ในปี 2545 ทางฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ให้ทุนวิจัยสำหรับแพทย์ประจำบ้านของแต่ละภาควิชา ไปทั้งหมด 21 ทุน (เป็นเงิน 7 แสนกว่าบาท) คิดเป็น 17% ของเงินทุนคณะฯ และจำนวนทุนเพิ่มขึ้นเป็น 21% และ 38% ในปี 2546 และ 2547 ตามลำดับ
การติดตามผลการดำเนินการภายหลังได้รับทุนไปแล้ว 3 ปี พบว่า ในจำนวนงานวิจัยที่ทำแล้วเสร็จแต่ไม่ตีพิมพ์เป็นงานวิจัยของแพทย์ประจำบ้านเป็นส่วนใหญ่ (75%)
โดยที่หลายภาควิชาไม่มีการตีพิมพ์เลย แต่บางภาคฯ กลับมีการตีพิมพ์อยู่ในระดับที่น่าพอใจ 
แม้ว่าจะใช้เวลานานซักหน่อย กว่าจะเห็นผล
จึงได้เชิญหัวหน้าภาควิชา หรือตัวแทน ที่เกี่ยวข้อง 12 ภาควิชา มาร่วมหารือในการใช้ KM เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ซึ่งได้จัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 12 ม.ค. 50 มีภาควิชาที่เข้าร่ามกิจกรรมทั้งหมด 10 ภาค คือ ศัลยฯ สูติ-นรีเวชฯ กุมการฯ ออร์โธฯ จักษุ หูคอจมูก วิสัญญีฯ เวชศาสตร์ฟื้นฟู รังสี และ เวชศาสตร์ชุมชน ขาดไป 2 ภาคฯ คือ อายุรศาสตร์ และจิตเวช</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
ตัวแทนจากภาควิชาต่างๆ
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในการประชุมครั้งแรกได้ขอให้ทางภาค สูติ-นรีเวชฯ ซึ่งมีผลงานตีพิมพ์ที่โดดเด่น ได้นำเสนอว่าทางภาควิชาฯ ดำเนินการอย่างไรบ้าง</p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อ.สุพัชญ์ และ อ. วรลักษณ์ จากภาคสูติฯ
</p>จากนั้นมีการแลกเปลี่ยนความเห็นภาควิชาต่างๆ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในการประชุมครั้งแรกนี้ท่านรองฝ่ายวิจัยเป็นประธาน โดยให้ผมเป็นผู้ประสานงานของ CoP นี้ และมีคุณสรินธร รับหน้าที่เป็นเลขากลุ่ม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">
รองคณบดีฝ่ายวิจัย..... สนับสนุนเต็มที่ครับ...
</p><p>ผลการประชุมในครั้งผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะดำเนินกิจกรรมนี้ต่อไป จะนัดประชุมครั้งต่อไปในเดือนมีนาคม ทั้งนี้แต่ละภาควิชาจะ update ข้อมูลการวิจัยของแพทย์ประจำบ้านในแต่ละปีมาด้วย
สรุปความเห็นของภาควิชาต่างๆ จากที่ประชุม จะบันทึกไว้ในความเห็นใน web ของคณะแพทย์ต่อไป</p><p>Link ไป Web KM คณะแพทยศาสตร์ มข. ที่นี่
</p>
ดิฉันเห็นงานนี้แล้ว…อดปลื้มใจกับฝ่ายวิจัย คณะแพทย์ ม.ข.ด้วยไม่ได้ค่ะ…อ.หมอสมบูรณ์มีความสามารถ..ทำคุณภาพ KM ได้ทุกที่…อยู่แล้ว…ฝีมือ…ขอให้ประสบความสำเร็จค่ะ
ชมน้อยเกินไปละไม่ว่า..ค่ะ..
อาจารย์ครับ ที่รามาก็เจอปัญหาคล้ายๆ กันครับตามความคิดเห็นของผมนะครับ ประเด็นคือ1. dent ไม่รู้ว่าจะส่งตีพิมพ์ไปทำไม ยุ่งยาก เสียเวลา และไม่ได้ benefit จากผลงาน มองไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไรต่อตัวเขาถ้าได้ตีพิมพ์แก้ : ให้เด้นท์ทำผลงานตั้งแต่ขึ้นปี 2 เสร็จก่อนขึ้นปี 3 ให้เวลาส่งเรื่องลง 1 ปี ถ้าเรื่องไม่ได้ลงถือว่าไม่ผ่านcomment : อันนี้โหดครับ อาจารย์ในภาควิชาหลายท่าน comment ว่าจุดประสงค์หลักของการ training คือต้องการให้เขาเป็นแพทย์ที่ดีมี skill และ attitude ในการดูแลรักษาคนไข้ การมีความรู้และทักษะในการวิจัยเพิ่มเติมเป็นสิ่งที่ดี และถ้าไปเน้นมาก ก็จะทำให้เด้นท์กังวลกับเรื่องนี้ จนเวลาที่จะดูคนไข้ หาประสบการณ์จากคนไข้ลดน้อยลง2. ผลงานของ dent ไม่ใช่ผลงานทางวิชาการของอาจารย์ในคณะ อันนี้ผมว่าก็คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมคิดว่าที่สำคัญคือ สิ่งที่ทำนั้นเป็นการต่อยอดหรือสั่งสมความรู้ไหม ไหม หรือเป็นสิ่งที่ dent ทำไปครั้งเดียวแล้วก็เลิก หากคิดในแง่ benefit ของคณะ ผมคิดว่าควรจะให้ทุนต่อเมื่อผลงานของ dent นั้นอยู่ในโครงการที่อาจารย์ในภาควิชาทำอยู่ เป็นไปในทำนองผู้ช่วยอาจารย์เรียนรู้จากอาจารย์ โดยอาจารย์คนหนึ่งอาจมี dent ที่สนใจมาเข้าร่วม 4-5 คนก็ได้ แต่เมื่อได้ทุน อาจารย์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการกระตุ้นใน dent ตีพิมพ์ผลงานย่อย หาก dent ไม่ทำจริงๆ ข้อมูลนั้นจะต้องมีปรากฏในผลงานใหญ่ของอาจารย์ที่ขอทุนสนับสนุนโครงการผมคิดว่าประเด็นคือเราไม่ได้คาดหวังให้ dent เป็นนักวิจัยครับ แต่เราต้องการให้เขาเรียนรู้กระบวนการการวิจัย ซึ่งคนที่สนใจก็อาจต่อยอดหลังจบได้ ผลงานของ dent ถ้าเขาทำด้วยตัวเขาเองทั้งหมด ก็ไม่ใช่ผลงานการวิจัยของอาจารย์ในคณะ (ยกเว้นเป็น
โครงการใหญ่ของอาจารย์ที่ dent เป็นผู้ทำตาม idea ของอาจารย์แบ่งให้ไปทำ) ถ้าป็นงานวิจัยของ dent ล้วนๆ การดู outcome ด้วยผลงานที่ได้ตีพิมพ์ผมมองว่าอาจไม่ตรงกับเป้าหมายของการเพิ่มปริมาณ publication paper เพราะไม่อาจนับได้ว่าเป็นผลงานของ staff การให้ทุนจำนวนมากเพื่อหวังให้เขาเรียนรู้กระบวนการวิจัยนั้นผมคิดว่าอาจต้องมา weight กับการสงวนทรัพยากรมาสำหรับโครงการที่มี potential จริงๆ หรือเป็นไปเพื่อสนับสนุนให้อาจารย์สามารถสร้างผลงานโดยมี dent เป็นผู้ช่วย <p>อาจยาวไปนิดนะครับอาจารย์ เพราะเป็นสิ่งที่ผมคำนึงหลังได้เข้าประชุมอนุกรรมการเรื่องนี้</p>
ขอโทษด้วยครับที่ย่อหน้าหายหมดทำให้อ่านยาก เพราะก็อปปี้มาจาก word (เคยเขียนยาวๆ อย่างนี้บนเว็บแล้ว upload ปรากฎว่าเว็บ disconnect หายหมดเลย ต้องพิมพ์ใหม่)
ความจริงน่าจะมีให้คนเขียนแก้ไขหลัง post ได้นะครับ
อ. มาโนช ครับ
ปล. พิมพ์ใน word ดีแล้วครับ แต่การจัดวรรคตอน การเน้นคำ เพิ่มสี ก็สามารถทำได้เพื่อให้อ่านได้ง่ายครับ
ผมขอสรุปประเด็นที่ อ.สุพัชญ์ และ อ.วรลักษณ์ จากภาคสูติฯ ได้นำเสนอเรื่องการสนับสนุนระดับภาควิชา ซึ่งมีหลายอย่าง เช่น
แสดงว่าปัญหาการตีพิมพ์เป็นสิ่งที่พบเห็นอยู่ในทุก ๆ ที่ เช่นกันคะ ที่คณะวิทยาศาสตร์ จำนวนผลงานวิจัย มีเยอะ และเป็นอาจารย์ที่ active วิจัย มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อนับเฉพาะจำนวนผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ยิ่งนับเฉพาะตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติด้วยแล้ว สัดส่วนยังไม่ถึง 0.5 งานวิจัยหลาย ๆ เรื่อง ตีพิมพ์เฉพาะในวารสารในประเทศ ถ้าได้มีการชี้แนะ หรือหาแนวทางที่เหมาะสมให้ วิจัยหลาย ๆ เรื่องสามารถส่งตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติได้
ผลการหารือในวันนั้น เป็นอย่างไร ถ้าไม่เป็นความลับอย่าลืมนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะคะ อยากทราบเหมือนกันว่าแนวทางของวิทยาศาสตร์สุขภาพ กับ วิทยาศาสตร์กายภาพ จะสามารถนำไปปรับใช้ด้วยกันได้หรือไม่
ขอบคุณค่ะ