สภาพการศึกษา การรับรู้ วิธีคิด
ขอนำบทความก่อนหน้านี้มาลงเพื่อให้ต่อเนื่อง เรื่อง ป๊าถึงลูก
http://gotoknow.org/blog/dol3377/90226
ป๊าถึงลูกๆ
วิธีคิด
-
ได้รับข่าวลูกบลูเกิดอุบัติเหตุรถมอไซด์ แต่ไม่บาดเจ็บมากนักก็เลยไม่เป็นห่วงมาก จำได้ว่าป๊าได้เตือนไว้ว่าเวลาฝนตกถนนจะลื่นแต่ก็ยังเกิดอุบัติเหตุอีกจนได้ เลยทำให้ป๊าคิดขึ้นมาได้ว่า เวลาลูกได้รับข้อมูลบางอย่างจากป๊าหรือจากใครหรือจากทางใดทางหนึ่งควรจะได้คิดและเข้าถึงความจริงที่อาจจะเกิด
-
ป๊าจึงอยากให้ลูกๆ เข้าถึง วิธีคิด
-
ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมมีสาเหตุของมัน
-
มันขึ้นด้วยตัวของมันเองไม่ได้
ลูกๆลองคิดดู ป๊าจะได้คุยกับลูกๆครั้งหน้า
วันนี้อากาศร้อนมาก ไมได้ไปไหนอยากเข้ามาทักทายลูกๆ ป๊าได้บันทึกไปก่อนหน้านี้ คิดว่าขาดอะไรๆ อีกเยอะ รวบรวมสติอารมณ์ได้ก็เลยมาบันทึกต่อ
-
ที่ว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมมีสาเหตุของมัน มันเกิดขึ้น ด้วยตัวของมันเองไม่ได้
-
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลก มันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่มีอะไรที่หยุดนิ่ง แต่อยู่ภายใต้กฏของมัน
-
คนดี อาจกลายเป็นคนเลวในวันหนึ่ง
-
คนเลว อาจกลายเป็นคนดีในวันหนี่ง
-
คนรวยอาจกลายเป็นคนจนในวันหนึ่ง
-
คนจนอาจกลายเป็นคนรวยมหาศาลในวันหนึ่ง
-
คนฉลาด อาจกลายเป็นคนโง่ในวันหนึ่ง
-
คนที่ดูโง่ อาจกลายเป็นคนฉลาดมากๆในวันหนึ่ง
ที่บันทึกมานี้อาจจะทำความกระจ่างไม่ได้ ก็เพราะลูกๆจะต้องปรับระบบการรับรู้เพิ่มขึ้น มีอารมณ์การรับรู้มากขึ้น จัดแนวการรับรู้มากขึ้น วิธีคิดจำเป็นจริงๆ ในการรับรู้ ในเวลาต่อไปป๊าคงได้ขยายความอีก
ลูกๆ กับภูมิคุ้มกัน ตอนที่ 1
วันนี้ป๊าได้เข้ามาบันทึกในบล๊อกนี้แทนบล๊อกเดิม เพราะหัวบล๊อกได้ตั้งขึ้นมาตรงประเด็น และเพื่อได้เป็นสัดส่วนในการสื่อสารถึงลูกในรูปแบบหนึ่ง ที่ลูกๆสามารถเปิดดูได้ตลอด
ภูมิคุ้มกัน
ประโยคสั้นๆแต่ครอบคลุมไปกว้าง ในเบื้องต้นป๊าเน้นหนักสื่อกับลูกๆในเรื่องเกี่ยวข้องกับการศึกษา การรับรู้ และวิธีคิด ที่มีส่วนในการสร้างภูมิคุ้มกันแก่ลูกๆในสังคมขณะนี้
ปัจจุบันปัญหาการศึกษา รับรู้ มีมากขึ้น สาเหตุเพราะอะไร
-
เพราะสภาพสังคมเปลี่ยนไป องค์ความรู้ได้แพร่ขยายในขอบเขตไม่จำกัด
-
เทคโนโลยี่ พัฒนาไปอย่างมากมาย
-
การเคลื่อนไหวทางวัตถุ แวดล้อมตัวเราแหลมคมมากขึ้น
-
สภาพการสอน ไม่สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลง
-
วัฒนธรรมการรับรู้ทางสังคม แปรเปลี่ยนอย่างพลิกผัน
-
ปัญหาการจัดการการศึกษา ไม่สามารถแก้ไขจัดการได้โดยสิ้นเชิง
ป๊าเป็นห่วงมากในเรื่องนี้ ไม่เฉพาะป๊าคนเดียว ยังมีอีกหลายๆคนที่เป็นห่วง เป็นห่วงโดยเฉพาะลูกๆที่ยังจะต้องโลดแล่นอยู่ในสังคมนี้อีกนาน
ถึงเวลานี้จำเป็นจะต้องทำบันทึกถึงลูกๆ ให้การศึกษาลูกๆเพิ่มเติมในสภาพที่ป๊าทำได้ โดยอาศัยพื้นฐานความรู้และประสบการณ์ของป๊า
สวัสดีค่ะท่านพี่เหลียง...สิทธิรักษ์
ดูซีเรียสยังไงน้า บันทึกนี้ ท่านพี่เหลียง...เอากำปั้นทุบดินหรือเปล่านี่ ก็รู้อยู่ปัญหานี้ รู้แบบเราต้องรู้ว่าต้องกินข้าวและดื่มน้ำทุกครั้งตามหลัง แต่ก็มีหลายวันที่ลืมดื่มน้ำ ...ไม่ว่ากัน
เราต้องแก้ที่ไหน ในเมื่อปัญหานี้เดินทางอย่างรวดเร็วไปทั่วทุกหัวระแหง....ต้องบอกต้องเตือนกันยอ่างเร่งด่วน ต้องจัดหลักสูตรการเรียนรู้อย่างปลอดภัยขึ้นมาเลย กำหนดหน่วยกิตอย่างชัดเจน ไม่ลองไม่รู้...ทำ...ก็ไม่เห็นเสียหายอะไร...ยังดัชีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย..ขอน้ำชาจิบหน่อยค่ะท่านพี่เหลียง
จริงค่ะ..ใช้หลักสูตรในข้อ 1 เลยค่ะ กำหนดไว้ในทุกชั้นเรียน ให้ฝังอยู่ในตัวนักเรียน..แบบความรู้ที่คงทน ให้เรียน ให้ศึกษากันทุกๆปีไปเลย..แบบเกลือจิ้มเกลือ...ชาของท่านพี่เหลียงยี่ห้ออะไร อร่อยดีค่ะ..ซูดส์ส์
ผู้ใหญ่หลายๆคนยังเป็นเลยค่ะท่านพี่เหลียง อ้อยว่า..อ้อยยังเป็นเลยค่ะ เมื่อเราใส่หลักสูตรนี้ไปแล้ว ต้องตามมาทำ pole ที่บ้านด้วย แทรกซึมไปยังผู้ปกครองด้วยนะคะ แบบ..แถม..เมื่อกรอกแบบสอบถาม ประเภท ให้เข้าไปฟังดนตรีในสวนได้ฟรี..อะไรแบบนี้ค่ะ รับรองว่า...อืมมมมม...น้ำชาหมดแล้วค่ะท่านพี่เหลียง
วาย..ท่านพี่เหลียง..มันเกี่ยวกับครูอ้อยนะคะข้อนี้ ครูอ้อยไม่ได้มรชีสิทธิไปดูครูท่านอื่นนะคะว่า...ท่านสอนอย่างไร แต่สำหรับครูอ้อยคนนี้รับรอง..เดินออกมาจาก แคทตาลอกของกระทรวงศึกษาธิการเลยค่ะ...รุ่นแม่ไก่ด้วยค่ะ..อิอิ..คุยโตนะนี่
สื่อค่ะ..สื่อปล่อยปละละเลย น่าจะเข้มงวดแบบตอนครูอ้อยยังเล็ก ใครผมยาว(ผู้ชาย) ห้ามออกทีวี ผู้หญิงแต่ตัวโป๊ ห้ามออกทีวี ลองดูค่ะ รับรอง ดาราไม่มีเลยค่ะ..อิอิ
อิอิ..ยิ้มยิ้ม...ต้องช่วยกันบรรเลงค่ะ ดนตรีคณะนี้ เป่าขลุ่ยอย่างเดียวไมได้แล้ว ต้องเป็นวง ออเครสตร้าค่ะ ท่านพี่เหลียงจึงจะสำเร็จค่ะ..ซูดส์ส์ส์ น้ำชาหมดพอดี..
บ๊ายบาย ครูอ้อยไปล่ะค่ะ..รักษาสุขภาพค่ะท่านพี่
สวัสดีค่ะท่านพี่เหลียง.....สิทธิรักษ์
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณสิทธิรักษ์
ซินจ๋าวค่ะพี่เหลียง
เป็นป๊าที่น่ารักมากเลยอ่ะค่ะ ขอชื่นชมนะคะ อ่านแล้ว ทำเอาคิดถึงหลวงพ่อจังเลย
สวัสดีครับคุณ <div class="picture">
<div class="info">
นาง กฤษณา สำเร็จ
</div> </div><div class="picture"> </div><div class="picture"> ในสังคมทุกว้นนี้ไม่น่าไว้วางใจ รอบตัวเรามีสิ่งยั่วยุมาก เราควรปลูกฝัง ความรู้ ความเข้าใจ และมีวิธีคิดที่ถูกต้อง ซึ่งก็เป็นวัคซีน สร้าง ภูมิคุ้มกันให้แก่ทุกๆคนในสังคม โดยเฉพาะวัยรุ่นในสมัยนี้ล่อแหลมมากๆ ถ้ามีเวลาพอ ควรสร้างภูมิคุ้มกันให้เป็นแนวป้องกันเชื้อร้ายในสังคม </div><div class="picture">ขอบคุณมากครับ </div><div class="picture">เชิญนั่งและดื่มน้ำชาก่อนครับ</div>
สวัสดีครับน้องหนิง
สบายดีหรือเปล่าครับ การงานเหนื่อยไหม ผมศรัทธาในงานของคุณมาก รักษาสุขภาพนะครับ
เชิญดื่มน้ำชาหอมๆก่อนนะครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ..คุณสิทธิรักษ์
สวัสดีครับคุณท่าน <div style="float: left; padding: 4px"><div class="picture">
</div></div><div class="info"><div style="float: left; padding: 4px"><div class="picture">
</div></div></div><div class="info">สิริพร กุ่ยกระโทก</div><div class="info"><ul>
</ul></div>
สวัสดีครับคุณ
สวัสดีค่ะ คุณสิทธิรักษ์
เข้ามาเยี่ยมชมความรักของคุณพ่อค่ะ เรียก "ป๊า" น่ารักดีนะคะ (เหมือนที่น้องเบิร์ดเรียกคุณพ่อเลย)
ลูกสาวก็น่ารักมากนะคะ อุตส่าห์แต่งธีมให้คุณพ่ออย่างสวยงาม มีลูกสาวดีออกค่ะ ขอเชียร์พวกเดียวกัน (คือเป็นลูกสาวเหมือนกัน)
ลูกรู้ว่าป๊าเป็นห่วงอย่างนี้ คงปลื้มใจนะคะ : )
สวัสดีครับ
ดีใจมากครับบล๊อกเกอร์ในดวงใจมาเยี่ยมถึงที่ สบายดีหรือครับ ไม่ได้คุยแลกเปลี่ยนกันนาน ไม่เห็นเปิดบันทึกใหม่เลย คงไม่ว่างซิครับ
ของธรรมดาครับที่ห่วงลูก ลูกก็ห่วงพ่อครับ เรื่องเทคนิคต่างๆในการทำธีมไม่สันทัดครับต้องอาศัยลูกสาวครับ
เชิญนั่งดื่มน้ำชาก่อนกลับนะครับ ขอบคุณครับโอกาสหน้าเชิญครับ
ฮาโหล ๆ ๆ ป๊า
พอบลูอ่านสิ่งที่ป๊าบันทึกไว้ บลูก็เข้าใจว่าส่งที่ป๊าจต้องการสื่อให้ลูกคืออะไร
บลูยอมรับและเคารพในสิ่งที่ป๊าสอน และบอกเสมอและบลูก็ไม่เคยบอกว่าสิ่งที่ป๊าสอนผิด บลูเชื่อเสมอว่า ทุกคนมีความเชื่อเป็นของตัวเอง มีหลักของตัวเองในการดำเนินชีวิต การที่เราจะรับหลักการของใครซักคนมา บลูมองว่า มันเป็นเรื่องดีที่จะได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ไม่ใช่จมอยู่แค่กับหลักการของตัวเอง แล้วบอกตัวเองว่าสิ่งที่ฉันคิดถูกต้องที่สุด บางครั้งมุมมองของคนกวาดขยะ อาจทำให้นักวิชาการอึ้งไปเลยก็เป็นได้
สิ่งที่บลูอยากจะเพิ่มเติมให้ป๊าคือ สังคมทุกวันนี้เรียกได้ว่า เป็นสังคมของการเอาตัวรอด มนุษย์ทุกวันนี้มีชีวิตเพื่อเอาตัวรอด ทุกสิ่งที่เรากระทำเพื่อการเอาตัวรอดทั้งนั้น มันถึงไม่แปลกอย่างที่ป๊าบอกมา
แต่สิ่งหนึ่งที่บลูอยากจะบอกคือ ถ้าหากเราพยายามซ่อมแซมมัน มันก็จะกลับมาเสียอีก และทุกครั้งที่มันเสีย เราก็จะซ่อม เป็นวงจรอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ และก็ไม่มีวันจบสิ้น สิ่งที่จะทำได้คือ อย่าไปซ่อมมัน มองเข้าไปในมัน ในสิ่งนั้น มองว่าที่มันเสียเพราะอะไร จับมันให้ได้ แล้วกำจัดมันทิ้งไปซะ รับรองได้ว่า มันจะไม่มีวันกลับมาเสียได้อีก
สำหรับบทความที่ป๊าเขียน บลูดีใจที่ป๊าเป็นห่วงบลู และบลูอยากจะบอกป๊าว่า ทุกสิ่งที่บลูพูดและบลูทำให้ป๊า ก็เกิดมาจากความรู้สึกเดียวกันกับป๊า ที่ป๊าพยายามทำทุกสิ่งให้บลู มันมาจากความรู้สึกรัก และ เป็นห่วง อยากให้ป๊าเข้าใจแค่ว่า ลูกรักป๊ามาก และลูกก็รับรู้ได้ว่าป๊ารักลูกมากเช่นกัน และลูกของป๊าคนนี้ก็ไม่อยากให้อะไรมาขวางกันความรักระหว่างเรา มันจะเป็นความรักที่ เต็ม 100% บลูอยากให้ป๊าอนุญาติ ที่จะให้บลูได้รักป๊าอย่างเต็มที่ และบลูก็พร้อมที่จะให้ป๊ารักบลูได้อย่างเต็มที่เช่นกัน
รักป๊าน่ะค่ะ ^____^
ลูกบลู
สวัสดีครับพี่เหลียง
รักป๊าน่ะค่ะ ^____^
ลอยไหมครับ....กินอาหารไว้ให้เยอะๆนะครับ
ขอบคุณมากๆ นะครับผม
สวัสดียามเช้าค่ะ คุณสิทธิรักษ์
ดิฉันอ่านจดหมายน้องบลูแล้วชื่นใจจังค่ะ คุณสิทธิรักษ์กับคุณแม่น้องบลูโชคดีจัง ที่มีลูกสาวน่ารัก เป็นตัวของตัวเอง เปิดเผยและจริงใจอย่างนี้....
การบอกคนในครอบครัวให้เขารู้ว่าเรารักและผูกพันมากแค่ไหนนั้น สำหรับบางครอบครัวอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิต .....ซึ่งนั่นก็นานนัก......
ครึ่งชีวิตแรกสำหรับการเรียนรู้ว่าพ่อแม่รักลูกแค่ไหน ผ่านการแสดงออกที่ลูกๆต้องเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจ และบางครั้งก็อาจไม่เข้าใจ....ทั้งนี้ โดยไม่มีคำอธิบายจากพ่อแม่ ว่าที่ทำไปอย่างนั้นเพราะรัก และห่วงใยอย่างสุดซึ้ง
ครึ่งชีวิตหลังสำหรับการเรียนรู้ว่าทุกคนในครอบครัว รักกันมากแค่ไหน เพราะอาจถึงวันหนึ่งที่ลูกจะต้องจากบ้านไปแสนไกล ไปในที่ๆพ่อแม่ตามไปปกป้องดูแลไม่ได้ ได้แต่ส่งความรักความห่วงใยอย่างมหาศาลไปถึงลูก และตั้งตารอคอยวันที่ลูกจะกลับมา
และลูกก็จะเรียนรู้ว่าในโลกกว้างใบนี้ มีคนสองคนที่รักและห่วงใยเรามากที่สุด และความรักของคนสองคนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง (ไม่ว่าเขาจะแสดงออกในรูปแบบใด)
และแปลกนัก ที่ว่ากันว่าลูกๆจะรักพ่อแม่เท่าใด ก็ไม่มีวันเทียบเท่ากับที่พ่อแม่รักลูกได้เลย ดิฉันไม่มีวิธีพิสูจน์ความจริงข้อนี้ เพราะยังอยู่ในสถานภาพของลูกอยู่เสมอ : ) แต่สัมผัสได้จากความจริงในชีวิตทีเราเห็นอยู่ทุกวัน
ดิฉันก็รู้สึกเองโดยความเป็นลูกว่าคนสองคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิตคือพ่อกับแม่ เพียงแต่สิ่งที่เราทำให้พ่อกับแม่ คงเทียบกันไม่ได้กับสิ่งที่พ่อกับแม่ทำให้เรามาตลอดชีวิต
และถ้าให้ดิฉัน "เขียน" บอก ก็ออกจะง่ายกว่าให้ดิฉันวิ่งไป "บอก" พ่อกับแม่ตรงๆ ......พ่อกับแม่เราแท้ๆ ทำไมต้องเขินด้วยก็ไม่รู้...... : )
การรู้ว่า "รัก" นั้นสำคัญยิ่งนะคะ
และ "การบอกให้รู้ว่ารัก" นั้น ยิ่งสำคัญ
เพราะจะทำให้ทุกคนในครอบครัว "รับรู้" ได้ถึงความรักใคร่ผูกพันอย่างลึกซึ้งด้วยความรักที่แท้จริง และจะยิ่งทำให้เห็นคุณค่าของความรักนับเท่าทวีคูณ
น้องบลูบอกให้ป๊ารู้ว่าลูก "รัก"
......ได้อย่างน่ารักจังเลยนะคะ : )
ถึงลูกๆ
ป๊าเห็น จม. ลูกบลูถึงป๊า ดีใจมาก ที่บลูได้แสดงออกถึงความรู้สึกที่มีต่อป๊า
ก่อนอื่นป๊าอยากบอกถึงฐานความคิดของป๊าที่มีต่อลูกๆ ป๊ามีความระลึกเสมอว่า ป๊ามีภาระหน้าที่ที่จะต้องดูแลลูกๆตั้งแต่เล็กจนถึงโตใหญ่ ทั้งความรู้ ความเข้าใจ ความคิด รวมทั้งการอยู่ได้ในสังคมโลกใบนี้
ความรู้ เป็นอาวุธที่ดีต่อการดำรงค์ชีวิตในโลกใบนี้ แต่ปัจจูบันความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ การรู้จักใช้ความรู้ต่างหากที่เป็นเครื่องมืออย่างดีในการอยู่รอด
นั่นคือ คิดเป็น ทำเป็น หรือ วิธีคิด ที่ถูกต้อง
ป๊าดูแลลูกให้เติบโตได้ แต่ไม่สามารถดูแลถึงแก่ได้
ติดอาวุธความรู้ที่ถูกต้องได้เท่านั้นที่จะดำรงค์อยู่ได้ตลอดชีวิต
ป๊าไม่สามารถอ้างได้ว่าดูแลลูกๆได้อย่างดี อ้างว่าให้สิ่งที่ลูกๆต้องการได้ครบถ้วน อ้างว่าให้ความรู้แก่ลูกได้รอบด้าน แต่ป๊าสามารถยืดอก บอกได้ว่า ป๊ามีความรักต่อลูกๆเกิน ร้อย เปอร์เซนต์
ป๊า .
สวัสดีครับ คุณแอมป์ <table border="0" width="100%" class="plain"><tbody><tr class="plain">
</tr></tbody></table><p>เรื่องของพ่อกับลูกความผูกพันลึกซึ้ง พ่อไม่สามารถปฏิเสธความเป็นพ่อตราบใดที่ชีวิตยังมีอยู่</p><ul>
</ul><p>ถ้ามนุษย์หยาบง่ายอย่างนี้ สังคมคงไม่วุ่นวายอย่างที่เป็นอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างพัฒนาไป ถ้าพวกเราไม่สามารถที่จะผสมผสานไปกับมัน ความเป็นผู้คนที่จะสร้างความสมดุลย์ในสิ่งแวดล้อมทั้งปวงก็จะเป็นไปไม่ได้ และจะต้องตกอยู่ในห้วงของความล้มเหลวในที่สุด</p><p>ขอบคุณมากครับคุณแอมป์ที่มีความห่วงใย และให้ความเห็นไว้ </p><p>ขอบคุณมากๆครับ</p>
อ่านแล้วคิดถึงพ่อมากๆๆ น้ำตาซึมเลย พ่อต้าเดินทางไปสู่สถานที่ไกลแสนไกล เมื่อปีที่ผ่านมา ครบรอบ 1ปีพอดีค่ะ ขอให้รักกันทุกวัน ก่อนที่ไม่มีโอกาสบอกรักค่ะ