ช่วยคนไท ญาติเราเอง

 

 

บันทึกที่ 500 เชิญชวนช่วยกันระดมสมอง

จัดการความรู้เพื่อหมู่บ้านนำพาเก ชาวไทผาเก รัฐอัสสัม

 

 ชาวบ้านมารับกันทั้งหมู่บ้าน

ผมเคยเขียนเรื่องรัฐอัสสัมและชาวไตหรือไทผาเกมาแล้วหลายตอนในเว็บบล๊อค www.gotoknow.org/blog/poldejw  ไม่ว่าจะเป็นบันทึก 268 เล่าเรื่องจากภาพ...รัฐอัสสัม อินเดียและคนไทผาเก ญาติเราเอง   บันทึก 269 รอยยิ้มจากอัสสัม  บันทึก 270 คนไต หรือไท บันทึก 271 รัฐอัสสัม มีอะไรดี    บันทึก 272 ประวัติชาวไทผาเก เล่มที่ 1    บันทึก 273 ภาษาไทผาเก ฉบับประสบการณ์   บันทึก 274 แบบเรียนภาษาไทอาหม   บันทึก  277 ชี่ช้างไปจับแรดที่คาซิรังกา   บันทึก 280 ประวัติไทผาเก เล่มที่ 2   และบันทึก 281 ประวัติไทผาเก เล่มที่2 ต่อ เป็นการเล่าเรื่องจากประสบการณ์ตรงในการไปเยือนอัสสัม 2 ครั้งซึ่งก็ไม่เคยนึกว่าจะมีการเยือนครั้งที่ 3 แต่ก็มีจนได้ 

สืบเนื่องจากปี 2552 ผมได้มีโอกาสไปเยือนหมู่บ้านนำผาเก Nam Phake เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวไทผาเก ในเขตสิวะสาคร เมืองดีบูรการ์ รัฐอัสสัม เหตุที่ไปเยือนครั้งนั้นคือการไปสำรวจหมู่บ้านก่อนการเสด็จฯ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งต่อมาพระองค์ได้เสด็จ เยือนหมู่บ้านนี้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552

การเสด็จเยือนของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในครั้งนั้น ถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าฟ้าจากประเทศไทยที่ได้เสด็จรัฐอัสสัมและเยือนหมู่บ้านนำผาเกของชาวไทผาเก เป็นที่ตื่นเต้นของชาวอัสสัมเป็นอย่างมาก เฉพาะที่หมู่บ้านนำผาเก ผู้คนทั้งหมู่บ้านราว 5000 คน มาต้อนรับเสด็จด้วยความปลื้มปีติยินดี ซึ่งผมได้ถ่ายทอดเรื่องราวไว้ใน “เจ้าหญิงจากแดนไกล” ด้วยความประทับใจในชาวไทผาเกเช่นกัน http://www.gotoknow.org/blog/poldejw/243608

ก็ไม่นึกว่าในที่สุด ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ผมจะได้ไปเยือนหมู่บ้านแห่งนี้อีก เป็นครั้งที่ 3 ซึ่งครั้งนี้ ผมตั้งใจว่าจะใช้เวลาอยู่ที่หมู่บ้านให้นานขึ้นและถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะค้างคืนที่หมู่บ้านด้วย เพื่อที่จะเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวไทผาเกให้มากขึ้น

 

 

วัดพุทธในหมู่บ้าน

การไปครั้งนี้ ในสมัยของทูตพิศาล มาณวพัฒน์ ซึ่งท่านได้ไปเยือนหมู่บ้านนำผาเกเป็นครั้งแรกเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จึงเกิดความประทับใจและในโอกาสที่ทางสอท.จะไปมอบหนังสือเกี่ยวกับประเทศไทยให้สถาบันไทศึกษา ของศจ. Girin Phukon เมืองดีบูรการ์ จึงมอบหมายให้ผมและข้าราชการ สอท. อีก 2 ท่านแวะไปเยี่ยมหมู่บ้านนี้อีก ในวันที่ 24-26 กันยายน 2554

 

ก่อนไปเยือน

สิ่งที่ตั้งใจในการไปหมู่บ้านนำผาเกครั้งนี้คือ การไปสำรวจอย่างละเอียดและหาทางแนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ชาวบ้าน โดยเฉพาะความเป็นอยู่ซึ่งคนทั้งหมู่บ้านมีเพียงประมาณ 5000 คนเท่านั้น ทำอย่างไรจึงจะให้ชาวบ้านอยู่ดีมีสุข...มากขึ้นหรือมั่นคงขึ้น ทูตพิศาลก็ได้ให้การบ้านไปคิดเช่นกันว่า อยากจะมอบอะไรให้หมู่บ้าน ที่จะเป็นประโยชน์และใช้ได้นานซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นอะไร ผมก็จะไปหารือกับชาวบ้านในโอกาสนี้ด้วย

ข้อมูลที่เคยได้จากการไปเยือน จากหนังสือที่ผมได้มาและจากอินเตอร์เน็ตดูมากมาย แต่ยังไม่ใช่ข้อมูลที่ละเอียดนัก เพราะการไปเยือน 2 ครั้งที่ผ่านมา มีเวลาไม่มากและมีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการจึงทำให้ผมไม่ได้มีโอกาสสนทนากับผู้คนอย่างเต็มที่นัก สิ่งที่อยากรู้หลายเรื่องยังไม่ชัดเจน เช่นโรงเรียนมีเด็กเรียนกี่คนและอายุเท่าใด หญิงชายจำนวนเท่าใด การเรียนเป็นอย่างไร  ในส่วนของชาวบ้าน ใครเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือที่บ้านเราเรียกปราชญ์ชาวบ้านหรือหมอดินเป็นต้น และมีผู้เชี่ยวชาญในด้านอะไรบ้างนอกจากการเกษตร เช่นด้านทอผ้า ด้านประวัติศาสตร์ ด้านศิลปะและมีอยู่กี่คน ด้านศาสนา พระสงฆ์ที่มีอยู่ ท่านมีประวัติความเป็นมาอย่างไร บวชที่ไหน ศึกษาธรรมระดับใด ท่านได้โปรดชาวบ้านในเรื่องพุทธศาสนาเพียงใด มีกิจกรรมทางพุทธศาสนาเป็นประจำหรือไม่ มีเณรกี่องค์และมีความรู้เรื่องพุทธศาสนาเพียงใด  ในหมู่บ้านมีสุขศาลาหรือไม่ มีห้องสมุดหรือไม่วิถีชีวิตของชาวบ้านตามปรกติ ทำอะไรกันบ้าง ฯลฯ 

 

รอยยิ้มและแววตาแบบนี้ ไม่ต่างจากญาติของเราในอดีตที่ห่างหายกันไปคนละที่

 

สิ่งที่ผมคิดไว้ในใจมานานแล้ว ก็คืออยากจะนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปแนะนำชาวบ้าน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับชาวบ้านในระยะยาว แต่จะมีวิธีการอย่างไร ยังนึกไม่ออกครับ

จึงเป็นที่มาของบันทึกที่ 500 ในโกทูโน ที่ผมให้ความสำคัญ และที่จะขอให้กัลยาณมิตรทุกท่านช่วยกันระดมสมอง ว่าจะทำอย่างไรให้หมู่บ้านนำผาเกเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตัวอย่างเช่นที่มีอยู่ที่เมืองไทย

ช่วยกันแนะนำ เสนอแนะด้วยครับ ถือว่าผมโยนความคิดให้พวกเราช่วยกันจัดการความรู้นะครับ