ลงคนที่ต่างมีใจให้สังคมได้จับมือกันพร้อมทั้งรู้ว่าใคร มีดีอะไร แล้วละก็ ที่ว่ายากก็จะง่าย ที่ว่าช้าก็จะเร็วขึ้นอย่างเหลือเชื่อ

   น้อง จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร พูดถึงเรื่อง  human mapping  ไว้ที่  บันทึกนี้  อ่านแล้วคิดถึงอุปสรรคอันเกิดจากเรื่องที่เคยเป็นสิ่งดี คือการ ยกท่าน ข่มตน  สิ่งนี้จะเป็นปัญหาตรงไหนลองดูได้จากความเห็นที่ผมไปแสดงต่อท้ายไว้ ดังนี้ครับ ...

P
Handy
เมื่อ อา. 13 พฤษภาคม 2550 @ 22:27 [259386]

มาไม่บ่อย แต่ใจอยู่ไม่เคยไกลครับ
     ชื่นชม เชื่อมั่นในสิ่งที่น้อง คิด พูด ทำเสมอครับ เพราะมีฐานสำคัญคือ "รักผู้อื่น"  สิ่งนี้คือเครื่องประกันว่าทางที่เดินไปจะมีแต่การสร้างสรรค์ครับ
    เรื่อง human mapping นี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะจะมีคุณค่ามหาศาล  ลงคนที่ต่างมีใจให้สังคมได้จับมือกันพร้อมทั้งรู้ว่าใคร มีดีอะไร  แล้วละก็ ที่ว่ายากก็จะง่าย ที่ว่าช้าก็จะเร็วขึ้นอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะครับ
    ที่เห็นจะเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งก็คือ ค่านิยมการถ่อมตน .. ผมว่ามันดีในมุมหนึ่ง  คือทำให้คนไม่ดูถูกดูแคลนกัน ยกท่าน ข่มตน  นั้นดีแน่ เพื่อความสงบสุขในการอยู่ร่วมกัน  สังคมญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ชัดมากในเรื่องนี้  แต่ถึงคราวที่จะต้องบอกออกไปว่า เราเก่งอะไร  ทำอะไรได้ดี มีประสบการณ์สูงด้านใดบ้าง เพื่อที่จะได้ช่วยกันใช้ศักยภาพเหล่านั้นให้ได้มากและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองการ "รักผู้อื่น" ผมว่าต้องบอกกันตรงๆได้แล้ว  ไม่ต้องกลัวใครว่า ขี้โม้ โอ้อวด  เมื่อบอกว่าเก่งอะไร  ถนัดอะไร แล้ว ก็ตามด้วยสิ่งที่ไม่ถนัด หรือแย่เอามากๆ เพื่อเป็นตัวแก้เขินด้วยก็ได้ .. เพราะไม่มีใครเก่งทุกเรื่องอยู่แล้ว .. ผมเองพร้อมจะบอกแบบไม่เกรงใจว่าเก่งอะไร และด้อยอะไร เพื่อใครต่อใครจะได้ใช้ประโยชน์จากตัวผมได้สะดวกและไม่ผิดเพี้ยนครับ