ลึกเข้าไปมากขึ้น ความหนาทึบของป่าก็มีมากขึ้น ร่มเย็นและกิ่งก้านไม้ใหญ่บดบังแสงแดดให้อยู่เบื้องบนโน้น ผู้อยู่เบื้องล่างจึงเป็นชีวิตที่อาศัยสิ่งแวดล้อมแบบนี้เจริญเติบโต สร้างความหลากหลายท่ามกลางสรรพชีวิตที่แตกต่างกันแต่พึ่งพากัน

การเข้าป่าที่มีความสมบูรณ์เราก็พอจะเดาสถานการณ์ออกได้ว่าน่าที่จะพบอะไรบ้าง เข้าป่าก็ต้องพบต้นไม้และสัตว์ป่านานาชนิด เราคนเมืองก็ตื่นเต้นเป็นธรรมดาที่ต้องพบสิ่งแปลกใหม่ในป่าตลอดทางที่เดิน อันต่างจากชีวิตประจำวันที่จำแจของเรา   

แค่เดินเพียงครึ่งชั่วโมงจากสำนักสงฆ์ถ้ำน้ำรินเราก็พบต้นไม้ใหญ่มาก ผู้ใหญ่บ้านนาหลักบอกว่านี่เป็น บาก หรือ กระบากพวกเราพบว่าที่โคนต้นมีโพรงและมีควันไฟกรุ่นอยู่ ทั้งๆที่รอบๆบริเวณนั้นไม่มีไฟไหม้เลย และเมื่อคืนที่ผ่านมาก็มีฝนตก ชาวบ้านบอกว่า นี่คือการล่าสัตว์ และสัตว์ที่ล่าคงจะเป็น ตัวแลน    

ปกติเมื่อตัวแลนเห็นคนก็จะหนีเข้าโพรงไม้หรือขึ้นต้นไม้สูงๆ เพื่อพาชีวิตหนีรอดจากการล่า ชาวบ้านอธิบายต่อว่า ผู้ล่าคงคิดว่า ตัวแลนเข้าโพรงต้นบากต้นนี้จึงจุดไฟเข้าโพรงเพื่อไล่แลนให้หนีออกมา ก็จะดักจับ  แต่ต้นบากต้นนี้โพรงไม่ทะลุถึงยอดไม้  ผู้บันทึกถามว่า..เอ้า..รู้ได้อย่างไรว่าโพรงไม่ทะลุถึงยอดไม้ ชาวบ้านอธิบายว่า ก็ดูที่ยอดสิครับ หากโพรงทะลุยอดควันไฟก็ต้องออดที่ยอดด้วย  นี่ไม่มีควันไฟ แสดงว่าโพรงตัน..?? หายโง่ไปเลย..  

สหายเด่น อธิบายบ้างว่าชาวบ้านคงเผาไฟในโพรงสักพักแล้วไม่เห็นมีตัวแลนโผล่ออกมาจึงมั่นใจว่าตัวแลนไม่ได้เข้าโพรงไม้นี้ ตัวแลนต้องไต่ขึ้นยอดไม้แน่เลย ผู้ล่าไม่ลดละความพยายามไปตัดไม้มาทำเป็นบันไดพาดขึ้นไปจนถึงยอดไม้ 

เข้าใจว่าตัวแลนคงหนีเอาชีวิตรอดไต่ขึ้นไปสูงสุด ผู้ล่าก็ต้องใช้วิธีจุดไฟลนอีกครั้งหนึ่ง  มีร่องรอยไฟไหม้บนยอดต้นบากนี้ ในที่สุดผู้ถูกล่าคงทนไฟไม่ไหวต้องสละชีวิตเพื่อชีวิตอื่น....อันเป็นวิถีของสัตว์ป่าและคนที่พึ่งพาป่า...  

ชาวบ้านไปตัดใบไม้มาอุดโพรง บางคนเอาเศษท่อนไม้ขุดดินรอบๆให้ร่วนแล้วกอบเอาไปอุดโพรงอีกทับหนึ่งสักพักควันไฟก็หยุดนิ่ง ดับสนิท  

ผู้บันทึกถือโอกาสให้ชาวบ้านลองโอบรอบโคนไม้บากดูว่าใหญ่โตแค่ไหน ได้สามคนครึ่งครับ มันใหญ่โตมากพอที่เราจะไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก  หากสังเกตระหว่างทางเดินไม้ใหญ่ขนาดนี้จะมีประปรายทั้งนี้เพราะว่าเป็นไม้ที่หลงเหลือจากการสัมปทานป่าเมื่อหลายสิบปีก่อน ไม้ส่วนใหญ่ที่เห็นเป็นป่ารุ่นใหม่ที่ฟื้นตัวขึ้นมาในช่วง30-20 ปีมานี้เอง ถามว่าทำไมยังมีไม้ใหญ่เช่นนี้หลงเหลืออยู่ ชาวบ้านบอกว่า เพราะมันไม่สวย ที่ไม่สวยเพราะมันเป็นโพรง เนื้อไม้ที่ได้จะไม่สวยและจะได้ไม้ไม่กี่ท่อน...??

เราเห็นร่องรอยการทำไม้ของชาวบ้าน ที่สหายเด่นกล่าวว่า ชาวบ้านคงมาเอาไปสร้างบ้าน ไม่ใช่การทำไม้ขาย  สังเกตว่าเขาเอาไปเท่าที่เอาไปได้ ยังมีส่วนเหลือทิ้งไว้ เพราะคงพอแล้ว หรือไม่สามารถเอาไปได้อีกแล้ว  หากเป็นการค้าผู้สั่งซื้อจะเอาไปหมดสิ้นไม่เหลือเศษใหญ่ขนาดนี้หรอก... 

ลึกเข้าไปมากขึ้น ความหนาทึบของป่าก็มีมากขึ้น ร่มเย็นและกิ่งก้านไม้ใหญ่บดบังแสงแดดให้อยู่เบื้องบนโน้น ผู้อยู่เบื้องล่างจึงเป็นชีวิตที่อาศัยสิ่งแวดล้อมแบบนี้เจริญเติบโต สร้างความหลากหลายท่ามกลางสรรพชีวิตที่แตกต่างกันแต่พึ่งพากัน 

นานแล้ว อย่างน้อยก็เป็นปีที่ผู้บันทึกไม่ได้เข้ามาในป่าใหญ่แบบนี้ พื้นผิวมีแต่ใบไม้ที่คลุมดินให้อุดม ดูเหมือนปีที่ผ่านมาจะไม่มีไฟป่าเข้ามา ร่องรอยฝนที่ตกทำให้ชุ่มชื้น หล่อเลี้ยงชีวิตอันหลากหลาย

 ไม้มะค่าสูงใหญ่ แผ่กิ่งก้านออกไปปกป้องชีวิตเล็กๆเบื้องล่าง และตัวเองก็ปลดเปลื้องเมล็ดออกมาเพื่อสืบเผ่าพันธุ์และความยิ่งใหญ่ต่อไป  

ตราบเท่าที่ไม่มีมนุษย์ไปเข่นฆ่าเขาก็จะแสดงพลังของป่าที่ยังประโยชน์แก่ผู้ห่างไกลความจริงนี้..