แล้วคุณคิดว่าเมืองไทยเราจะปรับโมเดลสองโมเดลนี้อย่างไรเพื่อให้มีผลผลิตที่แท้จริงบ้างครับ ลองมองกันเล่นๆ ครับ
สวัสดีครับทุกท่าน
วันนี้ขอนำเสนอ โมเดลที่ หลายๆ ท่านคุ้นเคยกันดีนะครับ โมเดลที่ว่านี้คือ
"I Think" Model โมเดลนี้จะมีความสำคัญมากในการนำเสนอ ในสิ่งที่ตัวเองคิด คิดว่า เป็นอย่างนั้น อย่างนี้ อืม...กระผมคิดว่า มันเป็นแบบนั้น....
เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมาในบ้านเมือง ก็จะมีโมเดลเหล่านี้เกิดขึ้นเต็มไปหมดครับ โดยเฉพาะในวงวิชาการ โดยการถ่ายทอดออกทางสื่อ ตามแนวทางที่ ข้าพเจ้าคิด และว่า I told you ......, I think ....., I.....
"I Do" Model โมเดลนี้ เป็นโมเดลที่เกิดจาก "I Think" Model แต่ไม่ใช่แค่ "I Think" แล้วนำไปทำต่อกันด้วย ทำให้เกิดการรู้แจ้งเห็นจริง ผิดถูกอย่างไร ก็ต้องไปทำ "I Think" Model มาใหม่แล้วมาวนทำซ้ำที่ "I Do" เพื่อหาคำตอบที่แท้จริง
ความจริงสำคัญทั้งสองบทบาทครับ
ทั้ง
I do และ I think
ผมมองว่าบทบาททั้งสองกลุ่ม เป็นบทบาทที่ตนเองเชี่ยวชาญเฉพาะ
แต่แนวทางที่เป็นไปและผมคิดว่ายั่งยืนคือ
ช่วยกันคิด และช่วยกันทำ ภาระงานขนาดไหนแล้วแต่ความถนัด ว่าด้วยงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น Community based research เราก็เดินตามแนวนี้ เราช่วยกันคิด และเราก็ช่วยกันทำ เสร็จแล้วร่วมกันรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น...มันไม่ได้อย่างที่คิดไว้ ก็ทำใหม่ หารูปแบบที่ดีกว่า
"ปี้ฮู้สอง น้องฮู้หนึ่ง" (พี่รู้สอง น้องรู้หนึ่ง)
เป็นสุภาษิตทางเหนือ แสดงถึงวัฒนธรรมด้านการคิด ที่คิดร่วมกัน ให้ได้ความคิดที่หลากหลายเปิดใจ เพื่อได้ข้อมูลในการตัดสินใจ
"หยะก๋ารคนเดียวเกือบตาย หยะก๋ารคนหลายเหมือนเล่น"(ทำงานคนเดียวเกือบตาย ทำงานคนเยอะเหมือนกับเล่น)
เป็นสุภาษิตทางเหนือ ที่แสดงให้เห็นวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน การทำงานโดยร่วมมือ ร่วมใจ งานใหญ่สำเร็จไม่ยากนัก
"จ่วยกั๋นกึ้ด จ่วยกั๋นสร้าง"(ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ)
เป็นคำพูดที่ได้ยินบ่อย เป็นภาษาถิ่นเหนือ ที่ให้ความสำคัญในการช่วยกันคิด และช่วยกันทำด้วย งานใหญ่ก็สำเร็จลงได้ทั้งการระดมความคิด และกำลังครับ
ผมขอยกมาประกอบบันทึกของคุณเม้งครับ
สวัสดีครับคุณเอก
สวัสดีค่ะคุณเม้ง
ส่วนใหญ่ที่เห็นมา และที่ใกล้ๆตัวเองก็มีคือ นักคิด ชอบคิด บางทีกู่ไม่กลับ แตกยอดไปเรื่อย น้อยคนที่คิดด้วยทำด้วย
ที่ทำด้วยนี่ ต้องทำให้สำเร็จนะ ส่วนใหญ่ นักคิดจะลองๆทำ ไม่นานก้เลิก
ขอไปใช้เวลาคิดต่อค่ะ
ผมก็เป็นคนประเภทชอบคิด แต่ไม่ค่อยได้ทำเท่าไหร่ ไม่ดีเลยเนาะ…
ดีน้องบ่าว เม้ง
เป็นกระทู้ที่กระตุ้นต่อมสมองดีครับ จะลองคิดเล่นๆดูครับ
สวัสดีครับคุณ sasinanda (เขียนภาษาไทยอย่างไรครับ)
สวัสดีครับ อ.ย่ามแดง
สวัสดีครับพี่แสงตะวัน
สวัสดีครับ อ.ลูกหว้า
คิดแต่ไม่ได้ทำ คือไร้ผล
ทำแต่ไม่ได้คิด คือไร้ราก
ผมชอบบันทึกนี้ของ อ.เม้งมากเลยครับ
ในความคิดผมวิธีการลดพวก "I think" ออกจากประเทศไทยแล้วเพิ่มพวก "I do" คือ
เปลี่ยนวัฒนธรรมไทยให้เลิกยกย่องพวก "I think" ครับ และมาชื่นชมพวก "I do" แทน
พวก "I think" แต่ไม่ "I do" ด้วยนี่ต้องทำให้กลายเป็นตัวตลกของสังคมไปเลย
ส่วนพวก "I do" นี่ต้องทำให้รู้ว่าความผิดพลาดที่เกิดจากการ "do" นั้นเกิดขึ้นได้ การพยายามทำแล้วผิดนั้นน่ายกย่องมากกว่าการไม่ทำอะไรเลยเอาแต่พูดอย่างเดียว
วัฒนธรรมไทยนี้ต้องเปลี่ยนครับ
มีคนพยายามสร้างวัฒนธรรมว่าผู้พูดแต่ไม่ทำนั้นมีเกียรติ โดยให้เหตุผลว่า
"ท่านเป็นคนไม่ติดในยศตำแหน่ง จึงไม่ยอมรับตำแหน่งเพื่อทำงาน"
ผู้คนก็หลงยกย่อง "นักคิด" เหล่านี้ โดยลืมไปว่าการ "ไม่ยึดติด" นั้นคือการ "เลี่ยงงาน"
พวก "นักคิด" เหล่านี้ทำลายประเทศไทยอย่างรุนแรงที่สุด เพราะทำให้ประเทศขาดทิศทางในการพัฒนาและการทำงาน
ในทาง KM ควรเรียกว่าพวก "นักทำลายหัวปลา" ครับ
ผมเองพยายามทำลายวัฒนธรรมเอาแต่คิดไม่ยอมทำให้คนรุ่นหลังรู้ว่าเป็นวิธีทำที่ไม่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง และควรเห็นว่าเป็นตัวตลกของสังคม
ผมอยากเห็นคนไทยชื่นชมคนทำงานจริงครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์ธวัชชัย
ได้ความคิด ตรงๆดีครับ
และต้อง
คิดก่อน ทำตาม
ทำต่อ คิดตาม
ซึ่งก็ตรงกับหลักการประกันคุณภาพด้วยครับ
ขอบคุณที่ช่วยนำเสนอกันครับ
สวัสดีครับคุณตาหยู
สวัสดีค่ะคุณเม้ง
I think.......> We think........> We do....> We think... > We do...วนเวียนไปเรื่อยๆไม่รู้จบค่ะ
สวัสดีครับคุณเบิร์ด
ก๊าก ! ไปแล้วค่ะ..เบรคไม่อยู่จริงๆ..ฮา… ^ ^