ถอยก้าวหนึ่งฟ้าสวยทะเลใส

    

       คนเรายามมีกินอิ่มท้องปากก็เริ่มร้องเริ่มพล่าม บางทีก็เข้าหูบ้างเคืองหูบ้าง ทำงานด้วยกันบางทีอยากก็รำคาญเสียงนินทาข้างหูไม่รู้เอาอะไรมาเล่าบ้างเริ่มตั้งแต่งานเยอะใครก็ไม่ทำช่วย หัวหน้าก็ลำเอียง เมื่อคืนไปงานก็โดนแกล้ง ถ้าสนุกก็บ่นไปอีกแบบเช่นเมื่อคืนสนุกม๊ากๆ ร้องเพลงสามทุ่มถึงหกทุ่มก็ไปงานด้วยกันอยู่ไม่รู้พูดทำไม บางคนทำอะไรได้สำเร็จเล็กๆน้อยๆก็เก็บมาโม้โอ้อวดอวด...คนเรานี้ดีใจก็บ่น(พูดมาก) เสียใจก็บ่น ไม่รู้ว่าบ่นแล้วร่ำรวยขึ้นไหม...นั่งฟังอยู่นาน ทำให้คิดถึงนิทานเกี่ยวกับการชนะแล้วลืมตัวเรื่องหนึ่ง เรื่องมีอยู่ว่า :-

             มีไก่ผู้สองตัวตีกันอยู่พักใหญ่เพราะแย่งตัวเมียและเพื่อสร้างอาณาจักร อยากครอบครองบริวารไก่เมียทุกตัวแหละ เมื่อมีสองตัวก็ต้องมีการประลองยุทธในที่สุดตัวหนึ่งก็แพ้แล้ววิ่งหลบหนีเข้าเล้า ตัวชนะนำไปจิกอีกไก่ตัวที่แพ้ร้อง ฮ๊อกๆๆ วิ่งออกมาไปไหนตัวที่ชนะก็ตามจิกตีเป็นนานสองนาน อีกตัวร้องขอชีวิต อีกตัวจิกตีเต๊ะๆ ถ้ามันทำจรเข้ฟาดหางหรือหักนวมไอยราได้เหมือนคนก็คงทำให้หนำใจในฐานะเป็นผู้ชนะ   เจ้าของไก่รำคาญจึงจับค้อนขว้างไปด้วยความโมโหฆ้อนโดนคอไก่ตัวชนะหัก ไก่ตายดิ้นผลักๆแล้วสิ้นฤทธิ์ เมื่อไก่ตายวิธีที่ดีที่สุดคือนำมาเป็นอาหาร เพราะไก่ตายยังกินได้ ทำเป็นอาหารได้หลายอย่างต้มอร่อย ส่วนไก่ตัวที่แพ้ก็ออกมาจากที่ซ่อนแล้ว แสดงอาการกลัวมองดูหน้าดูหลังเมื่อไม่เห็นอีกตัวเพราะเจ้าของจับมาลวกน้ำร้อนต้มเป็นอาหารแล้ว แม้ใจหนึ่งเจ้าของไก่เสียดาย แต่มันรังแกไก่เล้าเดียวกันเลยโมโห ต่อไปไอ้ตัวที่แพ้ดูแลฝูงไก่ต่อไปเจ้าของไก่รำพึงในใจพร้อมความเสียดายในความผิดที่โมโหง่าย...

             ในชีวิตคนเราก็คล้ายๆไก่ คนที่ประสบผลสำเร็จบนการเบียดเบียนคนอื่นแล้วได้ความชัยชนะมา อาจยังไม่พอใจ ยังจะตามไปฆ่าแกงกันเพื่อแสดงความมีกำลังมีอำนาจ ให้ฝ่ายที่แพ้ร้องขอชีวิตเหมือนไก่ตัวที่แพ้กระมัง  ในชีวิตจริงคนเราก็คล้ายๆกัน คนที่ประสบผลสำเร็จมักจะถูกจับจ้องดูจากสายตาของประชาชนหลายดวงหลายคู่

      ดังนั้น เมื่อเป็นใหญ่ควรอ่อนน้อมถ่อมตนเข้าไว้ จะทำให้อยู่ได้นานและจะมีคนรักมาก มีคนชังน้อยถึงน้อยที่สุด ถ้าเราทำตรงข้ามคือเมื่อชนะแล้วหากเย่อหยิ่ง จองหอง ก็พร้อมที่จะมีคนเขาหมั่นใส้ คอยจ้องทำลายให้เราได้พบกับเคราะห์กรรมได้ง่ายเช่นเดียวกัน