เมื่อวานซืนหลังละหมาดซุฮรี บังเอิญได้ยืนใกล้ๆ กับท่านอาจารย์มัสลัน มาหะมะรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ละหมาดเสร็จท่านก็สะกิดให้ดู"ตัวต่อ" ทีกำลังทำรังที่ฝาพนังมัสยิด ท่านก็ยกอัลกุรอ่านมาบทหนึ่งให้ผมได้เรียนรู้
<p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ความว่า “และพระเจ้าของเจ้าได้ดลใจแก่ผึ้งว่าจงทำรังตามภูเขาและตามต้นไม้และตามที่พวกเขาทำร้านขึ้น (16:86)” </p><p>ข้อที่ท่านรองอธิการบดีให้ผมคิดคือ ในโองการนี้ใช้คำว่า أوحى</p><p>ซึ่งในการแปลภาษาไทยที่ผมยกมาแปลว่า ดลใจ แต่จริงๆ แล้วในภาษาอาหรับ การดลใจใช้ในหลายคำครับ เช่นคำว่า رشد หรืออีกหลายคำครับ </p><p>ข้อที่ควรสังเกตคือ การใช้คำว่า أوحى มักใช้กับความรู้ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งหมายถึง วะห์ยู ที่ประทานให้กับบรรดาศาสนฑูตต่างๆ แต่เมื่ออัลกุรอานนำมาใช้กับผึ้งว่า อัลลอฮ์ทรงประทานความรู้ให้กับผึ้งในการทำรัง นักวิชาการจึงให้ความหมายกับคำว่า วะห์ยูในที่นี้ว่าเป็นอิลฮาม หรือความรู้ที่ได้จากการดลใจ</p><p>ท่านรองอธิการบดีกล่าวต่ออีกว่า ด้วยเหตุนี้ ความรู้จากผึ้งจึงมีมากมาย ต่างจากสัตว์ชนิดอื่น การทำรังของมันก็มีนัยยะสำคัญ เพราะเป็นการดลใจจากพระเจ้า </p><p>นอกจากนี้ยังมีวัจนะของท่านศาสนฑูตอีกมากมายที่กล่าวเกี่ยวกับประโยชน์ของผึ้ง </p><p>ท่านย้ำว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาความรู้ต่างๆ จากผึ้ง เพราะเชื่อได้ว่าจะยังประโยชน์กับมนุษย์มากมายเช่นกัน</p><p>สุดท้ายของการสนทนา ท่านกล่าวว่า อาจารย์ (หมายถึงผม) อย่าลืมเอาไปเขียนบนบล็อกของอาจารย์น่ะ เพราะจริงๆ ผมอยากเขียนหลายเรื่องมาก แต่จะให้นั่งพิมพ์เอง ไม่มีเวลา ดังนั้นความรู้นี้อาจารย์จะต้องเอาไปเผยแพร่ต่อในบล็อก</p><p>ผมต้องขอบคุณท่านรองอธิการบดีเป็นอย่างมากครับ ประการที่หนึ่ง ท่านสนใจในเรื่องการใช้บล็อกเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ครับ ซึ่งจริงๆ ผมอยากให้ท่านเป็นหนึ่งในสมาชิกของ planet yic ด้วยซ้ำไป แต่ท่านออกตัวว่าไม่มีเวลานั่งพิมพ์</p><p>ประการที่สอง คือ ท่านพยายามถ่ายทอดความรู้ให้ผมเพื่อให้ผมเผยแพร่ต่อ</p><p>ผมก็ได้ทำตามความประสงค์แล้วครับ เพียงแต่ช้าไปสองวันเท่านั้นเอง จริงๆ ล็อกอินเข้ามาในเวปเพื่อพิมพ์สองครั้งแล้วครับ แต่ยังไม่ทันพิมพ์ก็มีงานอื่นมาเสียก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามสามารถโฟสต์ได้สำเร็จเสียที ผู้อ่านท่านใดมีประเด็นเพิ่มเติมเชิญครับ</p><p>ในส่วนตัวของผม ในฐานะนักการศึกษา ผมมองเห็นว่า นี้คือแหล่งความรู้หนึ่งสำคัญการศึกษาค้นคว้า ซึ่งจะพบว่าในการแสวงหาความรู้นั้น อัลลอฮ์ทรงให้ใช้แสวงหาจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง และทรงใช้ให้แสวงหาด้วยหลากหลายกระบวนการ ไม่ใช่แค่การอ่าน การถาม แต่มีอีกหลากหลายวิธีการเพื่อการแสวงหาความรู้ที่ปรากฏในอัลกุรอาน และจากอายะห์ข้างต้นก็สามารถสะกิดใจผู้ใฝ่รู้ได้ว่า เรายังขาดซึ่งความรู้อีกมาก จงแสวงหาเถอะ (วัลลอฮูอะลัม)</p>
ปกติผมติดตามบล็อกของ beeman เหมือนกันครับ และตอนที่ท่านรองอธิการบดีนำเสนอผมก็คิดถึงท่าน โดยเฉพาะอย่างให้ท่านทำวิจัยจากองค์ความรู้เกี่ยวกับผึ้งที่มีอยู่ในอัลกุรอานและวัจนของท่านศาสนฑูตด้วยครับ