ชุมชนเข้มแข็ง

  ใกล้ปีใหม่เข้ามาทุกที ใครก็ปรารถนาให้ปีใหม่ เป็นปีของความสมหวัง อีกครั้ง และก็ห้ามไม่ได้ ที่เราจะตั้งใจเช่นนี้กันทุกปี ๆ เพราะความหวังย่อมสร้างพลังแห่งการต่อสู้ชีวิตได้เสมอ

 เรื่องที่จะบันทึกในวันนี้ อาจเมือนเป็นเรื่องที่ออกแนวลบ แต่ตัดสินใจบันทึกไว้ ในช่วงนี้ ก็เพียงเพราะหวังว่า ปีหน้าฟ้าใหม่ สิ่งดีๆก็คงจะได้เกิดขึ้น และเรื่องนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องบวก ลำดับต้นๆของปีด้วยค่ะ

 ผู้เขียนรับราชการมานาน เคยไปเยี่ยมข้าราชการผู้เกษียณหลายท่าน สิ่งหนึ่งที่ได้ฟัง ได้ยินจากปากข้าราชการผู้มีคุณค่าเหล่านั้น แล้วรู้สึกประหลาดใจ ทำไมท่านมามีความกล้าหาญ เปิดเผย สิ่งที่เก็บงำมาตลอดชีวิตการทำงาน ทำไมท่านไม่พูดเมื่อครั้งอยู่ในราชการ เพราะบางเรื่องก็น่าเสียดายเวลา กับการที่ปัญหาน่าจะได้รับการแก้ไขไปแล้ว หรือบุคคลที่กระทำสิ่งที่บั่นทอนกำลังใจคน สังคมก็น่าจะรับรู้ไปแล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะพูดกัน ในวันหลังเกษียณ...

  เหตุเพราะรับราชการมานาน ในความหมายของผู้เขียนในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะขอความดีความชอบ หรือเป็นขุมปัญญาให้ใครๆ แต่เหตุเพราะรับราชการมานานนี้เอง ทำให้ได้รับรู้ เรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย และบางเรื่องผู้เขียนอยากจะขอพูดก่อนถึงวันเกษียณเหมือนคนอื่นๆ

 งานชุมชนเป็นความรู้สึกรับผิดชอบ และชอบมากๆในชีวิตการทำงาน อาจเพราะเป็นคนชนบท อาจเพราะครูบาอาจารย์ท่านตอกย้ำ และอาจเป็นเพราะการสัมผัสด้วยใจ ขณะทำงานในชนบทมาตลอดว่า ชุมชนต้องเข้มแข็งกว่านี้

 ข้าราชการเป็นผู้ที่ชาวบ้าน จะยอมให้เป็นผู้นำของเขาเสมอ ไม่ว่าจะพูด จะนำนโยบายอะไรมา ก็ดูจะเห็นดีเห็นงามไปด้วย ให้ทำอะไรก็ทำ แม้บางเรื่อง กลับทำให้ชาวบ้านทุกข์ใจมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

 หลายครั้งจึงได้ยินชาวบ้านพูดในวันประชุมว่า สุดแท้แต่ท่านเถอะ เอาไงเอากัน บอกมาเถอะ

 อาจเป็นเรื่องน่ายินดี ที่โครงการต่างๆในปีนั้น จะดำเนินไปอย่างง่ายดาย แต่สำเร็จ หรือประโยชน์ถึงชาวบ้านไหม บางครั้ง ก็หาคำตอบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่สั่งต่อๆกันมา ปีหน้า ก็มีเรื่องไม่ต้องคิด มาให้ทำเหมือนเดิม หลายครั้ง ทั้งข้าราชการและชาวบ้าน ที่อยู่ใกล้ชิดกัน ก็กลายเป็นหุ่นยนต์เหมือนๆกัน

 วันหนึ่ง ก็มีนโยบายสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง ให้ชาวบ้านคิดเอง ทำเอง แก้ไขปัญหาเอง และยังคาดหมายถึงให้ชาวบ้าน มาช่วยข้าราชการทำงานด้วย มาช่วยกันดูแลสถานที่ราชการ เรียกว่าช่วยกันพัฒนาชุมชน เป็นเรื่องน่ายินดีมาก โดยเฉพาะหมออนามัย เพราะครอบครัวของหมอ ก็คือครอบครัวหนึ่งในชุมชนนั่นเอง ได้พัฒนาที่ถึงตัวเสียที

 ไม่นึกว่าวันหนึ่งเมื่อชุมชนเข้มแข็ง กลับทำให้คนบางกลุ่มผิดหวัง และต่อต้าน รวมถึงข้าราชการบางคนด้วย บางคนฆ่าความคิด ความตั้งใจของชาวบ้าน อย่างไม่น่าเกิดขึ้น

 และเรื่องราวที่จะเล่าในบันทึกต่อไป เป็นหนึ่งในเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น ในชุมนที่ผู้เขียนดูแลอยู่ และก็ปัญหานี้ ก็จะทอดยาวต่อไปจนถึงปีหน้า เพราะการผัดผ่อนคลี่คลาย ก็รอมาจนจะถึงวันหยุดทำงานอีกแล้ว เชื่อว่า สัปดาห์หน้า ก็ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม สำหรับแก้ไขปัญหานี้อีกเช่นเดิม

หวังว่านะ หวังว่า จะเป็นเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ที่มีความคิดสร้างชุมชนเข้มแข็ง จะไม่ท้อแท้อีกต่อไปด้วย