ค่าของมิตรภาพไม่มีค่าเป็นตัวเงิน

          เกียรติศักดิ์  ม่วงมิตร หรือที่ผู้เขียนเรียกเขาว่าน้องหนาน เราคุยกัยทักกันในบันทึกไม่กี่ครั้ง เขาไปอ่านบันทึกที่ผู้เขียน  เขียนเรื่องเดินป่าต้นน้ำพะโต๊ะ  เส้นทางหลักไก่ต่อ ถึงหลางตางเมื่อปี 2544 

      จากนั้นเขาก็บอกกับผู้เขียนว่า อยากมาเดินมาสัมผัสป่าภาคใต้ใต้ ทั้งยังขอร้องให้ผู้เขียน จัดทริป เดินป่า เดือน ตค.ปี2552 ผู้เขียนขึ้นไปร่วมเรียกร้องเงินค่าตอบแทนพิเศษ ร่วมกับ  สมาพันธ์ สมาลูกจ้างชั่วคราวที่ทางกระทรวงสาธารณสุข (ซึ่งพวกเราเรียกว่างบประมาณฝนตกไม่ทั่วฟ้า)ผู้เขียนไปกินไปนอนที่หน้าเสาธงหน้ากระทรวงสาธารณสุข

        หนานเกียรติรู้ข่าวว่าผู้เขียนขึ้นมากรุงเทพฯ ก็โทรมาหา และขับรถมารับผู้เขียนไปกินข้าว...และเราก็คุยกันเหมือนคนรู้จักกันแรมปี ในที่สุดเราก็ตกลงนัดเดินป่าในวันที่ 22พย. แต่พอถึงวันนัดหนานเกียรติก็โทรมายกเลิก บอกว่าต้องไปร่วมงานแต่งหลานที่ดอมูเซอ  ทั้งยังนัดหมายเป็นปลายเดือนพย.26 -29 พย.  ผู้เขียนนัดทีมงาน ชมรม"คนรักเขาเสียแล้ว"ไว้นำทางสามคน 

      แต่พอถึงเวลานัดปรากฎว่าธรรมชาติกลั่นแกล้ง เกิดน้ำป่าไหลหลากที่เทือกเขาบรรทัดมาลงที่น้ำตกสินธ์แพรทอง เพื่อนๆที่นัดไว้ขอยกเลิก บอกไม่อยากเสี่ยงภัย ผู้เขียนจึงหารือไปยัง เฮียบุญเลิศ ลูกพี่ใหญ่ของเรา บอกว่าพรรคพวกทีมงานจาก กทม. จะมาเดินป่า เฮียเลิศ จึงช่วยแก้ปัญหาบอกว่าจะนำทางเอง......

      ในการเดินป่าครั้งนั้นมีผู้เขียน หนานเกียรติ น้องเอกจตุพร และซากี้ อีกคนหนึ่งชื่อน้องเพื่อน นะไร พวกเรา ทั้งเจ็ดวัดใจเดินป่าหน้าฝน .....

      ออกจากป่าก็มานอนที่บ้านผู้เขียน ก่อนเดินทางกลับ หนานเกียรติกำเงินมาใส่มือผู้เขียน  พร้อมบอกว่าช่วยค่าใช้าจ่ายในครั้งนี้  ผู้เขียนไม่รับทั้งยังบอกว่า...."ค่าแห่งมิตรภาพมันไม่มีค่าเงิน" 

        จากนั้นมา เราก็ทำกิจกรรมร่วมกันหลายเรื่องที่ชัดเจนก็เรื่องการจัดค่ายเยาวชน สามสหายร่วมก่อการ G2K Camp  สองปี่กว่า มีงานมากมายที่ร่วมทำกันมา ล่าสุดในวันที่ 6-7 กรกฎาคมที่ผ่านมาค่ายเยาวชนที่อำเภอกะพ้อ หนานเกียรติ เกิดความคิดหลังกินข้าวเที่ยง จะมาทำกระบวนการให้กับ พยาบาล รุ่น   3000  คน กับรุ่นพี่ให้มีความสุขในการทำงานร่วมกัน ได้ตกลงหลักการกับหมอที่กะพ้อ พร้อมทั้งหาวันว่างนัดแนะชวนผู้เขียนไว้ล่วงหน้า........

           18 กรกฎาคม หนานเกียรติมาเกิดอุบัติเหตุจากไปอย่างกระทันหัน ทำให้พรรคพวกเพื่อนฝูงช็อคกับเหตุการที่เกิดขึ้นไปตามๆกัน ผู้เขียนได้รับการแจ้งข่าวจากน้องมะปรางแห่งG2K ผู้เขียนบอกกับน้องมะปรางว่าจะเดินทางขึ้นไปคารวะศพในวันที่ 19  พร้อมทั้งแจ้งข่าวให้ทางโรงพยาบาลกะพ้อและโรงพยาบาลรามัญทราบข่าว .......

          เมื่อน้องพยาบาล และลูกศิษย์อาจารย์หนานเกียรติทราบข่าวก็จะขอเดินทางขึ้นไปด้วย และขอให้ผู้เขียนร่วมเดินทางไปด้วยกัน......

          เป็นอันว่าพวกเรานัดเดินทางในวันที่ 20 กรกฎาคมรถออกจากโรงพยาบาลกะพ้อ เวลา 16นาฬิกา ผู้เขียนก็บอกจะมารอที่ห้างโลตัสพัทลุงทางผ่าน  เนื่องด้วยว่า ผู้เขียนมีประชุมเรื่อง"การคัดเลือกผู้แทนองค์กรสวัสดิการชุมชนเป็นกรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม"จังหวัดพัทลุง   เมื่อได้ใช้สิทธิเลือกตั้งและได้กรรมการตามที่ต้องการแล้ว ผู้เขียนจึงมารอตามที่ได้นัดหมายกัน ....

          ณ.โลตัสพัทลุงน้องจาก รพ.กะพ้อโทรมาบอกว่ารถพร้อมแล้วแต่ต้องรอ นาย ลิโพ หนุ่มเยาวชนผู้ไม่ยอมถอดแว่นที่กำลังลงมาจากเขา บูโด ผู้เขียนจึงฉวยโอกาสรอโดยการเข้าร้านหนังสือ.....

         นานแล้วที่ไม่ได้เข้าไปในร้านหนังสือ  ทั้งๆที่ร้านหนังสือเป็นสิ่งที่ผู้เขียนมีความเพลิดเพลินในการเลือกดูหนังสือ  ครั้งนี้ถือเป็นโชคดีที่ได้ใช้เวลารอคอยด้วยการดูหนังสือ  หนังสือออกใหม่หลายเล่มที่หยิบมาพลิกมาดูแล้ววางไม่ลง  

 

>"อลังการ อังคาร กัลยาณพงศ์"มหากวี นครศรีธรรมราช 

 

>"อำลาดญ.ต้นข้าว ยอดระบำ หญ้าน้ำ  ทุ่งขุนหลวง นักเขียนคนบ้านเดียวกับกับผู้เขียน  สุวิชานนท์ รัตนภิมล หรือ อีกนามหญ้าน้ำ  ทุ่งขุนหลวง

 

>"ช่อการะเกด  ปี 51 - 54 สิงห์สนามหลวง  สุชาติ สวัสศรี เคยร่วมไปฟังการเสวนาที่กรุงชิง นครศรีฯ 

 

>สองแขนที่กอดโลก นักเขียน ซีไรท์ วินทร์ เลียวรินทร์ 

 

>คลื่น ของ วิชาญ อัยรักษ์หรือ พิงกัน ปันหยี คนบ้านเกิดเดียวกัน พังงาบ้านฉัน 

 

>สายน้ำและทางช้าง ของอาจารย์ เสกสรรค์ ปรัเสริฐกุล เคยหลงไหล ทางทากและสายน้ำเชี่ยว ทำให้ผู้เขียนเดินทางตามรอยไปถึงป่าต้นน้ำพะโต๊ะ

 

>สำเนียงของกาลเวลา ผาด พาสิกรณ์ ซีไรทือีกที่เคยติดใจผลงาน 

 

>ล้อมงวคุย และบริการรับนวดหน้า ของชาติ ก็ออกใหม่ ที่ยังไม่ได้อ่าน 

 

>สองกวีจากเชียงใหม่ ไพทูรย์ พรหมวิจิต"ฉันรักเธอ  กวีนิพนธ์  และแสงดาว ศรัทธามั่น เคยพบท่านในงานนักเขียนที่สถาบันทักษิณคดีศึกษา อาจารย์ จรูญ  หยูทอง  รูณ ระโนด ชวนให้ไปร่วมงานในครั้งนั้นเมื่อหลายปีผ่าน 

 

สุดท้ายที่อยากได้เก็บไว้เป็นหนังสือขึ้นหิ้งคือหนังสือของ กลุ่ม นาคร ที่แต่ละเล่ม ราคาหลายบาท

          ทั้งหมดที่กล่าวเล่ามาเพียงพลิกอ่านไม่ได้ซื้อไว้ ด้วยเหตุผลว่าในการเดินทางทุกครั้ง ผู้เขียนจะพกเงินสดติดตัวไม่เคยใช้บัตรและกดบัตรไม่เป็นด้วย จึงต้องวางแผนการใช้เงินและครั้งนี้เดินทางไกลไปหลายวัน จึงต้องอดใจทั้งที่อยากได้ ไม่ยอมซื้อสักเล่ม 

         สี่ชั่วโมงที่ยืนอ่านหนังสือในร้านรอ ทีมงานจากกะพ้อ  ด้วยความเกรงใจเมื่อได้รับโทรศัพท์จากน้องว่ามาถึงสี่แยกเอเซีย พัทลุงแล้ว จึงตัดสินใจ ซื้อพิมเสนน้ำหนึ่งขวด  

        สี่ชั่วโมงที่รอคอยทำให้ผู้เขียนได้รับรู้ความเคลื่อนไหวในแวดวงวรรณกรรมที่สมัยหนึ่งเคยหลงไหลนักเขียนถึงกับติดตามไปในหลายที่หลายแห่งที่และงานวันนักเขียนก็แวะเวียนไปชื่นชม   มีการจัดนัดชุมนุมรางวัลช่อการเกด ก็มักไม่พลาด

    ขอบคุณน้องจาก โรงพยาบาลกะพ้อ ที่ทำให้ได้ไปพบปะนักเขียน ใช้ชีวิตให้ช้าลงสักนิด เพิ่มรสชาดของชีวิตให้สวยงามสามทุ่มครึ่งออกจากพัทลุงมุ่งหน้าไปวัดน้ำหักที่พักร่างของน้องชาย.....นายเกียรติศักดิ์  ม่วงมิตร