ปรัชญาและศาสนา

ผู้สนใจห้องสมุดหรือใช้ห้องสมุดอยู่เสมอคงจะรู้ว่า ระบบของการจัดเก็บหนังสือในห้องสมุดทั่วไปนิยมอยู่ 2 แบบ คือ แบบทศนิยมของดิวอี้ และแบบรัฐสภาอเมริกัน ซึ่งทั้งสองแบบนี้ แบบทศนิยมของดิวอี้จะใช้ตัวเลขเป็นหลักในการกำหนดหมวดหมู่หนังสือ โดยเริ่มตั้งแต่ หลัก 0 จนกระทั้งถึงหลัก9 ฟังเขาเล่ามาว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นดิวอี้มิได้กำหนดหลัก 0 ขึ้นมา ได้ใช้เพียงหลัก 1 ถึง 9 เท่านั้น ซึ่งตามแนวคิดของดิวอี้นั้น ท่านจินตนาการว่าปรัชญาเกิดขึ้นก่อนอย่างอื่น และศาสนาก็เกิดต่อมาจากปรัชญา และวิชาการด้านอื่นก็เกิดขึ้นตามลำดับ จนกระทั้งถึงหลัก 9 จะเป็นประวัติศาสตร์ซึ่งเกิดขึ้นมาเพื่อจารึกสิ่งก่อนๆ ไว้เพื่อศึกษาทบทวนเท่านั้นเอง....

จะกล่าวเฉพาะปรัชญาและศาสนา ดิวอี้คิดว่า มนุษย์ชอบสงสัยเรื่องต่างๆ เมื่อสงสัยก็คิดไป พยามแสวงหาคำตอบเหล่านั้น คำตอบที่ได้มา เรียกว่าความเชื่อ และดำเนินชีวิตไปตามความเชื่อเหล่านั้น ...แต่ต่อมา เมื่อมนุษย์รุ่นหลังสงสัยในความเชื่อเดิมๆ ก็คิดและแสวงหาคำตอบอีกครั้ง เพื่อจะพิสูจน์ว่าความเชื่อเดิมๆ นั้นถูกต้องหรือไม่ หรือเพื่อคนหาคำตอบใหม่ๆ และคำตอบใหม่ๆเหล่านี้ก็จะกลายเป็นความเชื่อใหม่ๆ มนุษย์ก็จะอาศัยความเชื่อใหม่ๆ เหล่านี้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตสืบต่อไป ..ต่อมา มนุษย์อีกรุ่นก็เกิดความสงสัย อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ...ซึ่งความเป็นไปทำนองนี้เองที่เรียกกันว่า ปรัชญา ส่วนว่ามนุษย์สงสัยประเด็นใดบ้าง ข้อนั้นเป็นรายละเอียดของปรัชญาสาขาต่างๆ นั้นเอง ...สรุปได้ว่า ปรัชญาเกิดขึ้นเริ่มแรกที่สุดของมนุษย์ ดังนั้น ดิวอี้ จึงจัดปรัชญาไว้ในหลัก 1 หรือเรียกกันว่า หมวด100 และจะมีทศนิยมจำแนกออกไปอีกตามสาขาต่างๆ.

ส่วนศาสนา ดิวอี้บอกว่า ศาสนาก็คือความเชื่อที่แปรสภาพมาเป็นวิถีปฏิบัติของมนุษย์นั้นเอง กล่าวคือ พิธีกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากความเชื่อนั้นแหละจัดเป็นศาสนา.. โดยศาสนาแรกเริ่มเกี่ยวข้องอยู่กับธรรมชาติสิ่งรอบตัว เช่น สายน้ำ ไฟ ภูเขา ท้องฟ้า ต้นไม้ ฯลฯ เพราะสิ่งเหล่านี้ สามารถให้คุณให้โทษต่อมนุษย์ได้ .มนุษย์จึงต้องมีแนวทางปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านี้โดยคาดหมายว่า ถ้าทำอย่างนี้แล้ว สิ่งเหล่านี้จะให้คุณเพิ่มขึ้นและให้โทษน้อยลงต่อมนุษย์ ...ต่อมาวิถีปฏิบัติเดิมๆ ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป กล่าวคือบางอย่างก็อาจสูญหายไป บางอย่างก็อาจถูกสร้างขึ้นใหม่ และบางอย่างที่ยังคงอยู่ก็จะปรับสภาพไปตามความเหมาะสม ...เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตราบเท่าปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เรียกกันว่า ศาสนา ...เพราะศาสนานี้เกิดจากความเชื่อ ซึ่งความเชื่อนี้ก็คือคำตอบของสิ่งที่มนุษย์สงสัยนั้นเอง ...สิ่งที่มนุษย์สงสัยและคนหาคำตอบเป็นความเชื่อ เรียกว่า ปรัชญา และสิ่งที่ความเชื่อสร้างขึ้นเป็นวิถีปฏิบัติเรียกว่าศาสนา ดังนั้น ดิวอี้จึงจัดศาสนาไว้ในหลัก 2 หรือเรียกกันว่า หมวด 200 และจะมีทศนิยมจำแนกออกไปอีกเป็นสาขาต่างๆ ตามแนวคิดของวิชาการด้านศาสนาอีกครั้ง ....

ผู้เขียนจะอาศัยที่นี้นำเสนอสิ่งต่างๆ ด้านปรัชญาและศาสนาตามที่ได้เล่าเรียนมาบ้าง ฟังมาบ้าง นึกคิดเอาเองบ้าง โดยจะเสนอเป็นเรื่องราวไปเรื่อยๆ ตามที่จะตั้งหัวข้อไว้ และจะไม่เน้นเป็นวิชาการ ผู้ใดสนใจประเด็นใดก็คุยกันได้ในประเด็นนั้นๆ 

โดยความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์