Thai Buddhist lost in Buddhism

Thai Buddhist  lost in Buddhism

ชาวไทยพุทธกลัวการเป็นพุทธ  

ไม่น่าเชื่อใช่ไหมว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในเมืองพุทธบนผืนแผ่นดินไทยของเรา หรือว่าศาสนาพุทธไกล้ถึงจุดจบและเสื่อมทรามเต็มทีแล้วความเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปทำให้หลายคนไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นเลย เช่นเดียวกับสภาวะอากาศหรือปัญหาโลกร้อนของเรา ในเบื้องต้นการเปลิ่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกจะขึ้นๆลงๆเสมือนเส้นตรงในแนวทะแยงมุมที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่งอุณหภูมิจะเปลื่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด ชนิดที่ร้อนจัดจนสามารถทำให้น้ำท่วมโลกและหนาวจัดชนิดที่ทำให้โลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็งได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปีสัตว์โลกหลายชนิดที่ปรับตัวไม่ทัน จึงต้องสูญพันธ์ไปในที่สุด  สภาวะเช่นนั้นกำลังเกิดขึ้นกับศาสนาพุทธที่นี่และบนผืนแผ่นดินนี้!!! 

หลายคนอาจจะบอกว่ามันเป็นวัฏจักรเมื่อมีเจริญก็ย่อมมีเสื่อมถอย แต่ในความเป็นเช่นนั้นเองนั้นบางอย่างถูกจงใจกระทำให้เกิดขึ้น จึงเท่ากับว่าหาใช่ความเป็นเช่นนั้นเองไม่ชาวพุทธกลัวเป็นพุทธ เกิดขึ้นได้อย่างไร?หากย้อนไปช่วงการเปลี่ยนแปลงจากวิกฤตการเมืองการปกครองปลายปี 49 หลายคนคงไม่ทราบว่าได้มีวิกฤติหนึ่งที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนา รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวตัดข้อความ"พระมหากษัตริย์ต้องเป็นพุทธมามกะและพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ"ออกรมว.ศึกษาธิการเสนอในที่ประชุมให้มีการเปลี่ยนแปลงและยกเลิกโครงการโรงเรียนวิถีพุทธไปเป็นโรงเรียนวิถีธรรมเพื่อรองรับการเรียนการสอนของศาสนาอื่นเรื่องนี้ไม่ทราบได้ว่าเกิดจากความไม่ตั้งใจหรือตั้งใจให้เกิดขึ้นกันแน่ 

เมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเกิดมิจฉาทิฐิกลัวว่าหากใช้คำว่าพุทธแล้วจะทำให้ไม่เกิดความสมานฉันท์ซึ่งน่าจะเกิดจากสาเหตุอิทธิพลของปัญหาสามจังหวัดชายเดนภาคใต้ที่สังหารคนเป็นผักปลาและถูกใช้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดาน คนพุทธเองจึงไม่กล้าบอกว่าเราเป็นชาวพุทธแล้วจะให้เราไปเป็นอะไร ? ความกลัวกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในระบบการเมืองการศาสนาเช่นเดียวกับเหตุการณ์ 911!!!นอกจากสาเหตุปัญหาสามจังหวัดชายเดนภาคใต้แล้วเหตุใดจึงเกิดปรากฎการณ์เช่นนี้ขึ้น?  

1.วัดวัตถุนิยม

วัดแทนที่จะถูกใช้เป็นสถานที่วัดจิตใจเพื่อการขัดเกลากลับกลายเป็นวัตุนิยม ซุ้มประตูวัดมูลค่าหลายแสนหลายล้านบาทวิหารอาคารสิ่งปลูกสร้างหลายสิบหลายร้อยล้านผุดขึ้นเช่นเดียวกับกระแสวัตถุนิยม  ความสวยงามของสิ่งปลูกสร้างไม่สามารถบ่งบอกได้ถึงความสวยงามของจิตใจคน ชาวบ้านยังยากจนถูกมอมเมาจาก อบายมุขสิ่งเสพติดและการพนัน แทนที่เงินบริจาคจะถูกใช้ในการพัฒนาคนและชุมชนกลับถูกใช้เพื่อการพัฒนาวัตถุ ชนิดที่ไม่พอเพียงไม่พอดี มันถูกต้องแล้วหรือกิเลสความอยากได้บุญอยากขึ้นสวรรค์ในใจคน ถูกนำมาใช้เพื่อการบริจาควัดแบบนี้จึงไม่ใช่วัด แต่เป็นวัดวัตถุนิยม กายนิยม

หากเราอ่านในพระบาลี จะพบว่าพระพุทธองค์สั่งสอนว่าตราบใดที่พระหรือนักปฏิบัติยังมีความยินดีในเสนาสนะป่าพระพุทธศาสนาจะไม่เสื่อมสลายหายจากโลกตราบนั้นความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาจึงไม่ได้อยู่ที่ความใหญ่โตหรือความสวยงามเทียบสวรรค์ชั้นฟ้าของวัดวาอาราม  การสร้างสิ่งสวยงามที่เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งดี แต่หากทำด้วยความไม่พอเพียง แข่งกันทำ ทำเหมือนๆกันหมด ความดีนั้นจะกลายเป็นไม่ดี  

 2.เสกพระให้เป็นพราหมณ์ 

พระเสกที่เขล็งไม่ขลังจริง ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ปัญหานี้ทำให้การปลุกเสกพระจะต้องมีการขออนุญาตอย่างถูกต้องจึงจะสามารถจัดการปลุกเสกได้ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้บางส่วนแต่ผลเสียของวิธีการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนี้กลับส่งผลที่ร้ายแรงกว่า  เพราะต่อไปจะมีของขลังที่ไม่ใช่พระถูกปลุกเสกมากขึ้น อย่างที่เป็นข่าว เช่นจตุคามรามเทพ ยิ่งปลอมยิ่งดัง ยิ่งออกหนังสือพิมพ์ก็ยิ่งได้"กรรมไร"  

หนังสือพิมพ์เจ้ากรรมก็อยากขายข่าว โปรโมทโฆษณากันเข้าไป "กรรมมาไรๆ"แน่นอน  

 

 3.มารศาสนาไม่เสียค่าปรับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มารศาสนาที่ปลอมเป็นพระ และพระที่ปลอมเหล่านี้ อย่างมากก็ถูกจับสึกไม่ต้องเสียค่าปรับหรือถูกยึดทรัพย์แต่ประการใด สึกไปก็กลายเป็นคนรวยหรือมีทรัพย์สินให้พี่น้องได้เสวยสุขกฎหมายเพื่อการปกป้องศาสนาจึงจำเป็นและสมควรต้องมีไม่แปลกใจเลยที่มีข่าวยิงกันในวัดเพราะขัดผลประโยชน์ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจเกี่ยวกับกรณีนี้ก็คือ ชาวต่างชาติที่ไม่เข้าใจในความเป็นพุทธได้กระทำลบหลู่กับพระพุทธรูป เช่นการขึ้นไปขี่คอพระพุทธรูปแล้วถ่ายรูปเป็นต้น หลังจากเจ้าหน้าที่ชี้แจงให้เข้าใจพร้อมปรับเป็นเงินจำนวนเล็กน้อยตามที่ระบุไว้ในกฎหมาย ฝรั่งผู้นั้นยอมเสียค่าปรับอีกครั้งเพื่อกลับไปกระทำผิดใหม่ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">    </p><p>4.บุญนิยม นิยมทุน</p><p>โยมฝึกพระให้เสียนิสัยจากสิ่งที่มาแต่งเติมสร้างเปลือกพอกศาสนาให้หนาขึ้นจนยากที่จะเข้าถึงในภายหลังนี้บางอย่างก็ทำให้พระเสียนิสัยเช่นไปสวดจะต้องได้ซอง ไม่ต่างอะไรกับทำงานต้องได้ค่าจ้าง หากยังยึดติดกับค่าจ้างแล้วจะมีจิตใจในการพัฒนาตนพัฒนางานได้อย่างไรบวชพระสมัยนี้จึงรวย สึกออกมาแล้วก็มีเหลือเก็บเรื่องนี้จึงควรเป็นจิตสำนึกส่วนบุคล(พระ)มากกว่าบางรูปท่านก็บริจาคส่วนนี้เข้าวัดหรือนำไปใช้เพื่อสร้างประโยชน์อย่างอื่น ส่วนโยมก็ไม่เข้าใจว่าการได้บุญมากหรือไม่มากนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนทางกายภาพแต่เป็นปริมาณแรงใจที่ได้ออกไป(บุญเชิงคุณภาพ) และส่วนใหญ่ก็ทำบุญหวังได้ขึ้นสวรรค์หวังว่าชาติหน้าจะสบายอยู่ โยมประเภทนี้จึงตกเป็นเหยื่อของพวก “บุญนิยมนิยมทุน”       </p><p> 5.ศาสนา บันดาศักดิ์</p><p>เปลือกจำเป็นต่อการอยู่รอดและการเจริญของต้นไม้แต่เปลือกที่ถูกพอกหนาจนเกินไป เต็มไปด้วยกาฝากและเถาวัลย์ จะทำให้ต้นไม้ต้นนั้นแบกภาระหนัก ใบขาดแสงสว่างเพื่อสังเคราะห์แสงและต้องเหี่ยวเฉาตายไปในที่สุด หากเราสังเกตุดีๆจะพบว่าเปลือก,กะพี้และแกนของไม้บางชนิดจะมีความแข็งแต่แก่นจะเป็นไส้กรวงที่ว่างเปล่า</p><p>พระมีความหมายว่าผู้เจริญ มีรากศัพท์มาจากคำว่า วระ ซึ่งมีการใช้ตัว แทนตัว ในต้นพุทธศตวรรษที่ 18 วระแปลว่าผู้ขอ คำว่าพระจึงมีความหมายที่แท้จริงว่าผู้ขอที่มีจิตใจอันประเสริฐการที่พระพุทธองค์ทรงเรียกการไปขออาหารเพื่อเลี้ยงชีพนี้ว่า การไปโปรดสัตว์เนื่องจากเมื่อมีผู้ขออันประเสริฐมาขอทาน  หากชาวบ้านมีจิตเมตตาหรือศรัทธาในคุณงามความดีและจริยวัตรอันงดงามของผู้ขอการให้ทานโดยบริจาคอาหาร จึงเป็นการลดความคับแคบของจิตใจเป็นเงื่อนไขให้เกิดบุญเกิดกุศล ในสมัยนั้นผู้ขอก็ไม่ต่างอะไรกับขอทานการที่วระอุ้มบาตรไปขออาหารเพื่อเลี้ยงชีพจึงเป็นการขอทาน แต่ก็เป็นที่น่าอัศจรรย์คือ เมื่อผู้ขออันประเสริฐมาขอทานผู้ขอกลับเป็นผู้ให้ทาน คือเป็นผู้จุดประกายของความเมตตาขึ้น การขอจึงเป็นการให้ส่วนผู้ให้ ยิ่งให้ก็ยิ่งได้รับเป็นเงื่อนไขที่เกื้อหนุนให้เกิดเมตตาธรรมขึ้นในจิตใจของผู้คนดังกับคำว่าเมตตาธรรมค้ำจุนโลกดังนั้นในความเป็นจริงพระก็ไม่ได้ต่างอะไรกับขอทาน แต่เป็นผู้ขออันประเสริฐดังนั้นไม่ว่าจะได้ยศได้ศักดิ์เป็นอะไรได้ปกครองสงฆ์มากแค่ไหน ก็ขอให้ระลึกอยู่เสมอว่าเป็นหัวโขนของหัวหน้าขอทานผู้ประเสริฐนั่นเอง ดังที่พระพยอม ท่านพูดว่าอาตมาเป็นพระ ต้องทำงานให้คุ้มค่าข้าวที่ชาวบ้านใส่บาตรมาซึ่งน่ายกย่องที่ท่านเป็นพระแท้ พระนักพัฒนา ที่พัฒนาทั้งทางด้านวัตุและด้านจิตใจให้กับชาวบ้าน ,วัดและชุมชน</p><p> 6.ไม่ดีให้ไปวัด</p><p>วัดเปรียบดังส้วมสำหรับการถ่ายของเสีย นิสัยที่ไม่ดีก็ให้ไปขจัดที่วัดของไม่ดีใช้งานได้ไม่สมบูรณ์ก็บริจาควัดหมาแมวตัวไหนขี้แหร่หรือเลี้ยงไม่ไหวก็ไปปล่อยวัดเด็กคนไหนเกเรหรือไม่มีที่เรียนก็ไปฝากเป็นลูกศิษย์วัด คนสติไม่สมประกอบ คนพิการหรือแม้กระทั่งคนแก่ก็พาไปปล่อยวัด คนที่เคยติดคุกติดตะรางคนนิสัยไม่ดีรวมทั้งคนว่างงานไม่มีอะไรทำ ก็ให้พาไปบวชดังนั้นวัดจึงเป็นสถานที่รวมของสิ่งไม่ดี หากพระหัววัด หรือพระเจ้าอาวาสไม่มีความสามารถในการจัดการ หรือฝึกหัดนิสัยไม่ดีเหล่านี้แล้ว ก็ยากที่จะมีพระดีๆอยู่ในวัด    </p><p> 7.พระเทียมพุทธไม่แท้    </p><p>ศาสนาพุทธได้เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยหลังจากศาสนาพราหมณ์แต่ด้วยความเป็นพุทธจึงจำเป็นต้องเผยแพร่อย่างสมานฉันท์พระมหากษัตริย์ไทยในสมัยนั้นจึงยังคงเป็นสมมุติเทพและไม่ได้ทำลายหรือกวาดล้างความเชื่อของศาสนาพราหมณ์เสียทีเดียวสังเกตุได้จากพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนายังคงมี พิธีการแบบพราหมณ์อยู่พื้นฐานความเชื่อของชาวไทย จึงปนอยู่กับพุทธ,พราหมณ์,จีน,เขมร,พม่าและมาลายูปัจจุบันชาวพุทธไทยส่วนใหญ่จึงยังไม่เป็นพุทธแท้ ยังคงกราบไหว้ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าศาลพระพรหมณ์ นับถือผีสางเทวดาหรือกราบใหว้แม้กระทั่งตอไม้พืชหรือสัตว์อะไรที่เกิดมาผิดธรรมชาติแปลกประหลาด แม้กระทั่งเรื่องดูหมอดูดวงสเน่ห์ยาแฝดอยู่ แต่ถ้าจะถามว่าสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ก็ต้องบอกว่า สิ่งที่มองไม่เห็นมีอยู่จริงแต่ไม่ใช่สิ่งที่ควรเคารพกราบใหว้บูชาอย่างสูงสุดคำถามก็คือถ้าผีสางเทวดา เทพชั้นฟ้า ยังคงมีพฤติกรรมเป็น”เทวดาคอรัปชั่นด้วยการติดสินบนจนต้องแก้บนกันอยู่ ยังหลงยินดีเมื่อมีคนมาประจบสอพลอกราบใหว้บูชาโดยหวังสิ่งตอบแทนอะไรบางอย่างเทวดาเหล่านั้นจะมีความน่าเชื่อถือให้สมควรปกครองหรือกระทำการใดๆเพื่อหรืออยู่เหนือมนุษย์หรือไม่ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ส่วนผีก็ไม่ต่างอะไรกับรุ่นพี่พอถึงเวลารุ่นน้องอย่างพวกเราทุกคนก็คงได้เลื่อนชั้นเรียนส่วนจะตกชั้นหรือข้ามชั้นไปเป็นอะไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับความดีที่ได้กระทำ      </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p>see 5,000 years of religion in 90 seconds</p>

พระเทียมพุทธไม่แท้ในสมัยนี้จึงมีอยู่มาก แม้กระทั่งผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นชาวพุทธยังไม่เข้าใจพุทธศาสนาแกรงกันว่าถ้าจะบอกว่าเราเป็นพุทธแล้วจะทำให้ไม่สมานฉันท์

</span><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ในความเป็นจริงแล้วมีข้อมูลทางสถิติมากมายที่บ่งบอกได้ว่าการเป็นพุทธทำให้เกิดความสมานฉันท์ ตัวอย่างที่ทนท้าต่อการพิสูจน์อย่างหนึ่งก็คือในประวัติศาสตร์ศาสนาพุทธไม่เคยเกิดสงครามระหว่างศาสนาหรือแม้กระทั่งสงครามระหว่างลัทธิขึ้นเพราะหากเกิดขึ้น ผู้นั้นกลุ่มชนนั้นจะไม่ใช่พุทธทันทีในมุมกลับกันชาวพุทธทำสงครามอยู่ตลอด เป็น PeaceWarriorสงครามที่แท้จริงจึงมิใช่สงครามภายนอกแต่เป็นการทำสงครามกับกิเลสตัณหาในใจตน และสังหารความไม่รู้ให้กับผู้คนต่างหาก</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p> คำว่าคุณธรรมแม้จะใช้ได้สากลกับทุกศาสนา แต่จากผลการวิจัยพบว่าประเทศที่ใช้หลักคุณธรรมสากล แทนศีลธรรมจริยธรรมศาสนาจะมีแนวโน้มที่คนในชาติไม่มีศาสนามากขึ้น พร้อมทั้งเกิดลัทธิใหม่ๆผุดขึ้นมาอย่างมากมาย ใครอยากจะรวยเร็วก็ให้ก่อตั้งลัทธิใหม่กันตัวอย่างเช่นวัดบางวัดที่มีจานบินตั้งอยู่ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งการหลุดพ้นที่ไม่ได้สอนให้ยึดติดในตัวตน แม้ว่าการไม่ยึดติดกับตัวตนจะเป็นสิ่งสำคัญแต่การมีตัวตนเพื่อก้าวไปสู่การหลุดพ้นนั้นก็สำคัญด้วย</p><p>การที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้คำว่าพุทธหรือไม่นั้นสามารถอุปมาให้เข้าใจได้ง่ายๆดังนี้การใส่เสื้อเหลืองของชาวไทย สามารถทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนไปหากใส่เสื้อเหลืองแล้วกินเหล้าเข้าพับร์เข้าบาร์ ก็กะไรอยู่ แม้การบวชเป็นพระมิได้อยู่ที่การห่มผ้าเหลืองแต่ผ้าเหลืองผืนเดียวยังทำให้คนเคารพกราบใหว้และศรัทธา  ทั้งนี้เนื่องจากบารมีในคุณงามความดีและธรรมานุภาพของพระพุทธเจ้าผ้าเหลืองจึงมีทั้งพลานุภาพและพุทธานุภาพ การบวชเป็นพระแม้ว่าจะใช้การบวชใจได้แต่การห่มผ้าเหลืองก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเช่นเดียวกันกับการใช้คำว่าพุทธ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">การเรียนการสอนวิถีพุทธ จึงสำคัญ หากใช้คำว่าพุทธแล้วไม่ปฎิบัติแบบพุทธก็ไร้ความหมาย ซ้ำร้ายอาจจะก่อให้เกิดผลเสีย เช่นเดียวกับการที่พระไม่เป็นพระและชาวพุทธไม่เป็นพุทธแท้นั่นเอง </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">~ตื่นเถิดชาวไทยอย่าหลับไหลลุ่มหลง ชาติ,ศาสนาจะพินาศลงก็เพราะเราทั้งหลาย~ </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ถ้าไม่ตื่นจะรู้ว่าหลับได้อย่างไรถ้าไม่ตื่นจะรู้ว่าฝันได้อย่างไร?</p><p> ข้อมูลอ้างอิง</p><p>ศูนย์ข่าวพระพุทธศาสนาพระไทยดอทเนต</p><p>An Inconvenient Truth trailers </p><p>Global warming </p><p>กระบี่อยู่ที่ใจใจอยู่ที่กระบี่</p><p>ใช้กระบี่โดยไร้ใจคือการสังหารตนเอง</p><p>หลอมกระบี่เป็นหนึ่งเดียวกับใจซามูไรตาบอด</p><p>แม้ไร้ซึ่งกระบี่ หลื่นลี้ร้อยปีสามารถสังหาร</p><p>สุดยอดซามูไรคือทิ้งใจทิ้งกระบี่              :ศิษย์โง่อยากเรียนเซ็น  </p><p> </p>