จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา มีปัญหาผ่านเข้ามามากมาย และการแก้ปัญหาก็มีทั้งสำเร็จ และไม่สำเร็จ ผมลองวิเคราะห์ดูว่าระหว่างการแก้ปัญหาที่สำเร็จ กับการแก้ปัญหาที่ไม่สำเร็จ มีอะไรเป็นปัจจัยที่สำคัญ
ซึ่งผมก็พบว่าเกิดจาก "อัตตา" ของตัวผมเองครับ ในกรณีที่การแก้ปัญหาด้วย"อัตตา"ที่แรงกล้า ผลของการแก้ปัญหาก็จะมีแต่อุปสรรคขัดขวางนานัปการ ต้องเหนื่อยมากทั้งกายและใจ และส่วนใหญ่ก็จะไม่ประสบผลสำเร็จ หรือสำเร็จแต่ก็ไม่สมบูรณ์
ขณะเดียวกัน บางครั้งที่ผมลด "อัตตา" ลงมาบ้าง(แต่ยังคงมีอัตตาอยู่) การแก้ปัญหาก็มีอุปสรรคบ้าง แต่ไม่รุนแรง
และในกรณีที่ผมลด"อัตตา"ลงมาจนเกือบไม่มีเลย การแก้ปัญหาสะดวกราบรื่นไม่ติดขัด ผลออกมาเรียบร้อยสมบูรณ์ดี
จากหลักการดังกล่าว ผมก็เลยมาสรุปของผมเองว่า "อัตตา" ของคนเรา มีผลเสียอย่างมากต่อการแก้ปัญหา ซึ่งผมก็ทราบดีในหลักการดังกล่าว
แต่บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับสำหรับการลดอัตตา เพราะลักษณะของอัตตา ซึ่งขอเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าก็คือ "จิต" ของเรานี่เอง มีลักษณะพิเศษให้ระมัดระวังได้ยากครับ เพราะ
1.มีความว่องไวมาก ข้อนี้ระวังยากครับ คือกว่าจะรู้ตัว เจ้า"จิต" มันล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
2.มีความซุกซน คือ มันไม่อยู่นิ่งครับ ทั้งๆที่อยู่คนเดียวว่างๆ แต่เจ้าจิตมันไม่ว่างด้วย มันเตลิดไปเรื่อยเปื่อย และก็มักจะเตลิดไปในเรื่องที่ไม่ค่อยดีนัก
3. หลอกเก่ง ข้อนี้สำคัญครับ เจ้าจิต สามารถหลอกให้เราตายใจได้ ว่าที่เราคิด ที่เราพูด ที่เราทำนั้น ถูกต้องที่สุด ใครเห็นต่างจากเรา คนนั้นผิด
ที่นี้ก็มาพูดถึงวิธีการที่จะเอาชนะจิต ผมนึกถึงชื่อดาราคนหนึ่ง คุณภาวนา ชนะจิต
ภาวนา คือ การตรวจสอบจิตเราเองครับ ว่าขณะนี้จิตเป็นอย่างไร มี "มาร" มาอาศัยอยู่กี่ตัว ถ้าเจอ ก็ฆ่าซะ ถ้าฆ่าไม่ตายก็ให้เฝ้าดูไว้ อย่าให้ออกมาเพ่นพ่าน
ถ้าหามารเจอก็ดีไป แต่ถ้าหามารไม่เจอนี่อันตรายครับ ดีไม่ดี แทนที่จะปราบมาร กลับกลายเป็นถูกเจ้ามารมันปราบเอา
ซึ่งผมเองก็ถูกมารปราบอยู่หลายครั้งครับ.....
ขอบคุณครับ
น่าเลื่อมใสในความคิดที่ยอมรับว่าตัวเองมีอัตตา เพราะสิ่งนี้น่าจะแสดงถึงการลดอัตตาแล้วล่ะคะ จะทดลองนำมาปฏิบัติบ้างนะคะ คิดว่าคงไม่หวงกัน
เข้ามาเยี่ยมชมเป็นครั้งแรกสำหรับบล็อก small man รู้สึกว่าจะเอาธรรมะเข้าเป็นที่ตั้ง
ชนะอื่นหมื่นแสน ไม่แม้นเท่าชนะตัวเองนะครับ
ต่อสู้กับภายใน เพื่อเติบโตสู่ภายนอก เป็นมรรควิถีของผู้มีปัญญา
ยิ่งเรียนรู้ก็ยิ่งได้รู้ ยิ่งได้ปฏิบัติก็ชำนาญ
ตกผลึก แบ่งปัน เรียนรู้ ดีงาม
--------
ศรัทธาครับผม
--------
จตุพร วิศิฏษ์โชติอังกูร
ขอขอบคุณ ชาว HACC คุณ เศษหนึ่งส่วนสี่ของกลม และ คุณจตุพร เป็นอย่างสูงครับ ที่กรุณาเยี่ยมชม ให้กำลังใจ และ ให้ข้อคิดดีๆ ...
อ่านแล้วรู้สึกดีครับ ผมชอบ
ผมก็เป็นอีกคนที่มีความเป็นอัตตาสูง เวลาเขียนหนังสือก็ใช้ใช้มันอย่างหนักหน่วง ไม่อย่างนั้นงามมันก็จะออกมาแบบไม่เป็นปัจเจก
พูดง่ายๆ ว่าผมคงตัดการเป็นตังกู ของกู ไปไม่ได้เลย ทั้ง ๆ ที่อยากจะละทิ้งมันเสียให้ห่างไกล
เมื่อเวลาเกิดปัญหามักใช้ความคิดและประสบการณ์มาเป็นเครื่องตัดสิ้น เลยทำให้ผลที่ออกมาไปเคยพอใจหรือไม่สำเร็จสักที
ขอพระคุณที่กรุณแวะเวียนเข้าไปอ่านและแสดงความคิดเห้น หวังว่าโอกาสหน้าจะได้เจอกันบ่อยกว่านี้ครับ
จิตใจของคนเราถ้า ไม่สงบก็ต้องปล่อยวาง
ไม่ยึดถือเป็นตัวตน ใจก็จะนิ่งมีสมวธิ
เห็นจิตชัดเจนขึ้น ต้องนึกถึงการใช้เวลาให้มีค่า
โดยการใช้แบบการทำงาน ทำเพื่อหน้าที่ รับผิดชอบ
ก็จะเป็นการดึงจิตกลับมาเป็นสมาธิ ได้เหมือนกัน
ขอบคุณ
ขอขอบคุณคุณวาทิน ศานต์ สันติ มากครับ ที่กรุณาเข้ามาเยี่ยมเยียน ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน ผมศึกษาเอาเองจากการอ่านครับ อ่านแล้วลองนำมาปฏิบัติดู ก็พอจะได้ผลบ้างครับ คือ เมื่อก่อนผมเป็นคนใจร้อน มุทะลุ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่สนใจใคร ไม่ฟังใคร เวลามีปัญหา ก็คิดว่าตัวเองเก่ง เรื่องแค่นี้ แก้เองก็ได้ ไม่ต้องพึ่งใคร ผลที่ออกมา ไม่ค่อยดีเลยครับ เป็นอยู่หลายครั้ง เลยกลับมาทบทวนตัวเอง หยิบหนังสือธรรมะขึ้นมาอ่าน อ่านแล้วทดลองนำมาใช้ สงสัยก็ถามท่านผู้รู้ ก็ค่อยๆดีขึ้นมาบ้างครับ ค่อยใจเย็นขึ้นมาบ้าง เริ่มรับฟังคนอื่นบ้าง แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังมีอีกหลายอย่างครับ ที่ยังต้องปรับปรุง..ขอบคุณครับ