ป๊าถึงลูกๆ ตอน 1

สิทธิรักษ์
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
สภาพการศึกษา การรับรู้ วิธีคิด

 ขอนำบทความก่อนหน้านี้มาลงเพื่อให้ต่อเนื่อง เรื่อง  ป๊าถึงลูก

http://gotoknow.org/blog/dol3377/90226

ป๊าถึงลูกๆ

วิธีคิด

  • ได้รับข่าวลูกบลูเกิดอุบัติเหตุรถมอไซด์ แต่ไม่บาดเจ็บมากนักก็เลยไม่เป็นห่วงมาก  จำได้ว่าป๊าได้เตือนไว้ว่าเวลาฝนตกถนนจะลื่นแต่ก็ยังเกิดอุบัติเหตุอีกจนได้  เลยทำให้ป๊าคิดขึ้นมาได้ว่า เวลาลูกได้รับข้อมูลบางอย่างจากป๊าหรือจากใครหรือจากทางใดทางหนึ่งควรจะได้คิดและเข้าถึงความจริงที่อาจจะเกิด 

  • ป๊าจึงอยากให้ลูกๆ  เข้าถึง วิธีคิด 

  • ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมมีสาเหตุของมัน

  • มันขึ้นด้วยตัวของมันเองไม่ได้

         ลูกๆลองคิดดู ป๊าจะได้คุยกับลูกๆครั้งหน้า   

วันนี้อากาศร้อนมาก ไมได้ไปไหนอยากเข้ามาทักทายลูกๆ  ป๊าได้บันทึกไปก่อนหน้านี้ คิดว่าขาดอะไรๆ อีกเยอะ   รวบรวมสติอารมณ์ได้ก็เลยมาบันทึกต่อ

  • ที่ว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมมีสาเหตุของมัน  มันเกิดขึ้น ด้วยตัวของมันเองไม่ได้ 

  • ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่มีอะไรที่หยุดนิ่ง  แต่อยู่ภายใต้กฏของมัน

  • คนดี อาจกลายเป็นคนเลวในวันหนึ่ง

  • คนเลว อาจกลายเป็นคนดีในวันหนี่ง

  • คนรวยอาจกลายเป็นคนจนในวันหนึ่ง

  • คนจนอาจกลายเป็นคนรวยมหาศาลในวันหนึ่ง

  • คนฉลาด อาจกลายเป็นคนโง่ในวันหนึ่ง

  • คนที่ดูโง่ อาจกลายเป็นคนฉลาดมากๆในวันหนึ่ง                           

           ที่บันทึกมานี้อาจจะทำความกระจ่างไม่ได้  ก็เพราะลูกๆจะต้องปรับระบบการรับรู้เพิ่มขึ้น มีอารมณ์การรับรู้มากขึ้น  จัดแนวการรับรู้มากขึ้น  วิธีคิดจำเป็นจริงๆ  ในการรับรู้   ในเวลาต่อไปป๊าคงได้ขยายความอีก

ลูกๆ   กับภูมิคุ้มกัน     ตอนที่ 1

วันนี้ป๊าได้เข้ามาบันทึกในบล๊อกนี้แทนบล๊อกเดิม  เพราะหัวบล๊อกได้ตั้งขึ้นมาตรงประเด็น  และเพื่อได้เป็นสัดส่วนในการสื่อสารถึงลูกในรูปแบบหนึ่ง ที่ลูกๆสามารถเปิดดูได้ตลอด

ภูมิคุ้มกัน  

ประโยคสั้นๆแต่ครอบคลุมไปกว้าง ในเบื้องต้นป๊าเน้นหนักสื่อกับลูกๆในเรื่องเกี่ยวข้องกับการศึกษา การรับรู้ และวิธีคิด ที่มีส่วนในการสร้างภูมิคุ้มกันแก่ลูกๆในสังคมขณะนี้

ปัจจุบันปัญหาการศึกษา รับรู้ มีมากขึ้น สาเหตุเพราะอะไร

  • เพราะสภาพสังคมเปลี่ยนไป องค์ความรู้ได้แพร่ขยายในขอบเขตไม่จำกัด

  • เทคโนโลยี่ พัฒนาไปอย่างมากมาย

  • การเคลื่อนไหวทางวัตถุ แวดล้อมตัวเราแหลมคมมากขึ้น

  • สภาพการสอน ไม่สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลง

  • วัฒนธรรมการรับรู้ทางสังคม แปรเปลี่ยนอย่างพลิกผัน

  • ปัญหาการจัดการการศึกษา ไม่สามารถแก้ไขจัดการได้โดยสิ้นเชิง

ป๊าเป็นห่วงมากในเรื่องนี้ ไม่เฉพาะป๊าคนเดียว ยังมีอีกหลายๆคนที่เป็นห่วง   เป็นห่วงโดยเฉพาะลูกๆที่ยังจะต้องโลดแล่นอยู่ในสังคมนี้อีกนาน

ถึงเวลานี้จำเป็นจะต้องทำบันทึกถึงลูกๆ  ให้การศึกษาลูกๆเพิ่มเติมในสภาพที่ป๊าทำได้  โดยอาศัยพื้นฐานความรู้และประสบการณ์ของป๊า

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ภูมิคุ้มกัน



ความเห็น (21)

สวัสดีค่ะท่านพี่เหลียง...สิทธิรักษ์

ดูซีเรียสยังไงน้า  บันทึกนี้  ท่านพี่เหลียง...เอากำปั้นทุบดินหรือเปล่านี่   ก็รู้อยู่ปัญหานี้  รู้แบบเราต้องรู้ว่าต้องกินข้าวและดื่มน้ำทุกครั้งตามหลัง    แต่ก็มีหลายวันที่ลืมดื่มน้ำ  ...ไม่ว่ากัน

  • เพราะสภาพสังคมเปลี่ยนไป องค์ความรู้ได้แพร่ขยายในขอบเขตไม่จำกัด

เราต้องแก้ที่ไหน  ในเมื่อปัญหานี้เดินทางอย่างรวดเร็วไปทั่วทุกหัวระแหง....ต้องบอกต้องเตือนกันยอ่างเร่งด่วน   ต้องจัดหลักสูตรการเรียนรู้อย่างปลอดภัยขึ้นมาเลย   กำหนดหน่วยกิตอย่างชัดเจน   ไม่ลองไม่รู้...ทำ...ก็ไม่เห็นเสียหายอะไร...ยังดัชีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย..ขอน้ำชาจิบหน่อยค่ะท่านพี่เหลียง

  • เทคโนโลยี่ พัฒนาไปอย่างมากมาย

จริงค่ะ..ใช้หลักสูตรในข้อ 1 เลยค่ะ  กำหนดไว้ในทุกชั้นเรียน  ให้ฝังอยู่ในตัวนักเรียน..แบบความรู้ที่คงทน  ให้เรียน  ให้ศึกษากันทุกๆปีไปเลย..แบบเกลือจิ้มเกลือ...ชาของท่านพี่เหลียงยี่ห้ออะไร  อร่อยดีค่ะ..ซูดส์ส์

  • การเคลื่อนไหวทางวัตถุ แวดล้อมตัวเราแหลมคมมากขึ้น

ผู้ใหญ่หลายๆคนยังเป็นเลยค่ะท่านพี่เหลียง  อ้อยว่า..อ้อยยังเป็นเลยค่ะ   เมื่อเราใส่หลักสูตรนี้ไปแล้ว   ต้องตามมาทำ pole ที่บ้านด้วย  แทรกซึมไปยังผู้ปกครองด้วยนะคะ   แบบ..แถม..เมื่อกรอกแบบสอบถาม  ประเภท  ให้เข้าไปฟังดนตรีในสวนได้ฟรี..อะไรแบบนี้ค่ะ  รับรองว่า...อืมมมมม...น้ำชาหมดแล้วค่ะท่านพี่เหลียง

  • สภาพการสอน ไม่สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลง

วาย..ท่านพี่เหลียง..มันเกี่ยวกับครูอ้อยนะคะข้อนี้  ครูอ้อยไม่ได้มรชีสิทธิไปดูครูท่านอื่นนะคะว่า...ท่านสอนอย่างไร   แต่สำหรับครูอ้อยคนนี้รับรอง..เดินออกมาจาก แคทตาลอกของกระทรวงศึกษาธิการเลยค่ะ...รุ่นแม่ไก่ด้วยค่ะ..อิอิ..คุยโตนะนี่

  • วัฒนธรรมการรับรู้ทางสังคม แปรเปลี่ยนอย่างพลิกผัน

สื่อค่ะ..สื่อปล่อยปละละเลย  น่าจะเข้มงวดแบบตอนครูอ้อยยังเล็ก  ใครผมยาว(ผู้ชาย) ห้ามออกทีวี  ผู้หญิงแต่ตัวโป๊  ห้ามออกทีวี   ลองดูค่ะ  รับรอง  ดาราไม่มีเลยค่ะ..อิอิ

  • ปัญหาการจัดการการศึกษา ไม่สามารถแก้ไขจัดการได้โดยสิ้นเชิง

อิอิ..ยิ้มยิ้ม...ต้องช่วยกันบรรเลงค่ะ  ดนตรีคณะนี้  เป่าขลุ่ยอย่างเดียวไมได้แล้ว  ต้องเป็นวง  ออเครสตร้าค่ะ  ท่านพี่เหลียงจึงจะสำเร็จค่ะ..ซูดส์ส์ส์  น้ำชาหมดพอดี..

บ๊ายบาย  ครูอ้อยไปล่ะค่ะ..รักษาสุขภาพค่ะท่านพี่

  • สวัสดีครับพี่เหลียง
  • เพิ่งกลับมาถึงสี่ทุ่มแล้วครับพี่ออกไปก่อนผมหนึ่งชั่วโมงครับ
  • วันนี้พัฒนาการไปอีกเยอะเลยครับ มีเรื่องตลกด้วยครับ ตอนขากลับ นั่งอ่านงานเพลินครับ หนังสือเกี่ยวกับการใช้คณิตศาสตร์ทางด้านการเกษตรครับ พี่เชื่อไหมครับ ว่าระยะเวลาที่จะมาถึงบ้านผมเพียงแค่ 40 นาที แต่ผมนั่งเลยเวลาจริงไปหนึ่งชั่วโมง ห้าๆๆๆๆ ทำให้ต้องเสียค่ารถไฟกลับบ้านอีก ห้าสิบเปอร์เซนต์ของเที่ยวไปกลับเลย บ๊องส์จริงๆ ครับ
  • จริงๆ ประมาณพันห้าร้อยบาทครับ แล้วได้จ่ายเพิ่มไปอีกครึ่งหนึ่ง ฮ่าๆๆๆๆ
  • ดีมากเลยครับพี่ ที่เริ่มที่ภูมิคุ้มกันครับ เราต้องดูใช่ไหมครับ ว่าภูมิคุ้มกันที่ควรมี มีอะไรบ้าง หากสิ่งที่ควรมี แล้วไม่มี แสดงว่า......ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ถัดจากนั้นก็จะเป็น ภูมิคุ้มกันน้ำพร่อง
  • ขอบคุณมากนะครับ
เขียนเมื่อ 
P
ขอขอบคุณครับ ครูอ้อย  ดีใจมากๆที่ให้ความคิดเห็นไว้   เป็นความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ครับ  ไม่ใช่เฉพาะผม เฉพาะเด็กๆ(ลูกๆ)  เป็นความรู้ที่ไม่อาจจะไปหาที่ไหนได้ง่ายๆ
ครูอ้อยครับ  หลังจากครูอ้อยให้ความเห็นไว้ ภาพดีๆของครูอ้อยได้ปรากฏขึ้นในความนึกความรู้สึกของผม  ทำให้รู้จักตัวจริงของครูอ้อยมากขึ้น  ดีใจมากครับ  ยินดีต้อนรับครับ
ดื่มน้ำชาก่อนครับ  ขอบคุณมากๆครับ

สวัสดีค่ะท่านพี่เหลียง.....สิทธิรักษ์

  • ท่านพี่คะทำไมตัวหนังสือของท่านพี่เล็กจัง  ครูอ้อยอ่านแทบไม่เห็นค่ะ  
  • ขอบคุณค่ะท่านพี่ที่เห็นคุณงามความดีของการกระทำของครูอ้อยบ้าง  
  • พอได้กำลังใจค่ะ  อย่างหนึ่งก็คือ....พี่ชายถามแล้ว  น้องจะเฉยได้อย่างไร
  • ว่าแต่ว่า  น้ำชาของท่านพี่ยี่ห้ออะไร  ทำไมครูอ้อยติดใจ  อยากมาดื่มทุกวันเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

 

เขียนเมื่อ 
P
สวัสดีครับ ท่าน รมต.ช่วย  อายุมากแล้ว ระวังตัวหน่อย อย่าเพลินอะไรมากนัก  

สวัสดีค่ะ  คุณสิทธิรักษ์

  • ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
  • ดิฉันชื่นชมกับบันทึกนี้ค่ะ...รวมถึงการนำข้อคิดดีๆไปรวมไว้ในบันทึกคุณเม้งด้วย
  • เมื่อเด็กๆได้รับภูมิคุ้มกัน...อย่าลืมว่าเขาอาจจะมีอาการไข้ต่ำๆ....ดังนั้นอาจจะไม่สุขสบายนัก...นั่นคือสิ่งที่คนที่ให้ภูมิคุ้มกันต้องคอยดูแลใกล้ชิด....ไข้สูงหรือต่ำก็ต้องหมั่นเช็ดตัวลดไข้  ทานยาแก้ปวด  และให้กำลังใจกันเสมอค่ะ...
  • ขอบคุณสำหรับข้อคิดที่ดี...แก่ครอบครัวไทยค่ะ......

ซินจ๋าวค่ะพี่เหลียง

เป็นป๊าที่น่ารักมากเลยอ่ะค่ะ   ขอชื่นชมนะคะ  อ่านแล้ว  ทำเอาคิดถึงหลวงพ่อจังเลย

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับคุณ
         
           ในสังคมทุกว้นนี้ไม่น่าไว้วางใจ รอบตัวเรามีสิ่งยั่วยุมาก  เราควรปลูกฝัง ความรู้ ความเข้าใจ และมีวิธีคิดที่ถูกต้อง  ซึ่งก็เป็นวัคซีน สร้าง ภูมิคุ้มกันให้แก่ทุกๆคนในสังคม  โดยเฉพาะวัยรุ่นในสมัยนี้ล่อแหลมมากๆ  ถ้ามีเวลาพอ ควรสร้างภูมิคุ้มกันให้เป็นแนวป้องกันเชื้อร้ายในสังคม 
ขอบคุณมากครับ
เชิญนั่งและดื่มน้ำชาก่อนครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับน้องหนิง

สบายดีหรือเปล่าครับ  การงานเหนื่อยไหม ผมศรัทธาในงานของคุณมาก รักษาสุขภาพนะครับ

เชิญดื่มน้ำชาหอมๆก่อนนะครับ

ขอบคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

        สวัสดีค่ะ..คุณสิทธิรักษ์

  • "ภูมิคุ้มกัน" อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่ะที่ยังมีผู้เป็นห่วงเพื่อนร่วมสังคม.......ขอชื่นชมด้วยใจจริง.....   
  • ปัญหาต่างๆ.....เป็นไปตามบริบทของสังคม/วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมนั้นๆ.....
  • จะร่วมด้วยช่วยกัน"สร้างภูมิคุ้มกัน"ค่ะ

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับคุณท่าน
P
P
  • ดีใจมากครับคุณครูท่านอ้อยที่น่ารัก
  • ไม่ทราบเหมือนกันว่าตัวหนังสือทำไมถึงเป็นอย่างนี้ นอกเหนือการรับรู้ของผมครับ
  • การให้กำลังใจซึ่งกันและกันเป็นสิ่งจำเป็นครับ โดยเฉพาะเวลานี้ สังคมเราต้องการเป็นอย่างยิ่ง
  • ความดีของครูอ้อยมีมากครับ  แต่ยังไม่ถึงเวลาเปล่งประกายออกมา
  • ชาของผม มีตั้งแต่ อูหลง 12  อูหลง ก้านอ่อน  ชา 4 ฤดู
  • เชิญครับ มีเวลามาร่วมดื่มน้ำชาถกความรู้กันครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณ

P
ดีใจมากครับคุณครูที่มีวิสัยทัศน์มาเยี่ยมเยียน
เห็นบันทึกคุณครูได้เกิดความรู้สึกที่ดีและมีความหวังครับ
ผมเลยฉวยโอกาสนำเอาบทความดีๆไปโชว์ในที่ต่างๆ หวังว่าคุณคงไม่ว่านะครับ  ผมคงนำไปเชิงศึกษาเปรียบเทียบเพื่อเป็นผลพวงแห่งการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีครับ
มีเวลาก็แวะดื่มน้ำชากันนะครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณสิทธิรักษ์

เข้ามาเยี่ยมชมความรักของคุณพ่อค่ะ  เรียก "ป๊า" น่ารักดีนะคะ  (เหมือนที่น้องเบิร์ดเรียกคุณพ่อเลย)

ลูกสาวก็น่ารักมากนะคะ  อุตส่าห์แต่งธีมให้คุณพ่ออย่างสวยงาม  มีลูกสาวดีออกค่ะ  ขอเชียร์พวกเดียวกัน (คือเป็นลูกสาวเหมือนกัน)

ลูกรู้ว่าป๊าเป็นห่วงอย่างนี้  คงปลื้มใจนะคะ  : )

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

P

ดีใจมากครับบล๊อกเกอร์ในดวงใจมาเยี่ยมถึงที่ สบายดีหรือครับ ไม่ได้คุยแลกเปลี่ยนกันนาน ไม่เห็นเปิดบันทึกใหม่เลย คงไม่ว่างซิครับ 

ของธรรมดาครับที่ห่วงลูก ลูกก็ห่วงพ่อครับ เรื่องเทคนิคต่างๆในการทำธีมไม่สันทัดครับต้องอาศัยลูกสาวครับ

เชิญนั่งดื่มน้ำชาก่อนกลับนะครับ  ขอบคุณครับโอกาสหน้าเชิญครับ

Buberrie
IP: xxx.28.47.11
เขียนเมื่อ 


ฮาโหล  ๆ ๆ ป๊า

พอบลูอ่านสิ่งที่ป๊าบันทึกไว้ บลูก็เข้าใจว่าส่งที่ป๊าจต้องการสื่อให้ลูกคืออะไร

บลูยอมรับและเคารพในสิ่งที่ป๊าสอน และบอกเสมอและบลูก็ไม่เคยบอกว่าสิ่งที่ป๊าสอนผิด บลูเชื่อเสมอว่า ทุกคนมีความเชื่อเป็นของตัวเอง มีหลักของตัวเองในการดำเนินชีวิต การที่เราจะรับหลักการของใครซักคนมา บลูมองว่า มันเป็นเรื่องดีที่จะได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ไม่ใช่จมอยู่แค่กับหลักการของตัวเอง แล้วบอกตัวเองว่าสิ่งที่ฉันคิดถูกต้องที่สุด บางครั้งมุมมองของคนกวาดขยะ อาจทำให้นักวิชาการอึ้งไปเลยก็เป็นได้

สิ่งที่บลูอยากจะเพิ่มเติมให้ป๊าคือ สังคมทุกวันนี้เรียกได้ว่า เป็นสังคมของการเอาตัวรอด มนุษย์ทุกวันนี้มีชีวิตเพื่อเอาตัวรอด ทุกสิ่งที่เรากระทำเพื่อการเอาตัวรอดทั้งนั้น มันถึงไม่แปลกอย่างที่ป๊าบอกมา

แต่สิ่งหนึ่งที่บลูอยากจะบอกคือ ถ้าหากเราพยายามซ่อมแซมมัน มันก็จะกลับมาเสียอีก และทุกครั้งที่มันเสีย เราก็จะซ่อม เป็นวงจรอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ และก็ไม่มีวันจบสิ้น สิ่งที่จะทำได้คือ อย่าไปซ่อมมัน มองเข้าไปในมัน ในสิ่งนั้น มองว่าที่มันเสียเพราะอะไร จับมันให้ได้ แล้วกำจัดมันทิ้งไปซะ รับรองได้ว่า มันจะไม่มีวันกลับมาเสียได้อีก

สำหรับบทความที่ป๊าเขียน บลูดีใจที่ป๊าเป็นห่วงบลู และบลูอยากจะบอกป๊าว่า ทุกสิ่งที่บลูพูดและบลูทำให้ป๊า ก็เกิดมาจากความรู้สึกเดียวกันกับป๊า ที่ป๊าพยายามทำทุกสิ่งให้บลู มันมาจากความรู้สึกรัก และ เป็นห่วง อยากให้ป๊าเข้าใจแค่ว่า ลูกรักป๊ามาก และลูกก็รับรู้ได้ว่าป๊ารักลูกมากเช่นกัน และลูกของป๊าคนนี้ก็ไม่อยากให้อะไรมาขวางกันความรักระหว่างเรา มันจะเป็นความรักที่ เต็ม 100% บลูอยากให้ป๊าอนุญาติ ที่จะให้บลูได้รักป๊าอย่างเต็มที่ และบลูก็พร้อมที่จะให้ป๊ารักบลูได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

รักป๊าน่ะค่ะ ^____^

ลูกบลู

 

 

สวัสดีครับพี่เหลียง

  • เข้ามาชื่นชมน้องสาวบลูคนนี้ครับ
  • ไม่ธรรมดาครับ นับว่าพี่ได้ฉีดภูมิคุ้มกันได้อย่างดีเลยนะครับ ช่างน่ารักทั้งพ่อและลูกจริงๆ ครับ
  • อ่านแล้วอบอุ่นดีนะครับ เป็นภูมิคุ้มกันที่ดีและอบอุ่น ขอคาราวะครับ
  • ลูกรักป๊ามาก และลูกก็รับรู้ได้ว่าป๊ารักลูกมากเช่นกัน และลูกของป๊าคนนี้ก็ไม่อยากให้อะไรมาขวางกันความรักระหว่างเรา มันจะเป็นความรักที่ เต็ม 100% บลูอยากให้ป๊าอนุญาติ ที่จะให้บลูได้รักป๊าอย่างเต็มที่ และบลูก็พร้อมที่จะให้ป๊ารักบลูได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

    รักป๊าน่ะค่ะ ^____^

  • ลอยไหมครับ....กินอาหารไว้ให้เยอะๆนะครับ

  • ขอบคุณมากๆ นะครับผม

เขียนเมื่อ 

สวัสดียามเช้าค่ะ คุณสิทธิรักษ์

          ดิฉันอ่านจดหมายน้องบลูแล้วชื่นใจจังค่ะ คุณสิทธิรักษ์กับคุณแม่น้องบลูโชคดีจัง ที่มีลูกสาวน่ารัก  เป็นตัวของตัวเอง เปิดเผยและจริงใจอย่างนี้....

          การบอกคนในครอบครัวให้เขารู้ว่าเรารักและผูกพันมากแค่ไหนนั้น  สำหรับบางครอบครัวอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิต  .....ซึ่งนั่นก็นานนัก......

          ครึ่งชีวิตแรกสำหรับการเรียนรู้ว่าพ่อแม่รักลูกแค่ไหน   ผ่านการแสดงออกที่ลูกๆต้องเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจ  และบางครั้งก็อาจไม่เข้าใจ....ทั้งนี้ โดยไม่มีคำอธิบายจากพ่อแม่  ว่าที่ทำไปอย่างนั้นเพราะรัก  และห่วงใยอย่างสุดซึ้ง

          ครึ่งชีวิตหลังสำหรับการเรียนรู้ว่าทุกคนในครอบครัว รักกันมากแค่ไหน  เพราะอาจถึงวันหนึ่งที่ลูกจะต้องจากบ้านไปแสนไกล  ไปในที่ๆพ่อแม่ตามไปปกป้องดูแลไม่ได้  ได้แต่ส่งความรักความห่วงใยอย่างมหาศาลไปถึงลูก  และตั้งตารอคอยวันที่ลูกจะกลับมา

         และลูกก็จะเรียนรู้ว่าในโลกกว้างใบนี้  มีคนสองคนที่รักและห่วงใยเรามากที่สุด  และความรักของคนสองคนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง  (ไม่ว่าเขาจะแสดงออกในรูปแบบใด)

        และแปลกนัก  ที่ว่ากันว่าลูกๆจะรักพ่อแม่เท่าใด ก็ไม่มีวันเทียบเท่ากับที่พ่อแม่รักลูกได้เลย      ดิฉันไม่มีวิธีพิสูจน์ความจริงข้อนี้  เพราะยังอยู่ในสถานภาพของลูกอยู่เสมอ  : )   แต่สัมผัสได้จากความจริงในชีวิตทีเราเห็นอยู่ทุกวัน

        ดิฉันก็รู้สึกเองโดยความเป็นลูกว่าคนสองคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิตคือพ่อกับแม่  เพียงแต่สิ่งที่เราทำให้พ่อกับแม่  คงเทียบกันไม่ได้กับสิ่งที่พ่อกับแม่ทำให้เรามาตลอดชีวิต

        และถ้าให้ดิฉัน "เขียน" บอก ก็ออกจะง่ายกว่าให้ดิฉันวิ่งไป "บอก" พ่อกับแม่ตรงๆ   ......พ่อกับแม่เราแท้ๆ  ทำไมต้องเขินด้วยก็ไม่รู้...... : )

                         การรู้ว่า "รัก" นั้นสำคัญยิ่งนะคะ  

                      และ    "การบอกให้รู้ว่ารัก"  นั้น ยิ่งสำคัญ

            เพราะจะทำให้ทุกคนในครอบครัว "รับรู้" ได้ถึงความรักใคร่ผูกพันอย่างลึกซึ้งด้วยความรักที่แท้จริง และจะยิ่งทำให้เห็นคุณค่าของความรักนับเท่าทวีคูณ

                            น้องบลูอกให้ป๊ารู้ว่าลูก "รัก"       

                        ......ได้อย่างน่ารักจังเลยนะคะ  : )

เขียนเมื่อ 

ถึงลูกๆ

ป๊าเห็น จม. ลูกบลูถึงป๊า ดีใจมาก ที่บลูได้แสดงออกถึงความรู้สึกที่มีต่อป๊า

ก่อนอื่นป๊าอยากบอกถึงฐานความคิดของป๊าที่มีต่อลูกๆ    ป๊ามีความระลึกเสมอว่า ป๊ามีภาระหน้าที่ที่จะต้องดูแลลูกๆตั้งแต่เล็กจนถึงโตใหญ่ ทั้งความรู้ ความเข้าใจ ความคิด รวมทั้งการอยู่ได้ในสังคมโลกใบนี้

ความรู้ เป็นอาวุธที่ดีต่อการดำรงค์ชีวิตในโลกใบนี้  แต่ปัจจูบันความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ การรู้จักใช้ความรู้ต่างหากที่เป็นเครื่องมืออย่างดีในการอยู่รอด

นั่นคือ คิดเป็น ทำเป็น  หรือ  วิธีคิด  ที่ถูกต้อง

ป๊าดูแลลูกให้เติบโตได้ แต่ไม่สามารถดูแลถึงแก่ได้

ติดอาวุธความรู้ที่ถูกต้องได้เท่านั้นที่จะดำรงค์อยู่ได้ตลอดชีวิต

ป๊าไม่สามารถอ้างได้ว่าดูแลลูกๆได้อย่างดี อ้างว่าให้สิ่งที่ลูกๆต้องการได้ครบถ้วน  อ้างว่าให้ความรู้แก่ลูกได้รอบด้าน   แต่ป๊าสามารถยืดอก บอกได้ว่า  ป๊ามีความรักต่อลูกๆเกิน ร้อย เปอร์เซนต์

ป๊า .

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับ คุณแอมป์
P

เรื่องของพ่อกับลูกความผูกพันลึกซึ้ง  พ่อไม่สามารถปฏิเสธความเป็นพ่อตราบใดที่ชีวิตยังมีอยู่

  • แต่ในช่วงที่มีชีวิตอยู่นี่ซิ  เราจะทำยังไงให้ดีที่สุด
  • เพียงให้เขาโตแล้วไปเอาตัวรอดกันเอง

ถ้ามนุษย์หยาบง่ายอย่างนี้ สังคมคงไม่วุ่นวายอย่างที่เป็นอยู่  ทุกสิ่งทุกอย่างพัฒนาไป ถ้าพวกเราไม่สามารถที่จะผสมผสานไปกับมัน ความเป็นผู้คนที่จะสร้างความสมดุลย์ในสิ่งแวดล้อมทั้งปวงก็จะเป็นไปไม่ได้  และจะต้องตกอยู่ในห้วงของความล้มเหลวในที่สุด

ขอบคุณมากครับคุณแอมป์ที่มีความห่วงใย และให้ความเห็นไว้  

ขอบคุณมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วคิดถึงพ่อมากๆๆ น้ำตาซึมเลย พ่อต้าเดินทางไปสู่สถานที่ไกลแสนไกล เมื่อปีที่ผ่านมา ครบรอบ 1ปีพอดีค่ะ ขอให้รักกันทุกวัน ก่อนที่ไม่มีโอกาสบอกรักค่ะ

 

เขียนเมื่อ 
สวัสดีครับคุณ
P

ขอบคุณมากครับที่มาเยี่ยมเยียน  ครอบครัวอบอุ่น ก่อให้เกิดจุดเริ่มต้นของชุมชนอบอุ่น ซึ่งบรรยากาศนี้ในปัจจุบัน มีน้อยมาก  ซึ่งทำให้ก่อเกิดปัญหาต่างๆในสังคมและชุมชน  พวกเรามาช่วยกันครับ สร้างความอบอุ่นขึ้น 

ขอบคุณมากครับ