วันที่ธงมหาชีวาลัย
โบกสะบัด
วันนี้บรรยากาศสุดแสนจะวิเศษ สายลมเย็นพัดมาโบกสะบัดธงที่ปักเรียงรายหน้าถนน มหาชีวาลัยเปิดแอร์ธรรมชาติพร้อมๆกับฉายแสงแดดอุ่นให้มาไล้อาบผิวสาวให้ผุดผ่อง ในวันเวลาที่วิศวกรสังคมชาวปูนซีเมนต์ไทยระดมสรรพกำลังยกพลขึ้นบกเพื่อเปิดบ้านหกเหลี่ยม ท่ามกลางเครือข่ายมหาชีวาลัยอีสานมาร่วมแสดงความยินดีคับคั่งครบเครื่อง เอาไหนเอาด้วยช่วยกันคนไม้ละมือ เป็นการถอดเอามิติทางสังคมออกมาอธิบายให้เห็นว่า พลังชุมชนนั้นถ้าหลอมรวมกันเข้า จะเป็นพลังแห่งความหวังที่ยากใครจะเมิน เพราะหลักการทำงานเชิงบูรณาการ ตั้งบนฐานการทำงานแบบอิงระบบของมหาชีวาลัยอีสาน พิสูจน์ได้ในงานนี้ ว่าแต่ละแขนงไผ่ที่มารวมกอกันนั้น มาจากที่ใดบ้าง
1. บุคลากรมหาชีวาลัยอีสาน
2. ผู้บริหาร และตัวแทนสมาชิกวิศวกรสังคมปูนซีเมนต์ไทย 6 รุ่น
3. คณาจารย์ คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
4. พันธมิตรวิชาการ
5. เครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียง จากกลุ่มอโศก
6. ผู้บริหารสถานศึกษา 60 โรงเรียนในเขตพื้นที่ที่4 จังหวัดบุรีรัมย์
7. อาจารย์ นักเรียน วปช. โรงเรียนสตึก
8. ครู นักเรียนโรงเรียนเม็กดำ
9. ผู้นำชุมชนที่แวดล้อมมหาชีวาลัยอีสาน
10.ญาติชาวบล็อก คุณหนิง คุณแม่
11.พระสงฆ์วัดป่าสนามชัย
12.สมาชิก KM.
13.นักวิจัยชาวออสเตรเลีย
14.เทศบาลตำบลสตึก
15.อบต.สนามชัย
16.ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวสนามชัย
17. สหายเก่าจากนครพนม
ย่ำรุ่งเช้าช่วงไก่โอกตีปีกพับๆครั้งแรก กลุ่มแม่ครัวเริ่มควงตะหลิวกันแล้ว ก่อนที่จะฟ้าสางรถบรรทุกน้ำจากเทศบางตำบลสตึกกรุณาเอาน้ำมารถถนนกันฝุ่นฟุ้ง 6 โมงเช้าหนูๆชั้นป.6 โรงเรียนบ้านเม็กดำพร้อมคุณครูมาถึงคณะแรก ก่อไฟผิงลมช่วยกระพือเพลิงให้พวยพุ่ง เด็กๆล้อมวงอิงไออุ่นจากกองไป หลังจากนั้นคณะต่างๆทยอยมาที่บ้าน 6 เหลี่ยม เด็กๆปวช.โรงเรียนสตึก แต่งตัวเรียบร้อยขอมาศึกษาดูงาน เข้าแถวยืนสงบเสงี่ยมรอร่วมพิธีเปิดอาคาร มีอาจารย์อุทัย อันพิมพ์ คุ้ยบรรยากาศให้ครึกครื้น ท่ามกลางสายลมเย็นสบายๆไล้แดดอุ่น พวกเราจับกลุ่มคุยกันรอเวลาทำพิธี
หลวงพ่อวัดป่าบ้านสนามชัยมาถึง เรานิมนต์ท่านขึ้นไปบนบ้าน เสียงสวดมนต์สะท้อนก้องออกทางหน้าต่าง หลังจากนั้นพวกเราร่วมกันตักบาตร เป็นพิธีสงฆ์ที่เติมความสว่างไสวจิตใจในวันเปิด”อาคารเครือซีเมนต์ไทยเพื่อชุมชน”พวกเราเข้าแถวตักบาตรในบรรยากาศที่เปี่ยมสุข
พิธีกรส่งเสียงเจื้อยแจ้ว บอกว่าถึงเวลาทำพิธีรับมอบอาคารแล้วนะพวกเรา อาจารย์พันดา เลิศปัญญา กราบเรียนเชิญ นายวีระพงษ์ เพชรนารี รักษาการแทนผู้จัดการบริษัท SCI แพลนเซอร์วิท เซส เป็นผู้กล่าวมอบอาคาร ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน คณบดีบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นผู้รับมอบ เพื่อใช้เป็นสำนักงานพัฒนาบริหารศาสตร์ และที่ทำการศูนย์ไอซีที.ชุมชนบุรีรัมย์ เมื่อร่วมกันชักป้ายปรบมือแสดงความยินดีกันแล้ว น.ส.ปรียานุช สุขล้อม ศิษย์รักอาจารย์สำเนียง ประยุทธเต รำอวยพรออกมาด้วยความอ่อนช้อยสวยงาม ต่อด้วยเด็กนักเรียนโรงเรียนเม็กดำ ร่วมกันร้องเพลงประสานเสียง..ยินดีที่มีวันนี้ สะกดผู้ฟังเงียบสงบไปตามๆกัน หลังจากนั้นประธานร่วมกันปลูกต้นกันเกรา
เราย้ายมาที่หน้าอาคารหลังใหญ่เพื่อรับประทานอาหารเช้า มีอาหารเรียงล่ายซ่ายให้เลิกชิม ขนมจีน แกงเขียวหวาน ลาบสุกรป่า สลัดรสเด็ดที่จากอภินันทนาการของอาจารย์วันชัย แสวงชัย ส้มตำ ฯลฯ อิ่มอร่อยกันทั่วหน้า
ทุกคณะที่มาร่วมแสดงความยินดีนั่งรวมกันที่เวทีร่มไผ่ เพื่อรับฟัง อาจารย์ใหญ่ของชาวบูรณาการศาสตร์ปาฐกถา โดย ศ.ดร.อภิชัย พันธเสนเรื่อง“บูรณาการศาสตร์:ศาสตร์เพื่อการศึกษายุคเศรษฐกิจพอเพียง” ต่อด้วย ดร.แสวง รวยสูงเนิน สนทนา กับ ดร.ศักดิ์พงศ์ หอมหวน เรื่อง “แนวทางบริหารการศึกษายุคใหม่” หลังจากนั้น ดร.วนิดา กำเนิดเพชร ร่วมกับ คุณสมพิศ ไม้เรียง นักวิชาการกรมปศุสัตว์ และกรมวิชาการเกษตร ตามลำดับ ขึ้นเวทีเล่าให้ฟังถึงวิธีทำงานอิงระบบของนักวิจัย/วิชาการ ดินติดเท้า เป็นแง่คิดที่สะท้อนทางออกให้กับข้าราชการที่อกกลัดหนองได้แสวงหาแนวทางนี้ ไปดำเนินกิจกรรมทางวิชาการให้มีชีวิตชีวา
จบรายการอาหารหูอาหารตา มีเสียงแนะนำอาหารกลางวันกันอีกรอบ แขกต่างช่วยเหลือตนเองตักอาหารไปชิมกันใต้ร่มไผ่ ในระหว่างที่เราจับกลุ่มคุยกันกระหนุงกะะหนิง อาจารย์หนิงพร้อมคุณแม่เข้ามาร่วมเติมความดีใจให้ทวีคูณขึ้นไปอีก ผมละอยากให้ชาวบล็อกมาเห็นกับตาจังเล๊ย!! ถึงจะเป็นครั้งแรกแต่ก็เห็นหน้ากันในบล็อก ส่งความรักความปรารถดีให้กันทุกค่ำคืนดึกดื่น จึงไม่ยากที่สะพานไมตรีจะเชื่อมต่อกันอย่างชื่นมื่น ผมนั้นดีใจยังกะญาติที่รักที่อยู่ไกลแสนไกลเดินทางมาเยี่ยมยาม ถึงจะมีเวลาคุยกันน้อยมาก แต่เราก็สื่อสารกันได้ด้วยสายตาและสายใยแห่งความดี มันเป็นมิติที่แสนวิเศษ ที่คนดีมาเจอความดีในวาระที่เรามีกิจกรรมดีๆ ก่อนกลับอาจารย์ยังบอกว่า..วันหลังจะยกทีมมาอีก แสดงว่าเรื่องนี้มาภาค 2 เสียแล้วละครับ
พวกเราเหนื่อยล้าจากการเตรียมงานกันอย่างมาก แต่เมื่องานลุล่วงราบรื่นไปด้วยความประทับใจ ในฐานะเจ้าภาพขอขอบคุณน้ำใจไมตรีที่ได้รับจากทุกคณะ ครูบาอาจารย์จากทุกสำนัก หนูๆชาวเม็กดำ ที่มาลุยงานสำคัญๆจนลุล่วงทันเวลา ญาติจากทุกเครือข่าย ถ้าเราไม่ปฏิบัติด้วยการเป็นหุ้นส่วนเพื่อสังคมอย่างในวันนี้ ก็ยากที่จะอธิบายได้ว่าเราเดินไปยืนอยู่จุดไหนของกระบวนการจัดการความรู้ วันนี้เดินแล้ว ยืนแล้ว พูดและยิ้มแล้ว เหลือเพียงอย่างเดียว ยังไม่ได้นอน ขออนุญาต ลาไปคร๊อกฟี่ คร๊อกฟี่ ก่อนนะครับ พรุ่งนี้มีเวลาจะมาเล่าภาค 2 ต่อครับผม.
ครูบาคะ
กราบสวัสดีครูบาที่เคารพค่ะ
ตอบ อ. paew
ไม่เคยลืม กำลังใจ ขอมอบให้เช่นกัน วันอังคารคงได้รับความปลื้มใจอย่างคนอื่นบ้าง สโมสรคนดีจะต้องเติบโตดีต่อไป ใช่ไหมครับอาจารย์
อ.หนิง จะพาหลานๆมาวันไหน ก็รีบมา จะพาไปชมดอกชะมวง กำลังบานบ้างร่วงพรูบ้าง เสียดายวันนี้ยุ่งไปหน่อย อยากจะคุยด้วยมากกว่านี้ แต่ก็ดีใจนะที่ลุยมาเยี่ยม คุณแม่เหนื่อยมากไหม มหาชีวาลัยก็ยุ่งอย่างที่เห็น สนุก แต่ก็เหนื่อย นี่ขนาดคนอื่นทำกันจนหัวหมุน ผมนะไม่ค่อยได้ทำอะไรหรอก คอยเติมกำลังใจให้คนทำงาน เดินถามว่า..เหนื่อยไหม ๆๆ หน้าที่มีเท่านี้จริงๆๆ
คุณพ่อครูบาขา....
อรุณสวัสดิ์ค่ะ ครูบา
ด้วยความเคารพคะ
ดีใจที่มีวันนี้... ดีใจที่มีพอเพียง... ดีใจที่มีเธอข้างเคียง... ทุกอย่างเป็นดังฝัน... พอใจที่อยู่ตรงนี้... มีรักและความผูกพัน... รอยยิ้มที่เรามีทุกวัน... คือรางวัลของขวัญจากฟ้า ...
ฟังเพลงนี้อีกครั้ง ... ขออนุญาติยิ้มทั้งน้ำตา... ถ้าได้ฟังจากเสียงเด็กๆ สงสัยร้องไห้โฮ...
โฮๆๆ ฮือๆๆ
บ่อน้ำตาตื้น…แฮะๆ ฝากบอกว่าแม่หวีอย่างไม่สุภาพว่า…โค…ตะ…ระ คิดถึง (ใครไม่รู้นึกว่าภาษามะนาวต่างดุ๊ด)
ทำไมไม่จับยีราฟ(น้องออย) มารำมั่ง... ฝากบอกตอนนี้พี่หนูรำ...มวยจีนทุกวัน
ถ้าขืนให้ลูกสาวรำ คนอื่นจะมีส่วนร่วมตรงไหน ควรกระจายความสำคัญไปยังคนอื่นให้มากๆ หนูปรียานุชก็รำได้สวยงามมาก คงต้องหาโอกาสให้แสดงอีก
ส่งข่าวถึงชาวบูรณาการศาสตร์
พรุ่งนี้มีประชุมกลุ่ม
เป็ดย่างไม่ต้อง จะเสียเวลารอ
อ.หนิง นี่ สงสัยจะเป็นแม่ชีเทราซ่าเมืองไทย
ถ้าจะมาเดือนมีนาคม ควรกำหนดวันได้แล้ว เกรงว่าจะไปชนกับคณะอื่น ไม่อยากให้ปนเปใคร ขอยกให้เป็นวันเวลาของชาวบูรณาการศาสตร์ล้วนๆ
เดือนมีนาคม อากาศอาจจะร้อนไปบ้าง แต่ช่วงเช้าๆ กลางคืนก็ยังเย็นๆพอไหว บางทีก็อาศัยพัดลมบ้าง
เราจะจัดวันชาวบล็อกกันดีไหม?
อ.ขจิต ตอนเด็กๆเคยจับยีราฟรำเหมือนกัน
พอเข้าวัยนี้ก็เฮไปตามเพื่อน แกเรียนนอกระบบมาแต่เล็ก พอไปเข้าระบบถูกเพื่อนชวน และเจ้าตัวเองก็ย่อยเสียเมื่อไหร่ เป็นหัวโจกเชียวแหละ ดื้อเงียบ น่ากลัวกว่าดื้อโฉ่งฉ่างเสียอีก จบ ม.3 แล้ว คงต้องให้ออกมาเรียนนอกระบบอีกครั้งหนึ่ง ไม่งั้นไปป่วนห้องเรียนเขาวุ่นวายมากกว่า
ผมจะลองให้เขาเรียนกับครูเครื่องพร้อมกับเรียนอาชีพโดยตรง เรียกว่า "เรียนวิชาสร้างงาน" จะได้ไม่ต้องไปหางานทำ ชอบอาชีพอะไรก็เรียนสายตรงให้เก่งพอหากินได้ ก็น่าจะตรงไปตรงมามากกว่าที่จะเรียนอ้อมค้อม ว่าจะลองดู นะครับ
เรียนอ้อมค้อม ... ฮู้ ... ดีแฮะคำนี้ สมัยก่อน พวกหนูบอกว่าเรียนจับฉ่าย... ปูกันเข้าไปประมาณว่าถ้าได้ PhD ทุกคนคงจะดี
วันชาวบล็อก... น่าสนใจจ้า
อย่าว่าอาไรน้า... เล่าเรื่องน้องออยให้รู้บ้างน้าค้า