ปัจจุบันมีผู้ประกอบการทางสังคมที่ได้รับคัดเลือกเป็นอโชก้าเฟลโลว์แล้ว กว่า ๒,๕๐๐ คน ใน ๖๐ ประเทศทุกทวีปทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการทางสังคมชาวไทยจำนวน ๘๘ คน

   ฟ้าเริ่มสาง แสงสว่างสาดมาจากทางทิศตะวันออกมากขึ้นเรื่อย ๆ หมอกหนาที่ปกคลุมพื้นที่ค่อย ๆ จางลง

   ผมยืนหันหลังให้พระอาทิตย์ มองตรงไปด้านหน้า ภาพภูเขาทะมึนเริ่มปรากฏแก่สายตา จนกระทั่งแจ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ

   “ดอยหลวง” เชียงดาว คือภาพที่ผมมองอยู่ในขณะนั้น

   ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไล่ความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากการอดหลับอดนอนขับรถทั้งคืนจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงดาว มลายสิ้นไป

   ดอยหลวง ที่ประทับของ “เจ้าหลวงคำแดง” เข้มขลัง ดูศักดิ์สิทธิ และยิ่งใหญ่มาก ๆ

   ผมยืนสงบนิ่งอยู่ข้างลำห้วยแม่ก๊ะ ในค่ายเยาวชนอนุรักษ์ดอยหลวง บ้านยางปูโต๊ะ ม.๖ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว แสดงความนอบน้อมเขาหลวงและคารวะบูชาเจ้าหลวงคำแดง


ฉากเบื้องหลัง อาคารฝึกอบรมในค่ายฯ คือดอยหลวงเชียงดาว
(ภาพจาก
http://doichiangdaocampingsite.com)

   ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ดอยหลวง ก่อตั้งโดย พี่นิคม พุทธา มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสถานที่ให้กลุ่มเด็กเยาวชน ได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับ ธรรมมะ ธรรมชาติ และวิถีชีวิต โดยมุ่งเน้นที่จะรวบรวมองค์ความรู้ของคนรุ่นก่อน ในเรื่องการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าชุมชน ทรัพยากรน้ำ การเกษตรแบบธรรมชาติ เพื่อการพึ่งตนเองของคนชนบท และการรักษาวิถืชีวิตของชนเผ่าที่หลากหลาย (ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ครับ)

 

   ตั้งแต่เมื่อวาน (๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒) สถานที่แห่งนี้ เป็นที่พบปะพูดคุยของผู้ประกอบการทางสังคม อโชก้าเฟลโลว์ กว่า ๓๐ ชีวิต ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ ซึ่งเหตุการณ์เช่นมีไม่บ่อยนัก

   “อโชก้า” เป็นองค์กรประชาสังคม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๒๓ มีสำนักงานใหญ่อยู่ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา มีภารกิจในการค้นหาและสนับสนุนบุคคลที่ทำงานเพื่อสังคม (ผู้ประกอบการทางสังคม) ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีวิสัยทัศน์ มีความมุ่งมั่นในการหาวิธีการใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและยืนหยัดในการปฏิบัติจนเกิดผล

   โดยจะพิจารณาและทำการคัดเลือกบุคคลเหล่านี้เป็น “อโชก้าเฟลโลว์” ให้ทุนสนับสนุนค่าครองชีพในระยะหนึ่งถึงสามปีแรก ให้บริการทางด้านวิชาการ ตลอดจนสร้างเครือข่ายอโชก้าเฟลโลว์ทั่วโลก เพื่อสนับสนุนให้อโชก้าเฟลโลว์ประสานงานและร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสังคม อย่างไม่จำกัดความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมหรือประเด็นในการทำงาน

   ปัจจุบันมีผู้ประกอบการทางสังคมที่ได้รับคัดเลือกเป็นอโชก้าเฟลโลว์แล้ว กว่า ๒,๕๐๐ คน ใน ๖๐ ประเทศทุกทวีปทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ประกอบการทางสังคมชาวไทยจำนวน ๘๘ คน

   (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อโชก้า ได้ ที่นี่  และ ที่นี่ ครับ)

   พี่ “นิคม พุทธา” ผู้ก่อตั้ง “ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ดอยหลวง” ก็เป็นอโชก้าเฟลโลว์ คนหนึ่งครับ และผมในฐานะสมาชิกหางแถว ก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมเช่นเดียวกัน

   การประชุมกำหนดขึ้น ๔ วัน คือ วันที่ ๑๙ – ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๒ นอกจากจะเป็นการพบปะพูดคุยกันในกลุ่มสมาชิกอโชก้าเฟลโลว์ในประเทศไทยแล้ว โอกาสเดียวกันนี้ยังเป็นการให้การต้อนรับสมาชิกใหม่อีกด้วย

   บนอาคารซึ่งใช้เป็นที่พูดคุย ดูไปคล้ายกับศาลาการเปรียญในวัด หลังคาสูงโปร่ง ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดีพอ ๆ กับหอบเอาลมหนาวจากภายนอกเข้ามาภายในแล้วพัดเลยออกไป ผมเห็นร่องรอยการต้อนรับสมาชิกใหม่ด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญ บายศรีเย็บด้วยกระทงอย่างประณีตบรรจง ข้าวของประกอบพิธียังวางอยู่บริเวณกลางอาคารประชุม