สมัยที่ผมเริ่มเรียนปรัชญา(ในหลักสูตรปริญญาตรี)...ผมเริ่มคิดว่า... ที่จริงเราไม่ควรนับถือศาสนาใดเลย...
เพราะปรัชญาคือสุดยอดของความเชื่อแล้วครับท่าน...
ผมทำตัวคล้ายกับคนไร้ศาสนาปานฉะนั้น... จนกระทั่งพบเพื่อนคนหนึ่ง... เกิดอาการปุจฉาวิสัชชนาจนถึงขึ้นท้าทายกัน...
เพื่อนผมเชื่อว่า พุทธศาสนา คือสุดยอดของความเชื่อทั้งปวง....
ผมก็แก้ต่างว่า...อะไรเล่าจะเทียบได้กับความรักในความรู้...ความรักในความฉลาด...ความรักในปัญญา...
ปรัชญาต่างหากที่พาให้คนมุ่งสู่ความเป็นปัญญาชนอย่างแท้จริง...
วันนั้นเราโต้แย้งกันไม่มีที่สิ้นสุด...
เมื่อเรียนจบ...ผมจำใจต้องบวช....เพราะรับปากพ่อไว้ก่อนพ่อเสียชีวิต...
ผมบวช 21 วัน... พบเห็นแต่พระที่มิได้รักษาพระธรรมวินัยอันใดเลย(มีแต่ปมเท่านั้นที่พยามยามกระทำกิจของสงฆ์ให้ครบ 10 ประการ)...ยิ่งทำให้ผมเสื่อมถอยต่อการนับถือพระมากยิ่งขึ้น...
โดยเฉพาะหลวงพี่อ้วน(ที่ชอบเอาใบปริญญาจากศรีลังกามาอวดอ้าง)...ที่ตอบคำถามก่อนผมลาสึกว่า...ไฉนท่านจึงมิยอมลาสิกขาบทไปเสียล่ะท่าน...จะอยู่ให้ศาสนามัวหมองไปใย...(ก็ด้วยท่านมิเคยทำกิจของสงฆ์...ท่านรับดูแลพระใหม่ด้วยกลกามแห่งเพศราคะ...ท่านไม่เคยบิณฑบาตร...ท่านไม่รับกิจนิมนต์...ท่านรับดูดวง...แทงหวย...รวมทั้งจัดทัศนาจร...)
เขาตอบผมว่า...ถ้าเราสึกไปแล้ว...เราต้องไปปล้น ฆ่า ชิงทรัพย์...ท่านจะเห็นเป็นประการใด...
ผมได้แต่ปลงสังเวชแล้วครับ....
แต่โชคดียังเป็นของผม...เมื่อยามว่างในช่วง 21 วัน...ผมก็มีเวลาไปเปิดตู้พระไตรปิฎกอ่านอย่างเมามัน(ซึ่งภายหลังผมเสียดายโอกาสที่มิได้เลือกสถานที่บวชเพื่อปุจฉาวิสัชชนากับผู้รู้ท่านใดเลย)...
ผมเริ่มมองเห็นความคิดรวบยอด(Concept)ของพุทธศาสนา...เริ่มมองเห็นสิ่งที่พุทธองค์รู้แจ้งแล้วนั้น...หลังจากพุทธองค์ทรงตรัสรู้...ท่านมิได้ตรัสเรื่องใดที่ไม่เป็นความจริงเลย(มีแต่พระอริยะเจ้าทั้งหลายที่พยายามดัดแปลงเพื่อเป็นกุศโลบาย...จนห่างหายไปจากแก่นแท้...ตามที่ท่านพุทธทาสต้องการตัดทอนทิ้งเสียบ้างฉะนั้น)
ผมต้องเทศนาโปรดโยมแม่...จึงต้องศึกษาอย่างลึกซึ้งในธรรมเทศนา กัณฑ์ที่ต้องแสดงธรรม... ปฏิจจสมุทปบาท...ลามเลยไปถึงอิทธัปปัจยตา... นั่นต้องถือเป็นคุณแก่ผมอย่างยิ่ง(แม้ดูว่าโยมแม่จะมิอาจเข้าถึงรสพระธรรมอย่างถ่องแท้...ด้วยความด้อยในการแสดงปริศนาธรรม...และไม่มีตาทิพย์พอที่จะคาดการณ์ว่าควรใช้กุศโลบายใดในเทศนาบทนั้น)
ผมเริ่มนึกถึงเพื่อนเก่าของผมคนนั้น...เมื่อผมเรียนรู้เรื่องราวหลากหลายศาสนามากขึ้น...จนกระทั่งเกิดการปุจฉาวิสัชชนากับเหล่าชาวคริสเตียน(ที่อ้างตนว่าเป็นคริสแท้...กล่าวเช่นนี้เพราะผมคุยกับคริสนิกายอื่น ๆ แล้ว) ครั้งนั้นผมได้คำตอบสุดท้ายที่แตกต่างจากศาสนาคริสต์ที่เน้นการสอนเรื่องความรัก... ความเชื่อของเขา คือพระเจ้าอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างทุกแห่งหน(มีตัวตน) ต่างจากของเราที่ทุกสิ่งทุกอย่างไร้ตัวตน...มีแต่ความเป็นไปตามธรรม(ดาและธรรมชาติ)
ปรัชญาเป็นเครื่องมือให้เสาะหา(เมื่อพบแล้วก็มิใช่ปรัชญาอีกต่อไป)พุทธศาสนาคือความเชื่อที่แจ้งจริงแล้วพิสูจน์ได้(จึงมิใช่ปรัชญา)...เพียงแต่พิสูจน์รู้ได้ด้วยตนเพียงนั้น