วันนี้..ทำงานตั้งแต่มึดจนมึด...

ใครรู้จักครูอ้อยดี  ก็จะรู้ว่า..ประโยคที่นำหน้ามานี้หมายถึงอะไร   

แต่ชื่อเรื่องนี่สิ  มามีความหมายคล้อยตามหรือเปล่านา..

เรื่องมันมีอยู่ว่า   สามวันที่ผ่านมา..ครูอ้อยไม่อยู่โรงเรียน  เพราะไปทำภารกิจ...ปฏิบัติการการจัดการความรู้ สพท.กทม.เขต2 .....ปฏิบัติการการจัดการความรู้ สพท.กทม.เขต2 (2).....ปฏิบัติการการจัดการความรู้ สพท.กทม.เขต2 (3) .....ปฏิบัติการการจัดการความรู้ สพท.กทม.เขต2 (4) .....กำลังอบรมการใช้โปรแกรมการสอนภาษาอังกฤษ.....การอบรมการใช้โปรแกรมภาษาอังกฤษ.....

โรงเรียนก็ปกติดีหรอกค่ะ    โรงเรียนไม่เคยมีปัญหา  มีแต่คนค่ะ..คนเอาปัญหามาให้โรงเรียน  

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่..ไม่น่าเกิดขึ้นสำหรับคนที่มีความคิด  มีสมองที่เอาไว้คิด...

คนเรานี่นะคะ  มีสิทธิเท่าเทียมกัน  ทั้งทางความคิด  และการกระทำ 

หากก้าวก่ายกันมากนัก  ก็มักจะเกิดเรื่องไม่ดี  รังแต่จะทะเลาะเบาะแว้งไปเสียเวลาเปล่าๆ  

ครูอ้อยทำงานจนมึดไปเลย  ตอนที่เขียนบันทึกอยู่นี้  ยังไม่กลับบ้านเลย  

งานเกือบเสร็จแล้วล่ะ  แต่หากไม่ได้เขียนบันทึกนี้  เหมือนจะขาดอะไรไปนะ...

ครูอ้อยเคยเกริ่นในบันทึกมานานแล้วที่...  พูดเรื่อง...เป็นครูดีเด่นได้อย่างไร   ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง  เชิญครูอ้อยไปพูดบรรยายในหัวข้อ   เป็นครูดีเด่นที่ดีได้อย่างไร 

ครูอ้อย  เตรียมการไว้อย่างดี  เมื่อวานนี้ครูอ้อยไปอบรมการใช้โปรแกรมการสอนภาษาอังกฤษ  จึงไม่อยู่โรงเรียน...

มีครูคนหนึ่งที่ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร  แต่...ตัดสินใจ  ...เลื่อนและบอกปัดไป..ว่า..ครูอ้อยไม่ว่างที่จะไปงานนี้  ทั้งๆที่ครูอ้อยนัดกับทางมหาวิทยาลัยแห่งนั้นไว้แล้ว...

ครูท่านนี้..ไม่ได้ถามไถ่ครูอ้อยเลย..กลับถืออภิสิทธิ์...  แค่ฝ่ายบริหารให้รักษาการแทนท่านเท่านั้น..แต่ไม่ได้หมายความว่า...จะมาตัดสินใจในงานส่วนตัวของใครในโรงเรียน 

โดยเฉพาะครูอ้อย..ได้รับโทรศัพท์จากทางมหาวิทยาลัยว่า...บอกปัดไม่ไปให้แล้วทำไมไม่บอกล่วงหน้า...

ครูอ้อยก็เลยเรียนตามความจริงกับท่านคณบดีว่า...ครูอ้อยถูกกลั่นแกล้ง 

จนป่านนี้ครูคนนั้นก็ไม่มาบอกครูอ้อยว่า...ได้ทำอะไรลงไป...

แบบนี้..ครูอ้อย..ไม่ควรเอาไม้สั้นไปรัน....เอ้อ...ขี้..ใช่ไหมคะ