เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีความหมายอะไรมากมายแค่ไหน แต่เราเพียงฉงนใจว่าทำไมช่างบังเอิญมาเกิดในช่วงที่คุณแม่เตรียมตัวเดินทางไกล ยามนี้ เหมือนกับนัดหมายกันเดินทางไกลไปด้วยกัน โดยคุณยายมาคอยอยู่ที่บ้าน แล้วเจ้าบุญหลงมาร่วมเดินทางไปด้วย.. ไม่มีคำอธิบายมากไปกว่าจินตนาการ...

คืนวันเสาร์ที่ 26 หลังจากที่เรานำคุณแม่เดินทางจากโรงพยาบาลมาบ้านมิตรสัมพันธ์นั้น ค่ำคืนนั้นพบว่ามีลูกสุนัขเล็กๆตัวหนึ่งเข้ามาอยู่ในบ้านเราโดยไม่มีใครทราบว่ามาจากไหน และไม่เคยมีใครเห็น เขามานอนอยู่ใต้ราวผ้าข้างห้องคุณแม่ เมื่อเราไปพบมืดๆ ตอนแรกเราคิดว่าเป็นแมวที่ชอบมานอนอาศัยในบ้านเรา แต่ไม่ใช่เป็นลูกสุนัข  พวกเราต่างมาดูกันและอุ้มเขาออกมาที่สว่าง เป็นลูกสุนัขสีขาวดำ  อายุน่าจะประมาณ 4-5 เดือน ผอมโซ และมอมทั้งตัว  

ผู้บันทึกขอตั้งชื่อเข้าว่า บุญหลง เราตรวจดูพบว่าบุญหลงป่วย เจ้า คุกกี้สุนัขที่เราเลี้ยงไว้ออกมาเล่นด้วย แต่เจ้าบุญหลงไม่เล่นด้วยพร้อมขู่ใส่ เจ้าคุกกี้ก็เดินออกห่างไป  หน่อยผู้ดูแลคุณยายเอามือลูบหัว บุญหลงพอใจนอนหมอบลงอย่างน่ารัก ปล่อยให้มือลูกหัวพักหนึ่งเขาก็ลุกวิ่งไปนอนที่เดิม 

 เช้าวันรุ่งขึ้นเรามีโอกาสไปดูเจ้าบุญหลง ซึ่งย้ายที่ไปนอนที่เก็บสิ่งของใช้มุมบ้านริมรั้ว  เจ้าคุกกี้ออกไปเล่นด้วยก็โดนขู่กลับมา  หน่อยออกไปดูเอาอาหารไปให้เขา ก็ไม่กิน แค่ดมแล้วก็นอนต่อ  ผู้บันทึกถามหน่อยว่า เป็นตัวผู้หรือตัวเมีย หน่อยดูแล้วบอกว่าเป็นตัวผู้  หน่อยถามว่า ลุงจะเอาเจ้าบุญหลงไว้ไหม มันน่ารักนะ และจะได้เป็นเพื่อนเจ้าคุกกี้ไง.. ผู้บันทึกคิดไว้ว่าเสร็จงานเมื่อไหร่จะเอาบุญหลงไปหาหมอ 

วันนั้นญาติๆที่มาเยี่ยมคุณยายต่างเตือนกันว่า บุญหลงไม่สบายระวังเป็นบ้าแล้วจะเอาเชื้อมาติดเจ้าคุกกี้นะ  เราจึงตัดสินใจบอกหน่อยว่า เอาเจ้าบุญหลงออกไปนอกบ้านก่อนเถอะ เราไม่แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่ป้องกันไว้ก่อนก็จะดี  แต่ปรากฏว่าเอาบุญหลงออกไปทีไร เผลอเขาก็แอบเข้ามาอีก และชอบที่จะนอนตรงใต้อ่างเลี้ยงปลาข้างห้องคุณแม่  น่าที่จะเป็นเพราะตรงนั้นเย็นดี หมาทั่วไปก็ชอบพื้นที่เย็นๆ พวกเราต่างวุ่นวายกับคุณยายแต่ก็ไม่วายเอาอาหารไปให้บุญหลง  แต่ไม่ว่าอาหารชนิดไหน เขาก็ไม่กินสักนิดเดียว 

ในช่วงที่คุณยายยังโต้ตอบได้ดีนั้น คุณยายเคยร้องขอน้ำมนต์มาเพราะคุณยายมักจะคิดว่ามีสุนัขมาหาท่านและท่านกลัว เราจึงเอาพระรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินไปวางไว้ในห้องแล้วไปขอน้ำมนต์จากพระที่วัดมาให้ท่าน คุณยายจึงเงียบสงบลง 

เช้ามืดวันจันทร์ที่ 28 คุณแม่เริ่มเดินทางไกลเมื่อตอนตีห้านาฬิกาห้านาที พวกเราวิ่งวุ่นกับการเตรียมสิ่งที่ควรเตรียมสิ่งของสำหรับพิธีต่างๆ  พอสว่างดีพวกเรานึกถึงบุญหลง หน่อย ก็ลงไปดูข้างบ้าน ปรากฏว่า บุญหลง ได้ร่วมเดินทางไกลไปกับคุณยายด้วยแล้ว คุณยายไม่ได้ไปผู้เดียว มีบุญหลงตามไปเป็นเพื่อนท่านด้วยแล้ว 

เราไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีความหมายอะไรมากมายแค่ไหน แต่เราเพียงฉงนใจว่าทำไมช่างบังเอิญมาเกิดในช่วงที่คุณแม่เตรียมตัวเดินทางไกล ยามนี้ เหมือนกับนัดหมายกันเดินทางไกลไปด้วยกัน โดยคุณยายมาคอยอยู่ที่บ้าน แล้วเจ้าบุญหลงมาร่วมเดินทางไปด้วย.. ไม่มีคำอธิบายมากไปกว่าจินตนาการ...