พยายามจะหาประเด็นมาเขียนบล็อกครับ แต่นึกไม่ออกเนื่องจากสมองมันตื้อไปหมด เพราะเมื่อคืนนอนดึกมาก เนื่องจากลูกสาวไม่สบาย มีไข้ทั้งคืน ก็เลยฟังการตัดสินคดียุบพรรคไป เช็ดตัวให้ลูกไป

 มาถึงที่ทำงานก็ยังไม่รู้สึกตัวครับ (ฮึ ฮึ) ก็เลยตัดสินใจไปชงกาแฟแก้ง่วงดีกว่า ปรากฏว่า กาต้มน้ำร้อนยังไม่ได้เสียบปลั๊ก ก็เลยเอ๊ะใจขึ้นว่า ทำไมวันนี้น้องๆ เจ้าหน้าที่จึงลืมต้มน้ำร้อน ประจวบเหมาะกับคำทักทายแรกของท่านผช.ฝ่ายบริหารเชิงแซวเล่นๆ ว่า ไม่ทานกาแฟหรือครับ ตอนนั้นก็นึกในใจว่า ไม่กินกาแฟทำไมพูดแบบแซว

คิดไปคิดมา คิดออกครับว่า วันนี้เป็นวันกียามุลลัยระดับมหาวิทยาลัย (คำว่า กียามุลลัย แปลตามตัวง่ายๆ ว่า ตืนมาตอนกลางคืน)

การกียามุลลัย คือ การลุกขึ้นมาจากที่นอนตอนดึก ประมาณตี 2-3 แล้วมาทำละหมาดครับ ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งสำหรับผู้ศรัทธาในศาสนาอิสลามปฏิบัติกันตามอัตภาพครับ (คือใครทำก็ดีไม่ทำก็ได้ แต่จริงๆ ควรทำ) กิจกรรมในครั้งนี้ต่างจากครั้งอื่นๆ ที่ผมเคยทำมาครับ เนื่องจากเป็นนโยบายของผู้บริหารที่ต้องการให้ทำพร้อมกันทั้งมหาวิทยาลัย ซึ่งเดิมแต่ละหน่วยงานก็ทำกันเอง เดือนละครั้ง (สำหรับศิลปศาสตร์ฯ)

แล้วเรื่องกียามุลลัยเกียวอะไรก็การต้มกาแฟล่ะ คำตอบคือ เพื่อให้การทำกิจกรรมดังกล่าวสมบูรณ์แบบขึ้น ก็จะมีการถือศิลอดสุนัต (อดอาหารตอนกลางวัน)ของวันพฤหัส ดังนั้นตอนเย็นวันนี้จึงเป็นการร่วมรับประทานอาหารเพื่อการละศิลอดกันครับ แล้วก็มีกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพของคนทำงานในองค์กรมุสลิม (มหาวิทยาลัยของเราเป็นมหาวิทยาลัยที่ทำงานเพื่ออิสลามในด้านการจัดการศึกษา คือการสร้างประชาชาติที่เข้าใจศาสนาและนำหลักความรู้เพื่อสร้างโลกที่สันติครับ)

ที่สำคัญคือ ผมลืมครับ ผมทานข้าวมื้อเช้าไปแล้ว และตอนนี้ก็เริ่มหิวมื้อเที่ยงแล้วด้วย

ทีแรกคิดว่าจะชดเชยความลืมของตัวเองด้วยการถือศิลอดในวันพฤหัสนี้ คิดไปคิดมาพฤหัสหน้าก็ลำบากอีกครับ เพราะสอนเลิกสองทุ่มที่ มอ. สรุปว่า เอาไว้โอกาสสะดวกแล้วจะถือศิลอดครับ

จริงๆ เรื่องของการถือศิลอดนอกจากจะเป็นเรื่องของบำรุงรักษาจิตใจแล้ว มันยังส่งผลให้เกิดสุขภาพที่แข็งแรงนะครับ ดังนั้นท่านศาสนฑูตจึงสนับสนุนให้มุสลิมถือศิลอดสัปดาห์ละสองวันคือวันจันทร์กับวันพฤหัสครับ(อันนี้ไม่บังคับ) แต่บังคับให้ถือศิลอดในเดือนรอมฏอนตลอดเดือนครับ

ออ. ถือตลอดหมายถึง อดอาหารเฉพาะกลางวันนะครับ

อึม ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอไปชงกาแฟก่อนนะครับ