แต่ตรงกันข้าม...มีสังคมฟอนเฟะมากมายที่นิยมและยกย่อง คนที่มีนิสัยประจบสอพลอ แล้วมักจะได้ดีเสียด้วย คนทำดี ทำแทบตาย มักจะไม่ได้ความดีตอบแทน
ทำดี...แต่อย่าเด่น...จะเป็นภัย
ไม่มีใคร...เห็นเราดีและเด่นเกิน
คำพูดแบบนี้มักจะได้ยินบ่อยๆในสังคมของคนทำงาน  และในวัยของคนกลางคนที่กำลังสร้างฐานะ  ที่มีอัตราการแข่งขันกันสูง 
สมาชิกทุกคนจะแข่งขันกันทำงาน  ชิงไหวพริบเพื่อให้ได้ผลงานที่ดี  นำเสนอให้เห็นถึงความสามารถและผลดีต่อองค์กร 
นั่นหมายถึงสังคมนั้นเป็นสังคมแห่งการทำงานที่โชว์กึ๋น  หรือคุณภาพในการทำงาน  
แต่ตรงกันข้าม...มีสังคมฟอนเฟะมากมายที่นิยมและยกย่อง  คนที่มีนิสัยประจบสอพลอ   แล้วมักจะได้ดีเสียด้วย  คนทำดี   ทำแทบตาย  มักจะไม่ได้ความดีตอบแทน 
จนกลายเป็น....ทำดี  .....แต่อย่าเด่น.....จะเป็นภัย  คนที่ทำดีไม่ได้  ก็มักจะไม่อยู่เฉย   มักจะมีสายตาแห่งความอิจฉา 
สังคมนี้ก็แปลก 
ครูอ้อยสังเกตมาชั่วชีวิตของครูอ้อยว่า 
คนถาม..."  นี่เธอ.อ้อย..ลูกสาวแต่งงาน  เรียกค่าสินสอดทองหมั้น..เท่าไรล่ะ "  
พอครูอ้อยตอบตามความเป็นจริง  จะมีเสียงตอบตามมาว่า....." แหม...อิจฉาจัง "   
และยังมีอีกคนหนึ่งถามรูปคำถามนี้เหมือนกัน..
คนที่สองตอบว่า...."  ยินดีด้วยนะอ้อย "
..เชื่อไหมคะว่า...คนที่ตอบว่า..อิจฉาจัง...กลับเป็นเพื่อนที่ดีของครูอ้อย  
ตรงกันข้าม  เพื่อนที่ตอบว่า... " ยินดีด้วยนะคะ "  กลับกลายเป็นคนที่ว่าร้ายให้ครูอ้อยบ่อยๆ 
สมเพช...หนักกว่า..เวทนา  ครูอ้อยจึงสรุปว่า..." ยินดีให้ คนมาอิจฉา ดีกว่าให้เขามาสมเพช "
 It is better to be envied than pitied.
-ถูกมองอย่างอิจฉา ดีกว่าถูกมองอย่างสมเพช