สวัสดียามเช้าค่ะ คุณสิทธิรักษ์

          ดิฉันอ่านจดหมายน้องบลูแล้วชื่นใจจังค่ะ คุณสิทธิรักษ์กับคุณแม่น้องบลูโชคดีจัง ที่มีลูกสาวน่ารัก  เป็นตัวของตัวเอง เปิดเผยและจริงใจอย่างนี้....

          การบอกคนในครอบครัวให้เขารู้ว่าเรารักและผูกพันมากแค่ไหนนั้น  สำหรับบางครอบครัวอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิต  .....ซึ่งนั่นก็นานนัก......

          ครึ่งชีวิตแรกสำหรับการเรียนรู้ว่าพ่อแม่รักลูกแค่ไหน   ผ่านการแสดงออกที่ลูกๆต้องเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจ  และบางครั้งก็อาจไม่เข้าใจ....ทั้งนี้ โดยไม่มีคำอธิบายจากพ่อแม่  ว่าที่ทำไปอย่างนั้นเพราะรัก  และห่วงใยอย่างสุดซึ้ง

          ครึ่งชีวิตหลังสำหรับการเรียนรู้ว่าทุกคนในครอบครัว รักกันมากแค่ไหน  เพราะอาจถึงวันหนึ่งที่ลูกจะต้องจากบ้านไปแสนไกล  ไปในที่ๆพ่อแม่ตามไปปกป้องดูแลไม่ได้  ได้แต่ส่งความรักความห่วงใยอย่างมหาศาลไปถึงลูก  และตั้งตารอคอยวันที่ลูกจะกลับมา

         และลูกก็จะเรียนรู้ว่าในโลกกว้างใบนี้  มีคนสองคนที่รักและห่วงใยเรามากที่สุด  และความรักของคนสองคนนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง  (ไม่ว่าเขาจะแสดงออกในรูปแบบใด)

        และแปลกนัก  ที่ว่ากันว่าลูกๆจะรักพ่อแม่เท่าใด ก็ไม่มีวันเทียบเท่ากับที่พ่อแม่รักลูกได้เลย      ดิฉันไม่มีวิธีพิสูจน์ความจริงข้อนี้  เพราะยังอยู่ในสถานภาพของลูกอยู่เสมอ  : )   แต่สัมผัสได้จากความจริงในชีวิตทีเราเห็นอยู่ทุกวัน

        ดิฉันก็รู้สึกเองโดยความเป็นลูกว่าคนสองคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิตคือพ่อกับแม่  เพียงแต่สิ่งที่เราทำให้พ่อกับแม่  คงเทียบกันไม่ได้กับสิ่งที่พ่อกับแม่ทำให้เรามาตลอดชีวิต

        และถ้าให้ดิฉัน "เขียน" บอก ก็ออกจะง่ายกว่าให้ดิฉันวิ่งไป "บอก" พ่อกับแม่ตรงๆ   ......พ่อกับแม่เราแท้ๆ  ทำไมต้องเขินด้วยก็ไม่รู้...... : )

                         การรู้ว่า "รัก" นั้นสำคัญยิ่งนะคะ  

                      และ    "การบอกให้รู้ว่ารัก"  นั้น ยิ่งสำคัญ

            เพราะจะทำให้ทุกคนในครอบครัว "รับรู้" ได้ถึงความรักใคร่ผูกพันอย่างลึกซึ้งด้วยความรักที่แท้จริง และจะยิ่งทำให้เห็นคุณค่าของความรักนับเท่าทวีคูณ

                            น้องบลูอกให้ป๊ารู้ว่าลูก "รัก"       

                        ......ได้อย่างน่ารักจังเลยนะคะ : )