·      หลังจาก เข้ารับการผ่าตัด ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2550 และพักอยู่กับบ้านด้วยความสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเพื่อให้แผลหายไวๆ

·      ระหว่างลาประมาณ 1 เดือน ก็ได้ทำงานของคณะทันตแพทยศาสตร์ มข บ้างโดยเปิดเข้าระบบอินเตอร์เน็ตและทำงานเกี่ยวกับ e-office ติดต่อคนในคณะฯผ่านทางเอกสาร ไม่ได้ค่อยได้พบปะพูดคุยกับใครๆนัก ยกเว้นบางวันที่ยกหูโทรศัพท์ถามไถ่กันบ้าง

·      นอกจากงานที่คณะฯ อีกงานหนึ่งที่ทำได้เป็นชิ้นเป็นอันก็คือ การถักโครเชต์ เป็นกระเช้าสำหรับหิ้วขันใส่บาตร 1อัน และสใบ 1 ผืน 

·      หลังจากนั้น ไปทำงานวันแรก เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550  โดยยังไม่กล้าขับรถไปทำงานเอง เพราะใครๆขู่เอาไว้ว่าไม่ให้ขึ้นลงบันใด ไม่ให้ยกของหนัก ไม่อย่างนั้น แผลข้างในจะไม่หาย

·      ในวันแรกของการกลับไปทำงาน จึงถือได้ว่าความสดชื่น แปลกใหม่กับเพื่อนร่วมงาน เรื่องราวต่างๆ ถึงแม้จะเดินเหินอย่างช้าๆ ซึ่งถูกเพื่อนๆในที่ทำงานแซวว่าเดินอย่างนางสาวไทย และเนื่องจากความรู้สึกแปลกใหม่ ทำให้ทำงานอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เวลาผ่านไปเร็วมากๆ หมดเวลาทำงานโดยไม่ทันรู้ตัวเลย วันนั้น

·      หลังจากนั้นก็หยุด เสาร์อาทิตย์ได้พักอีก 2 วัน

·      เมื่อวานยังคงให้น้องชายไปส่งที่ทำงานเช่นเดิม และทำงานแบบลืมตัวเดินเหินเร็วขึ้น ลงบันไดอย่างลืมตัวที่จะระวังเวลาก้าวเดิน ทำให้เมื่อกลับถึงบ้านในตอนเย็น รู้สึกตึงๆข้างในท้องน้อย

·      มาวันนี้ เนื่องจากมีการประชุม ในตอนเช้า เดินขึ้นบันไดแบบช้าๆได้ถึง  4 ชั้น  เช้าเป็นการประชุมปรึกษา หารือ เรื่องการหางบประมาณสำหรับจ่ายเป็นค่า ตอบแทนเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุข (พ.ต.ส.) สรุปว่า อาจต้องนำเสนอที่ประชุมคณบดีเพื่อพิจารณาเงินรายได้มาสำรองจ่ายก่อนที่กองแผนงานจะของบประมาณจากราชการในปีถัดๆไป

·      ตอนบ่ายก็ยังคงประชุมอีก เป็นการประชุมคณะกรรมการเกี่ยวกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง

·      ไว้จะมาเล่าสู่กัน ขอค้างไว้ก่อน นะคะ ดึกมากแล้ว