1.ในสภาวะที่ล่อแหลม คนส่วนใหญ่ในยุคข้อมูลข่าวสารจะรู้ว่าเปลี่ยนทำไม ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยก็จะวุ่นวาย หรืออีกนัยหนึ่งรัฐต้องสื่อสารออกไปให้มวลชนทราบว่ามีเหตุอันใดที่สมควร (ควบคุมมวลชน) และต้องถามคนไทส่วนใหญ่ว่าเห็นด้วยหรือไม่
2.เรากลัวข้ออ้าง ที่ไม่จริงไปทำไม ขึ้นว่า"ข้ออ้าง" ความหมายก็เป็นไปในมุมข้างๆคูๆอยู่แล้ว เราต้องกลัวสิ่งเท็จด้วยหรือ เราต้องกลัวอำนาจมืดด้วยหรือ หน้าที่ของเราไม่ใช่การต่อสู้กับความมืดหรือ ไม่ต่อสู้เราก็จะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความมืดนั้น การเอาข้ออ้าง ของผู้ไม่หวังดีมาอ้างเพื่อทำตามสิ่งที่ตนต้องการไม่ใช่ทางแก้ปัญหา
อย่าลืมว่าไม่มีอะไรยั่งยืน ทุกอย่างเปลี่ยนไปตลอด มันเกิดจากการตั้งใจให้เกิด ตามธรรมชาติข้อหนึ่งของน้ำที่ไหลลงที่ต่ำ การเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เลวร้ายลงเป็นสิ่งที่เราต้องการหรือ ตัวอย่างเช่นแฟชั่นนุ่งสั้น สายเดี่ยว นั้นเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือ มันเปลี่ยนจนปัจุบันเราเห็นเป็นปกติ ต้องไม่ปกติชนิดที่ไม่ใส่ชุดชั้นในไปงานสังคมจนต้องลงหน้าหนังสือพิมพ์ใช่ไหม เราจึงสะดุ้งขึ้นมาสักครั้งแล้วจึงได้สติพอที่จะเรียกมันว่าผิดปกติ
พี่เห็นว่าของดีมันพิสูจน์ตัวเอง ไม่เขียนว่าเป็นศาสนาประจำชาติมันก็ยังอยู่ ไม่ใช่หรือ? ไม่เขียนในกระดาษดีมันก็พิสูจน์ตัวมันเอง แต่ไม่ดีก็จะพิสูจน์ตัวมันเองเช่นกัน เนื่องจากไม่ดีมีอำนาจ มีเงิน มีพรรคพวก คุณธรรมศีลธรรมมันต่ำลงจน ไม่ดีนั้นพิสูจน์ด้วยการไปอยู่ในการโกงกินคอรัปชั่นระดับบ้านเมืองอย่างเด่นชัดกว่า แล้วคิดว่าดีจะมีกำลังพิสูจน์ตัวมันเองมากพอหรือถ้าไปเขียน"ดี"อยู่ที่ข้างฝาบ้าน ดีมันจะอยู่ยาก
3.เป็นคำถามที่ต้องช่วยกันคิด ใส่เข้าไปทำไม ใสหรือไม่ใส่แล้วอะไรจะตามมา
ศาสนาไม่ได้จับใครเข้าคุกเมื่อกระทำผิด เราจึงเห็นสังคมกระทำผิดได้เด่นชัดในปัญหาบ้านเมือง และนักการเมือง ถ้าไม่ใช้"ปทัสถาน" หรือ Norm ของการกระทำของคนในชาติด้วย แล้วศาสนาอย่างเดียวจะเอาไม่อยู่ ขนาดมีอยู่ใน Norm แล้วยังเอาไม่อยู่เลย (เห็นๆสิ่งที่เกิดขึ้นกันอยู่) นี่จะตัด Norm ที่เราก็รู้อยู่แก่ใจว่าดีที่สุดออก(ดีโดยไม่ต้องอวด) แล้วมันจะไม่มีอะไรตามมาหรือ?
สรุป
- ใส่ตัวตน เพื่อการคงอยู่ การกลืนนั้นมันเกิดขึ้นทุกเวลาจากการเสื่อมคุณธรรมศีลธรรมและวัตถุนิยม มิได้กลืนด้วยลัทธิศาสนา เราก็โดนกลืนโดยไม่รู้ตัวอยู่แล้ว น้ำมันค่อยๆร้อนจนกบไม่รู้ตัว ถ้ามีการกลืนด้วยลัทธิศาสนาสิ เราจะได้สะดุ้งร้อนกัน(การกลืนแบบนั้นมันเกิดมาตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามเวียดนามแล้ว ซึ่งปัจจุบันมันกลืนไม่ได้) จึงต้องกลืนด้วยวิธีอื่นเช่น New World order เป็นต้น กลืนไม่ให้เห็น กลืนไม่ให้รู้สึก หากรู้สึกจะโดนต่อต้าน
- ชาวพุทธส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะไม่ระบุ แต่ให้ระบุพร้อมสิทธิของศาสนาอื่นให้ชัดเจนลงไปด้วย (จากโพลสำรวจ)
| ท่านเห็นอย่างไรกับการให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ | ||
| สมควรต้องระบุในรัฐธรรมนูญอย่างยิ่งในขณะเดียวกันก็ต้องมีส่วนที่บัญญัติเพื่อให้ความเป็นธรรมกับศาสนาอื่นๆ | [ 108 ] |
|
| ไม่จำเป็นต้องระบุก็ได้แต่ต้องแก้พระราชบัญญัติสงฆ์เพื่อให้ในหลวงมีพระราชอำนาจแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช | [ 15 ] |
|
| ไม่ควรระบุอะไรเลยที่เกี่ยวศาสนาเพื่อให้รัฐกับศาสนาแยกออกจากกัน คงไว้แต่ในหลวงทรงเป็นพุทธมามกะก็พอ | [ 25 ] |
|
| ยังไงก็ได้เพราะศาสนาเสื่อมหรือไม่อยู่ที่การนำหลักธรรมไปปฏิบัติ รัฐธรรมนูญเป็นอนิจจังเดี๋ยวก็โดนฉีกอีก | [ 21 ] |
|
| ควรระบุ แต่ต้องระบุแบบอ้อมๆ แบบว่าเกรงใจศาสนาอื่นๆ | [ 2 ] |
|
| โหวตทั้งหมด: 171 | ||
ที่มา larndham