จะเข้าใจคนอื่นได้ ต้องเข้าใจตนเองก่อน จะรับฟังคนอื่นได้ ต้องรับฟังตนเองก่อน

ชั่วโมงนี้ ผมสังเกตว่า ศาสตราจารย์ David ระมัดระวังในการพูดมาก และดูเอาจริงเอาจังเป็นพิเศษตั้งแต่เริ่มต้น แทนที่จะยืนพูดหรือนั่งบนโต๊ะหน้าห้องเหมือนเดิม ก็เปลี่ยนมาเป็น เอาเก้าอี้มานั่งลงเสมอกับผู้้เรียน

วันนี้เราจะเหมือนการประชุมทีมนักกีฬาก่อนออกไปสู้ศึก นั่นหมายความว่า สิ่งที่เราพูดในห้องนี้มันจะจบลงในห้องนี้เท่านั้น นั่นเป็นประโยคแรกที่ถูกเปิดขึ้น
ขอให้ทุกคนออกมาจากสิ่งที่เรียกว่า comfort zone ซึ่งผมอยากจะใช้คำว่า เกราะกำบังของตนเอง 
เพื่อเปิดเผยตัวตนออกมา ในบรรยากาศที่ปลอดภัย

อาจารย์ David ตั้งคำถามให้ทุกคนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ๓ เรื่องในชีวิตด้วยกัน คือ

  • เหตุการณ์ที่ประทับใจ เป็นสุขที่สุด
  • สถานที่ที่คิดถึง เมื่อต้องการความสงบ
  • สถานที่ที่เมื่อนึกถึงแล้วเหงื่อออกฝ่ามือ ไม่อยากอยู่ในสถานที่นั้น

เหตุการณ์ที่ประทับใจ เป็นสุขที่สุด                                                     

   ส่วนใหญ่จะเล่าเหตุการณ์ที่ตนเองจบการศึกษา ทั้งแพทย์และพยาบาล ใช่ครับมันเป็นวันที่ทุกคนปิติจริงๆ มีคุณหมอคนหนึ่งซึ่งขาพิการ เธอเล่าเหตุการณ์วันนั้นได้ประทับใจมากว่า

เธอเดินขึ้นไปรับประกาศนียบัตรเองไม่ได้ ต้องมีคุณแม่เดินพยุงเธอขึ้นไปบนเวที          มันมีสัญญลักษณ์ในคำว่า คุณแม่พยุงเธอขึ้นไป และเมื่อเธอขึ้นไปถึงตรงจุดนั้น ทุกคนลุกขึ้นยืนปรบมือให้เธออย่างกึกก้อง

คุณหมอเล่าเรื่องนี้อย่างตะกุกตะกักทั้งน้ำตา ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นต่อหน้าขณะนั้น

    ผมเองเล่าเหตุการณ์ตอนผมบวช ช่วงเวลาที่ผมค่อยๆคลานเข้าไปกราบขอขมา และขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่บวชในโบสถ์ ให้ทุกคนฟัง ครับมันเป็นช่วงเวลาที่ผมไม่เคยลืมตลอดชีวิต

สถานที่ที่คิดถึง เมื่อต้องการความสงบ                                               

    ส่วนใหญ่จะพูดถึงบ้านของตนเอง ขยายเรื่องเล่าไปถึงความผูกพันกับประสบการณ์ในวัยเด็ก บางคนพูดถึงสถานที่สงบสงัดทางธรรมชาติ

สถานที่ที่เมื่อนึกถึงแล้วเหงื่อออกฝ่ามือ                                            

    ช่วงนี้เป็นช่วงที่บรรยากาศในห้องเรียนเศร้ามากๆ เรียกได้ว่า กระดาษชำระหมดเป็นกล่องๆ หลายคนเปิดอกเล่าเรื่องของความสูญเสีย สถานที่ๆตนเองเผชิญหน้ากับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปต่อหน้า   โดยเฉพาะในสถานะที่เป็นแพทย์ พยาบาล ที่ดูเหมือนน่าจะทำอะไรได้ดีกว่านั้น แต่ทำไม่ได้ คนไข้ในมือคนแรกที่จากไปต่อหน้า

ไม่น่าเชื่อว่าสถานที่พวกนี้จะเป็นสถานที่ๆใกล้เหลือเกิน ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นห้องฉุกเฉิน ห้องไอซียู หรือ หอผู้ป่วยที่เกิดเหตุการณ์นั้นๆ

คำหลักที่ถูกยกขึ้นมาในขณะเล่าเรื่อง คือ ความล้มเหลว ความเสี่ยงภัย ความรู้สึกไร้ตัวตน หมดที่พึ่ง ไร้ความสามารถ...

 

อาจารย์ David ตั้งคำถามปิดท้ายว่า เรามองเรื่องราวพวกนี้อย่างไรในสายตาของผู้อยู่ในวิชาชีพ มันเชื่อมโยงประสบการณ์ของเรากับการดูแลคนไข้ของเราอย่างไร เราจะระมัดระวังเรื่องนี้อย่างไร
ผมขอทิ้งไว้ให้ทุกท่านคิดเอาเองนะครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมและทุกคนรู้สึกได้ คือ  บรรยากาศนั้นเต็มไปด้วยอารมณ์ แต่หลังจากนั้น เรารู้สึกผ่อนคลาย มองหน้ากันด้วยความรู้สึกเข้าใจมากขึ้น

ลองคิดดูสิครับ สำหรับคนที่ไม่มีโอกาสพูดเรื่องนี้ ..คนไข้ของเรา เขาต้องเก็บมันเอาไว้ เพราะเรากลัวว่าถ้าเราเปิดการสนทนาเรื่องนี้แล้ว จะทำให้เขาเศร้ามากขึ้น

ประสบการณ์ในห้องเรียนครั้งนี้บอกผมว่า ไม่เลย ถ้าเราทำให้เขารู้สึกปลอดภัย และมีใครที่อยู่เคียงข้างและรับฟังเขา

<< APHN Diploma of Palliative Care ๑๓: ทักษะการสื่อสาร

APHN Diploma of Palliative Care ๑๕: ความเศร้า >>