เมื่อวานนี้ (31 พค 50) ดิฉันพร้อมด้วยบุคลากรของสำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ อีก 4 ท่าน ได้เดินทางไปสมทบกับบุคลากรของบัณฑิตวิทยาลัย ที่ได้ไปจัดนิทรรศการหลักสูตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในงาน Thailand Exhibition 2007 ซึ่งจัดโดยสถานทูตไทยในกรุงเวียงจันทน์ จัดที่ศูนย์ Laos ITECH
ก่อนการเดินทางดิฉันได้โทรไปขอให้เจ้าหน้าที่ที่รู้จักทำบัตรผ่านแดนเข้าลาว โดยแจ้งหมายเลขบัตรประชาชนของผู้ที่ไม่มี Passport ซึ่งเจ้าหน้าที่จะ Online ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลบัตรประชาชนมาดำเนินการให้ คิดค่าบริการฉบับละ 150 บาท
เราออกเดินทางจากขอนแก่นเวลาประมาณ 7.00 น ถึง จ.อุดรธานีเวลาประมาณ 8.30 น. แวะทานอาหารเช้าที่ร้านข้าวเปียก ซึ่งมี โจ๊ก จับ เส้น (โจ๊ก ก๋วยจั๊บ และต้มวุ้นเส้น) ไข่กระทะ ขนมปังปิ้งไส้หมูยอและกุนเชียง (ไม่ทราบเรียกว่าอะไร) ดิฉันสั่งโจ๊กผสมต้มวุ้นเส้นเป็นอาหารเช้า...อร่อยมากค่ะ และ รับประกันได้โดยดู KPI คือ จำนวนลูกค้าค่ะ
จากนั้นเรามุ่งตรงสู่ ด่านหนองคาย รับใบผ่านแดนจากเจ้าหน้าที่ และยื่น Passport (สำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำใบผ่านแดน) จากนั้นก็ยื่นหนังสือขออนุญาตนำรถข้ามสะพานโดยทำหนังสือขออนุญาตเรียน สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ประจำจุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย-ลาว และ นายด่านศุลกากร ประจำจุดตรวจสะพานมิตรภาพไทย-ลาว…
เมื่อรถผ่านด่านก่อนขึ้นสะพาน เราจ่ายค่าธรรมเนียม 50 บาท (รถตู้) ไปถึงฝั่งลาวจ่ายอีก 10 บาท ค่าฉีดยาฆ่าเชื้อที่ล้อรถ เราข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ไปยัง ด่านชายแดนฝั่งลาว
เรายื่นเอกสารการเดินทาง ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของ สปป. ลาว ซึ่งจะได้รับการแสตมป์ระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในลาว ผู้ที่ถือใบผ่านแดนจะได้รับอนุญาตให้อยู่ได้ ไม่เกิน 3 วัน และต้องไม่ออกนอกเขตเวียงจันทน์ (ถ้าเข้าใจไม่ผิด) แต่เราต้องตรวจดูด้วยว่าเจ้าหน้าที่แสตมป์ให้กี่วัน บางครั้งเขาแสตมป์อนุญาตให้ 1 วัน แล้วหากเราอยู่ 3 วัน เมื่อตอนออกหรือขากลับผ่านด่านเราจะถูกปรับ คิดวันละ 200 บาทค่ะ ฉะนั้นต้องแจ้งด้วยค่ะว่าเราจะค้าง 2 คืน ส่วนผู้ที่ถือ Passport จะได้รับอนุญาตให้อยู่ได้ 30 วัน
จากนั้นเราก็ไปจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าประเทศ สำหรับผู้ที่ใช้ใบผ่านแดนจ่าย 50 บาท ผู้ที่ถือ Passport สีน้ำตาลจ่าย 20 บาท ส่วนผู้ที่ถือ Passport สีน้ำเงินไม่ต้องจ่าย
เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเข้าเมืองแล้ว เราออกมาพบกับเจ้าหน้าที่สวยสวยจากบัณฑิตวิทยาลัย คุณข้าวสวย นำรถที่เช่าแล้วมารับเรา ไปยังสถานที่จัดงานค่ะ (ค่าเช่ารถวันละ 1,500 บาท รวม น้ำมัน นั่งได้เต็มที่ 10 คน ค่ะ)
ถึงที่งานเวลาประมาณ 10.30 น. ที่งานมีนักศึกษาและผู้ปกครองแวะเวียนมาสอบถามรายละเอียดเป็นระยะๆ ซึ่งเราก็ได้แจกเอกสารแนะนำหลักสูตรและของที่ระลึก รวมทั้งให้ผู้ที่สนใจอยากทราบรายละเอียดใดเพิ่มเติมเขียนชื่อและ e-mail address ไว้สำหรับการติดต่อด้วยค่ะ


เราไปทาน เฝอ (ก๋วยเตี๋ยว ที่มีผักเคียงเยอะมาก) เป็นอาหารเที่ยงค่ะ ร้านที่ไปนี้เป็นร้านที่อร่อยมากอยู่ใกล้สี่แยก..... (จำชื่อสี่แยกไม่ได้แล้วค่ะ...ขอโทษค่ะ) เฝอ ชามเล็ก (ใหญ่กว่าก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา) ชามละ 40 บาท ชามใหญ่ 60 บาท และชามพิเศษ 80 บาทค่ะ
ก่อนกลับเราแวะไปเยี่ยมตลาดจีนเพื่อซื้อกระเป๋าถือ กระเป๋าเดินทาง Brand name (ก๊อป) ของแท้ และแวะที่ Duty Free ก่อนข้ามสะพานกลับมายังฝั่งหนองคายเราต้องจ่ายค่าธรรมเนียมข้ามสะพานอีก 50 บาท หรือ 13,000 กีบค่ะ
ที่หนองคายเราแวะท่าเสด็จซื้อขนม และแหนมเนืองร้านเจ้แดงที่มีชื่อของหนองคายกลับบ้าน ถึงขอนแก่นเวลาประมาณ 20.00 น. โดยสวัสดิภาพค่ะ
ท่านอยากจะลองเดินทางไปต่างประเทศแบบเช้าไป-เย็นกลับ บ้างมั้ยค่ะ
เป็นการเดินทางที่น่าจะอร่อยที่สุดมั๊งครับ
สวัสดีค่ะพี่แป๋ว
เป็นการให้ข้อมูลการเดินทางที่ละเอียดมากเลยค่ะ ดูเหมือนง่าย แต่มีขั้นตอนที่ควรศึกษาไว้ล่วงหน้าเยอะเลยนะคะ
งานนี้ จัดแสดงกี่วันค่ะ และนอกจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว มีมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ของประเทศไทย บ้างรึเปล่าค่ะ
เคยไปถึงฝั่งหนองคายแต่ไม่มีเวลาข้ามไปค่ะ ไว้โอกาสหน้าจะลองดู เวลาไปทางขอนแก่นทีไรต้องไปแวะกินร้านจึงบริการที่อำเภอพลทุกที ไม่ทราบอาจารย์รู้จักร้านนี้ไหมคะ สุดยอด อร่อยดี
สวัสดีค่ะ อ.ขุน ย่ามแดง ก็เป็นธรรมดาค่ะ กองทัพเดินด้วยท้องค่ะ เช้า กลางวัน เย็น ครบเมนูอร่อยเลยค่ะ
อุ๊บส์...ขอโทษค่ะ ตอบยังไม่ครบทุกคำถามค่ะ ... ที่ไปจัดนิทรรศการงานนี้ มีเฉพาะ มข ที่เดียวค่ะ สถานฑูตชวนค่ะ ไม่เสียค่าบูธด้วยค่ะ ... รู้สึกว่าบูธที่จำหน่ายสินค้าจะต้องจ่ายค่าบูธด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ
อาจารย์เขียนได้ละเอียด มีขั้นตอน ใครทำตามไม่เสียเวลาแน่ค่ะ ขอบคุณนะคะ
สวัสดีค่ะคุณแป๋ว..paew
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.PAEW
สวัสดีค่ะ อ.แป๋ว
เดินทางบ่อยๆ แบบนี้เหนื่อยไหมคะ แต่ก็น่าสนุกดีนะคะ ได้เห็นอะไรที่แตกต่างจากชีวิตประจำวันของเรา ช่วงนี้ส้มก็เพิ่งกลับจากสัมมนาที่อัมพวา กลับมาก็ไม่ค่อยสบาย แถมทำสมุดบันทึกหายอีก เสียดายจังค่ะ
เมื่อคืนไม่ทราบว่าพี่แป๋วอยู่ตรงนี้ ปุ๋ยเข้ามาเป็นคืนแรกยังไม่ค่อยรู้ว่าพี่ตัวเองต้องตามได้ที่ไหน อิอิ ก็เลยเข้าไปโพสต์ไว้ที่ ถาม Paew เข้าไปอ่านดูนะคะพี่ท่าน ถ้ารู้ว่าอยู่ตรงนี้คงได้คุยกันบ้างเพราะดูเวลาแล้วเป็นช่วงเดียวกันเลย เมื่อคืนอยากคุยด้วยเยอะ ๆ แต่ดึกแล้วก็เลยคิดว่ามาเล่าวันนี้ดีกว่า เรื่องวีรกรรมตรวจการบ้านลูก ปัจจุบันที่โรงเรียนของหนมปังเวลาเด็กทำการบ้านแล้วผู้ปกครองต้องลงลายมือชื่อไว้ในสมุดด้วยเมื่อเด็กทำเสร็จ ซึ่งปุ๋ยก็ต้องลงชื่อแต่ก่อนลงชื่อปุ๋ยก็ต้องตรวจดูก่อนว่าหนมปังทำถูกต้องหรือไม่ ทุก ๆ ครั้งก็โอเคนะ ปุ๋ยก็ลงชื่อไว้ แต่วันหนึ่งวิชาภาษาไทย เค้าให้การบ้านเกี่ยวกับความหมายของคำศัพท์ในพจนานุกรม ซึ่งก็ทำเสร็จปุ๋ยก็จะตรวจและลงชื่อไว้เช่นเคย แต่เจ้ากรรมบังเอิญปุ๋ยเปิดไปเห็นหน้า ๆ หนึ่งที่เค้าสอนกันที่โรงเรียนซึ่งเค้าสอนเรื่องคอมพิวเตอร์พร้อมให้เด็กทำแบบฝึกหัดในห้องซึ่งครูได้ตรวจและทำเครื่องหมายถูกต้องทุกข้อ ประมาณ 20 ข้อ ปุ๋ยก็ดูข้อ 1 เลยในความรู้สึกเราว่าไม่ใช่ ผิดแน่นอน เค้าให้เด็กดูแผนผังการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วถามว่าส่วนใดบ้างใช้บันทึกข้อมูล ซึ่งข้อหนึ่งตอบว่า ซีพียู ครูเขียนเครื่องหมายถูกต้อง ปุ๋ยก็เลยถามหนมปังว่ารู้ได้อย่างไรว่าต้องตอบว่าซีพียู หนมปังตอบว่าครูเฉลย เท่านั้นแหละปุ๋ยเขียนต่อว่าลงไปในสมุดการบ้านทันทีว่า “ใช้บันทึกข้อมูลได้อย่างไร ครูที่ตรวจกรุณาตรวจใหม่อีกครั้ง” ลงชื่อผู้ปกครอง วันรุ่งขึ้นหนมปังไปโรงเรียน กลับมาตอนเย็นเล่าให้ฟังว่า”ครูภาษาไทยอ่านข้อความปุ๋ยแล้วส่งให้ครูคอมพิวเตอร์ดู ครูคอมพิวเตอร์ก็เลยบอกครูภาษาไทยว่า ซีพียู มีหน้าที่ในการประมวลผล เด็ก ๆ ก็เฮกันว่างั้น แต่ด้วยความเป็นโรคความดัน (ดันทุรัง) ของครูภาษาไทย ยังไม่วาย เอาเฉลย (คู่มือครู) ขีดเส้นสีแดงตัวเบ้อเริ่ม พร้อมกับวงกลมคำตอบ ซีพียู ด้วยปากกาสีแดง เหมือนประชด แล้วบอกหนมปังว่า “นี่เอาไปให้แม่เธอดู” ถ้าพี่แป๋วเป็นปุ๋ยจะทำอย่างไรคะ วันนั้นปุ๋ยเลยนั่ง search หน้าที่ของ ซีพียู จากเว็ปไซต์แล้วพิมพ์ ให้หนมปังเอาไปครูดู พอพ่อหนมปังกลับมารู้เรื่องเข้า ด้วยความที่จบคอมพิวเตอร์มา เลยเขียนเข้าไปในกระดาษแผ่นนั้นด้วยหลายประโยคเด็ด ๆ ทั้งนั้น ประโยคสุดท้ายที่จำได้ เขียนว่า “รบกวนคุณครูศึกษาข้อมูลก่อนสอนเด็ก วิเคราะห์เฉลยก่อนก็ดี บางครั้งเฉลยก็อาจจะผิดได้ และช่วยแก้ไขคำตอบให้เด็ก ๆ ใหม่ด้วยอย่าให้เด็ก ๆ จำคำตอบผิด ๆ ไปใช้ และถ้าไม่เข้าใจว่าง ๆ ผมจะไปสอนให้ที่โรงเรียน” วันต่อมาถามหนมปังว่าครูแก้ไขหรือเปล่า หนมปังบอกว่าไม่แก้ไข ไม่พูดถึงอีกเลย เฮ้อ น่ากลุ้ม ปุ๋ยเล่าให้แม่ฟัง แม่ดุปุ๋ยว่ามีปัญหาทำไมไม่เข้าไปที่โรงเรียนฝากผ่านลูกไปทำไม เดี๋ยวเค้าก็แกล้งลูกหรือเกลียดลูกเราหรอกว่างั้น มีงี้ด้วยเหรอ ในเมื่อเราไว้ใจให้เค้าดูแลลูกเราแล้วเค้าดูแลไม่ดี เราก็มีสิทธิ์ที่จะท้วงติงได้ไม่ใช่เหรอ พี่แป๋วช่วยลงความเห็นให้ปุ๋ยด้วยนะคะ เฮ้อ ๆ ๆ ๆ ๆ เยอะ ๆ
สวัสดีค่ะ อ.paew
เขียนเล่าเรื่องได้ความรู้มากเลยค่ะ ชักอยากไปเที่ยวแถวนั้นบ้างแล้วซิ น่าจะดีมากๆ เลย ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ
สวัสดีค่ะคุณส้ม ... พี่ว่าเราประเภทดวงชีพจรลงเท้ามังค่ะ วันที่ 4-5 มิย นี้ พี่ก็จะเข้าไปสัมมนาที่ กรุงเทพค่ะ แถวๆ โรงแรมอะเล็กซานเดอร์ค่ะ แล้วกลางๆ เดือนจะไปจีนค่ะประมาณ 4-5 วันค่ะ ก็ชอบเดินทางค่ะบางทีก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่คงชอบมังค่ะ เลยไปได้เรื่อยๆค่ะ .... ยิ้ม ยิ้ม
สมุดบันทึกงานหรอค่ะ... คุณส้มพักบ้างนะค่ะ สงสัยทำงานหนักไปรึปล่าวค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต
พี่ว่าน่าไปเที่ยวค่ะ แม้ที่เวียงจันทน์อาจจะไม่มีสถานที่ท่องเที่ยงเชิงธรรมชาติเหมือนจำปาสัก แต่ก็ยังมีอะไรน่าสนใจอีกมากค่ะ พี่คงมีโอกาสไปอีกค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีโปรแกรมค่ะ พรุ่งนี้ อ.JJ และคุณน้องจะไปเวียงจันทน์ค่ะ เพื่อน อ.JJ มาจาก กทม ชวนไปค่ะ