วันนี้ไปทำบุญ หลานชายมาเยี่ยม

วันวิสาขบูชา ปีนี้ได้ไปทำบุญที่วัด ความจริงแล้วตั้งแต่แม่เสีย ก็ต้องไปวัดทุกวันพระ ใส่บาตร ถวายอาหาร แต่ทุกครั้ง ใส่บาตรเสร็จก็จะรีบกลับบ้าน เพราะบางวันต้องไปทำงาน วันที่ไม่ได้ไปทำงานก็ต้องกลับมาทำงานบ้าน แต่วันนี้ ได้ไหว้พระ รีบศีล ถวายทานด้วย หลังจากนั้นก็ไปไหว้กระดูกแม่ แล้วจึงกลับบ้าน

ถึงบ้านติดต่อหลานชายที่มาจากกรุงเทพ เป็นหลานชายที่เจอะเจอกันในโลกของอินเทอเนตเนี่ยละ ถูกชะตาต้องใจอย่างไรไม่รู้ จนที่สุดกลายมาเป็นเครือญาติกันซะงั้น หลานชายบอกว่า กำลังจะข้ามไปหลวงพระบาง แต่คงช้าไปไม่ทันรถแล้ว (นี่เขายังจะคิดไปเที่ยวต่ออีกแน่ะ ทั้งๆเมื่อวันก่อน เพิ่งลงจากภูกระดึงมา ด้วยอาการเท้าบวมเดินไม่ถนัดเพราะโดนทากกัดมา)

เลยต้องออกไปรับหลานชายที่สะพานไทย-ลาว แล้วไปเดินดูเทวลัยที่ศาลาแก้วกู่ สถานที่ท่องเที่ยวของหนองคาย  เหนื่อยแล้ว---ไปทานมื้อเที่ยงที่ร้านอาหารริมโขงร้านที่ขึ้นชื่อของหนองคาย สั่งอาหารซะหลายรายการ เพราะอย่างนำเสนออาหารที่ขึ้นชื่อของร้านและอยากให้หลานชายได้ลองชิม เลยทานไม่หมด เสียดาย.....

พูดถึงหลานคนนี้ เขามีองค์ความรู้หลายสาขา ได้เรียนรู้อะไรจากเขาหลายอย่าง เขาบอกว่า "ศึกษาอะไร ต้องศึกษา ให้ถ่องแท้" เลยเดินดูเทวลัยจนทั่วในเนื้อที่เกือบสิบไร่ "ตื่นสาย เห็นโลกไม่ทันคนอื่น" "คนเราต้องเตรียมการสำหรับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะต้องเกิด"

 

ที่เคยได้ยิน ผู้รู้ทางด้าน KM บอกไว้ว่าความรู้อยู่ในตัวคนนี่ละมีมากมายไม่ต้องไปหาจากที่ไหน  เป็นจริงโดยแท้ หลานชายแม้จะเป็นเด็กกว่าเรา อายุแค่สามสิบกว่า เขายังมีหลักคิดที่ถือเป็นแนวทางชีวิตที่เราในบางครั้งคิดไม่ถึง หรือว่าไม่เคยคิดด้วยซ้ำไป