หวังใจว่าHuman mapping ของสมาชิก Gotoknow น่าจะเป็นแบบอย่างในการขับเคลื่อนพลังแห่งจิตสำนึกในสังคมไทยได้ดี

ในช่วงผมทำวิทยานิพนธ์บนดอยสูงทางเหนือของประเทศไทย แม่เฒ่าชาวลีซูคนหนึ่ง อายุมาก เคี้ยวหมากปากแดง เธอหัวเราะร่าได้ทั้งวัน สุขภาพจิตดีมากสำหรับผู้สูงอายุคนหนึ่ง ด้วยเธอเป็นคนสำคัญของหมู่บ้านบนดอยแห่งนี้ ทุกคนเคารพแม่เฒ่าเพราะส่วนใหญ่คนในหมู่บ้านล้วนแล้วแต่ผ่านการทำคลอดด้วยฝีมือแม่เฒ่าแทบทั้งนั้น ใช่แล้วครับแม่เฒ่าเป็น ผดุงครรภ์โบราณ ที่เรียกเป็นภาษาเก่าๆของเราก็คือ หมอตำแย นั่นเอง...แม่เฒ่าจึงเปรียบเสมือนผู้ให้ชีวิต อีกทั้งยังเป็นหมอสมุนไพรที่คอยเยียวยาผู้คนลีซู

เรามองไปถึงการจัดการความรู้ ศักยภาพของคนหนึ่งคนนั้นยิ่งใหญ่มากในสังคมที่เขาอยู่ ตรงนี้เองเป็น Tacit knowledge ที่มากมายอัดแน่นอยู่ในตัวแม่เฒ่า ตราบใดที่ยังไม่มีกระบวนการจัดการความรู้ ลูกหลานลีซูรุ่นต่อไปก็จะลืมเรื่องนี้ไปเสียสิ้น ภูมิปัญญาท้องถิ่นของบรรพบุรุษก็หายไป ความภาคภูมิใจ รากของคนท้องถิ่นก็ถูกกร่อนขาดไป

ภาพชีวิตของแม่เฒ่าชาวลีซูที่ผมเล่าถึง แสดงให้เห็นความภาคภูมิใจในชีวิตของเธอในสังคมเล็กๆบนดอยสูง

จะดีหรือไม่ หากคนที่ต้องการเป็น Somebody ก้าวขึ้นสู่การรับรู้ของสังคม เป็นคนเก่งของสังคม โดยที่คนๆนั้นอาจมีความสามารถเฉพาะตัว เป็น นาย ก นาย ข อยู่มุมไหนก็ได้ของประเทศไทย ถูกยกขึ้นเป็นคนหนึ่งที่ได้รับเกียรติ ได้รับศักดิ์ศรี ตรงนั้นน่าจะพลังที่ยิ่งใหญ่ที่เป็นแรงขับภายในของมนุษย์ โดยพื้นของคนเราทุกคนที่ต้องการการยอมรับในสังคม

พลังจิตสำนึกของมนุษย์เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีพลังสูง ถ้าสำนึกว่าตนเองมีศักดิ์ศรี มีคุณค่าของการเป็นคน มีศักยภาพในการสร้างสรรค์  หากหมั่นรดน้ำพรวนดินเอาใจใส่ เมล็ดพันธุ์แห่งความดี ที่อยู่ในตัวตน อีกไม่นานพลังของความดีเหล่านั้นก็จะงอกงามเต็มแผ่นดิน

ความสัมพันธ์เชิงอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ที่มีฐานมาจากความรู้สมัยใหม่ การให้ความสำคัญกับใบปริญญา การให้ความสำคัญกับ Explicit knowledge ที่หลากหลายข้างนอกมากเกินไป ทำให้อีกกลุ่มหนึ่งที่อัดแน่นด้วย Tacit Knowledge แต่ไม่มีพื้นที่ทางสังคมหรือมีพื้นที่อยู่บ้างแต่น้อยนิด กำลังถูกลดทอนศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจลงไปเรื่อยๆ

พื้นที่เสมือน Gotoknow เป็นปรากฏการณ์หนึ่งที่ผมมองว่าน่าสนใจมากที่รวมเอาผู้ที่สนใจเรียนรู้ มาร่วมเขียนบันทึก แลกเปลี่ยนความรู้อันเป็น Tacit Knowledge ใช้พื้นที่เสมือนเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยน ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์(Interactive Learning) ในโอกาสที่มีอยู่ หากแต่ความรู้ที่นำมาแลกเปลี่ยนเป็นความรู้ที่มีชีวิต เจือด้วยสายใยมิตรภาพที่ปะปน ตรงนี้เองทำให้รู้ว่า สมาชิกแต่ละท่านเก่งด้านไหน หากเรานำมาทำเป็นระบบข้อมูลทั้งประเทศ ทุกคนจะได้ภาคภูมิใจว่าความเก่งความถนัดของตนได้ไปปรากฏในระบบข้อมูลกลางของประเทศไทย

ได้มีโอกาสพูดคุยกับสมาชิก Gotoknow 2-3 ท่านเกี่ยวกับเรื่องนี้บางแล้ว อาจเป็นเป็นเพียงส่วนเดียวเมื่อเทียบกับผู้รู้ทั้งหลายที่อยู่ทั่วประเทศ หวังใจว่าHuman mapping ของสมาชิก Gotoknow น่าจะเป็นแบบอย่างในการขับเคลื่อนพลังแห่งจิตสำนึกในสังคมไทยได้ดี