ถึงจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน...พระอาจารย์ก็ยังอารมณ์ดีเป็นที่ตั้ง...

ควรนับได้ว่าเป็นพระที่ทำความประหลาดใจให้ผมตามสมควรทีเดียวครับ...

 

มีพระอธิการท่านนึงอยู่วัดส่วนร่มบารมี หนองตม พรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก... ท่านเคยไปอบรมเป็นวิทยากรพร้อมผม... วันแรกผมไม่เคยยกมือไหว้ท่านเลย(อาจเป็นเพราะยังมีนิวรณ์อย่างหนา)... ผมเริ่มแปลกใจที่ท่านสอนพระลูกวัดที่มาร่วมอบรมด้วยว่า... ระวังนะ อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าไปเที่ยวสั่งสอนใคร...อาจสะดุดขาโสดาบันล้มคะมำไม่เป็นท่าได้...อิอิ 

ผมแซวท่าน(จนได้ความรู้ใหม่ ๆ หลายเรื่อง...เช่น ใครนินทา ท่านก็ว่าเขาระลึกถึง...คำว่าวาสนาแปลว่าสันดาน...คนชื่อวาสนาอยากเปลี่ยนชื่อเลย...555) จนกระทั่งเสร็จสิ้นการอบรม ผมก็มีโอกาสผ่านไปแวะเยี่ยมเยียนที่วัดท่าน...

ผมยกมือไหว้ท่านครั้งแรก...ท่านว่า...โยมยกมือไหว้อาตมานั้น...อาตมามิขอรับไว้...(ผมงง)...หากอาตมารับไหว้โยมแล้ว...ฐิถิจะเกิดแก่อาตมา...(ผมยิ้ม)...

ถ้าเช่นนั้นผมขอใช้ใจไหว้พระอาจารย์ก็แล้วกัน...555

วัดของท่านเป็นวัดที่แปลกแตกต่างจากวัดอื่น อย่างน้อย 2 ประการ...

1. คือไม่มีรั้ววัด...กลายเป็นข้อปุจฉาวิสัชชนาของเราในวันนั้น... ทำไมวัดต้องมีรั้ว... กำแพงบางวัดสูงราวกับที่คุมขัง... (ขังใจตนเองยังไม่เพียงพอหรือกระไร...555)

2. วัดของท่านมีสัญญลักษณ์ของศาสดาทุกศาสนาในโบสถ์... ท่านวิสัชชนาว่า... ใยต้องกีดกันความเชื่อของผู้คนด้วยเล่า... หากเขาจะเชื่อถือนับถือสิ่งใด...ล้วนแล้วแต่จริตที่ตรงแท้... ใครก็บีบบังคับมิได้...

 

นับแต่นั้น...เราก็เป็นพันธมิตรเสวนาธรรมกันไม่ว่าจะพบปะกันที่ใด...