คอยให้การดูแลแก่นิสิตที่ ไม่สบายจากการเข้าร่วมกิจกรรม ในแต่ละวันในแต่ละวัน พบว่า น้องๆนิสิตใหม่ ส่วนหนึ่งที่มีอาการไม่สบาย ที่เข้ามาตรงจุดพยาบาล คือ มีอาการจะอาเจียน หน้ามืด เครียด วิงเวียนศีรษะ ปวดท้อง อาการเหมือนจะเป็นลม ตึงเครียด ถูกกดดันจากรุ่นพี่ในการเข้าทำกิจกรรมกับน้องๆ โรคกระเพาะ ไมเกรน ไม่ได้รับประทานอาหารทั้งวัน ความกลัว เครียดลงทะเบียนยังไม่ครบ รู้สึกเหงา คิดถึงบ้าน อยากกลับบ้าน นี่เป็นเสียงสะท้อนและการบอกเล่าของนิสิตที่เข้ากิจกรรมประชุมเชียร์
เมื่อนิสิตที่มีอาการดังกล่าวที่ถูกส่งมาโดยรู่นพี่ ครั้งแรกๆจะมีพี่พยาบาลวิชีพ มาจากโรงพยาบาลมหาสารคาม จะให้การดูแล และซักถามอาการ พร้อมกับการให้ยาเบื้องต้น ตามอาการ กรณีนิสิตคนไหนที่มีโรคประจำตัวก็จะถูกส่งไปที่ศูนย์บริการทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้การดูแลต่อเนื่อง ในบางรายนิสิตที่ไม่สบายธรรมดา จะมี พี่ STAFF (คณะกรรมการประชุมเชียร์) เป็นผู้ดูแลเพื่อลดความกังวลใจลง หลังจากนั้นจะส่งน้องกลับหอหลังจากเลิกประชุมเชียร์หลัง 20.00 น.
ฉะนั้นความเครียด สามารถที่จะเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อมีสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดความเครียด แต่ละคนมีการตอบสนองต่อความเครียดแตกต่าง ความเครียดเกิดได้โดยที่ไม่มีอาการก็ได้และความเครียดจะสะสมจนเกินอาการ ควรจะให้ความสนใจ เช่นอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง เพราะอาการเพียงเล็กน้อยจะเตือนว่าคุณต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินชีวิตเพื่อลดความเครียด ขณะที่มีความเครียดที่สำคัญจะต้องจัดลำดับก่อนหลังและวางแผนชีวิตของตนเอง หรือจัดการการบริหารเวลาให้ดีขึ้น
แนวทางการปฏิบัติตนเอง
- จัดการเรื่องเวลาหลับ-นอน ควรเข้านอนใน 22.00 น และ.การพักผ่อนให้เพียงพอ
- วางแผนเรื่องการเรียน คือ การศึกษาระยะเวลาในการลงทะเบียนให้ดี
- การบริหารเรื่องเวลามีความสำคัญมาก
- ไม่หักโหมด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป จนลืมดูแลตนเอง
- อะไรที่ไม่สำคัญของตนเองขอหยุดไว้ก่อน
- ให้จัดการเรื่องที่สำคัญและเร่งด่วนก่อน
- ควรจะรับประทานผักให้มาก เพราะจะทำให้สมองสร้าง serotonin เพิ่มสารตัวนี้จะช่วยลดความเครียด และควรจะได้รับวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่เพียงพอ
- ให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
กิจกรรมแบบนี้ ต้องออมแรง คือ พักผ่อนนอนหลับให้มากที่สุด
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณ มาก ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และจะติดตามบันทึกของท่านเช่นกันค่ะ