ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาชีวาลัยอีสานทำงานด้านส่งเสริมศักยภาพของญาติร่วมแผ่นดินมากมายหลายกลุ่ม มีทั้งผู้นำชุมชน ข้าราชการ กลุ่มที่ทำงานภาคธุรกิจเอกชน ดาหน้าหิ้วกระเป๋ายกมือไหว้ ฝ้ายต้อนรับขับสู้บอกที่ทางวางกระเป๋า แล้วเข้ามาจะจ๋ากัน ในส่วนของภาคเอกชนเขาจะทำงานเป็นระบบ มีการประสานข้อมูลรอบด้าน ที่จำเป็นต่อการออกแบบกระบวนการฝึกอบรม ว่าเขาต้องการให้เกิดผลลัพธ์ในเรื่องอะไร วิธีคิด วิธีการ การบริหารความลังเลใจ หรืออะไรๆๆก็คุยกันล่วงหน้า ส่วนราชการจะไม่ยังงี้ ยกโทรศัพท์ฮัลโหลจะจ๋าเอายังงั้นเอายังงี้ ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่จะมาออกแบบร่วมกัน ผมเองก็ใช่จะเป็นเทวดาเนรมิตอะไรได้ ต้องการข้อมูลรอบด้านมาวางแผนเหมือนกัน วิธีทำงานจะต้องปรับระบบเข้าหากันพอสมควร
ช่วงนี้ผ่อนแรงได้มาก เนื่องจากมีนักศึกษาบูรณาการศาสตร์ มาปักหลักทำวิทยานิพนธ์ภาคสนาม ทั้งระดับปริญญาโท เอก 3-4คน เขาเหล่านี้มาเจอโจทย์ที่โลดเต้นออกมาจากชีวิตที่หลากหลาย ต้องัดประสบการณ์ที่มีอยู่ออกมาใช้จนเกลี้ยงหน้าตัก ไม่ว่าจะเป็นวิชาการ วิชาเกิน วิชาแก้ และวิชาเก๋า ต้องเร้าโรมกับปรากฏการณ์ที่ผุดพรายอยู่ตรงหน้า กลอนลำ คำสอย ต้องถอดถ้อยวลีและลีลา..
เมื่อคืนนี้เป็นการสรุปงานฝึกอบรมยกสุดท้าย ผมให้นโยบายทดลอง..ดึงเอาประสบการณ์ที่เป็นตัวตนของแต่ละคนออกมาสิ เท่าที่ผมแอบสังเกตมา3-4วัน คุณน้า คุณลุง คุณยาย พี่ป้า ทั้งหลายไม่ธรรมดาเลยสักคน อย่างน้อยบทบาทที่อยู่ในชุมชนของเขา ต้องมีของเด็ดของดีที่ยอมรับกันไม่น้อยหรอก คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนปูนนี้
เมื่อเราสร้างบรรยากาศที่สอดรับกับหัวใจที่ครื้นเครง แม่หนูค่าย ไทยลา คว้าไมค์ลอยออกไปกลางวง ร้องกลอนลำกระชุ่มกระชวย พ่อกว้าง สุวรรณทา ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธานรุ่น ลุกไปตีกลองเข้าจังหวะ ร้องกลอนลำสไตล์ขอนแก่น ผมก็เพิ่งรู้ว่ามีสไตล์กาฬสินธุ์ สไตล์อุบล สไตล์ภูไท ..เมื่ออุ่นเครื่องได้ขนาดนี้มีหรือหัวใจจะไม่โบยบิน แม่ใหญ่จันทา พรมชินวงค์ แม่ใหญ่สมหมาย เวชไธสง แม่ใหญ่เพชร ช่อไธสง กระโดดออกมายักย้ายส่ายเอว เอาละสิทีนี่หางเครื่องเท้าไฟใครต่อใครออกมาปล่อยแก่..พวกที่ชะแง้ปรบมือหัวเราะจนเหงือกแห้ง
พ่อบุญเลี้ยง ดวงมณี จากสุรินทร์ออกมาร้องเพลงโห่สะท้านจนไก่แทบตกคอน น้าประหยัด ดีประดวง น้าหนูแดง ทองเพชร อาสาเป็นตัวแทนจากแดนสุรินทร์ออกมาร้องและเต้นจนไฟแล๊บ!! น้าสำเภาร์ สุขกล้า พ่อคำ วัฒนานุสิทธิ์ หนุ่มสงกรานต์ สมอ่อน ลุกขึ้นมาโต้กลอนลำกันแม่ใหญ่รุ่นเดอะมันส์หยด นับเป็นวันสังสรรค์ที่ไม่แทบไม่ต้องอาศัยปัจจัยอะไรเลย ทุกอย่างควักออกมาจากหัวใจล้วนๆ แต่ก็ระเบิดเทิดเทิงจนแทบไฟลุก เป็นปรากฎการที่เกิดขึ้นจากสิ่งละอันพันละน้อยแล้วค่อยๆรวมตัวกันเป็นชีวิตจิตใจแห่งอีสาน
ตรงนี้หรือเปล่าที่เวลาเราจัดอบรมโดยไม่คำนึงถึงความนึกคิด ความต้องการ การมีส่วนร่วม ส่วนแสดงออกอย่างแท้จริง ไปอวดเก่งว่าตนเองมีความรู้ ก้มหน้าก้มตาจะยัดเหยียดโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ในความเป็นจริงเรานั่นแหละเป็นวิทยากรโหล มุ่งแต่จะทำหน้าที่ของตนเอง โดยไม่นึกถึงหัวใจคนฟังบ้างเลย อย่างน้อยขอเสียงหน่อย..แบบแฟนๆวัยกรี๊ดเขาขอกัน
วัยกรอบก็ต้องการกรี๊ดเหมือนกันนะจ๊ะต๋อย..
นักศึกษาของผมทุกคน อาจารย์ประสงค์ อาจหาญ อาจารย์พันดา เลิศปัญญา อาจารย์อุทัย อันพิมพ์ ถูกจัดให้ฝึกฝนเป็นครูพี่เลี้ยงด้านกระบวนการ ได้เรียนวิชารับลูกเริ่มเก่งขึ้นตามลำดับ รู้ว่าจังหวะไหนควรจะปล่อย จังหวะไหนควรจะรับ จะรุก จะถอย จะคล้อยตาม ในความสนุกสนานมีความในใจหลุดออกมาเสมอ
ผู้นำชุมชนจะมีวิธีสอดแทรกการประเมินด้วยการบอกกล่าวแบบแว๊บๆๆ!!ว่าเขาประทับใจอะไร รู้สึกอย่างไร ได้ประโยชน์อย่างไร ตรงจุดนี้ไม่ง่ายนักหรอกที่วิทยากรพันธุ์ใหม่จะเข้าใจ เพราะเราฝึกฝนมาเพื่อบุคลากรคนละกลุ่มคนละศาสตร์คนละสาย วิชาที่จะเข้าไปนั่งอยู่หน้าตักมันง่ายที่ไหนเล่า ผมเองก็ใช่ว่าจะทำได้ บางทีเจอแล้วแต่เธอยืนไม่ยอมนั่ง เราจะไปทำอะไรได้ อิอิ..
เรียน ท่านครูบาฯ ที่เคารพ
วันนี้อ่านบล็อกแล้วก็ย้อนกลับมามองตัวเองครับ บ่อยครั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายยัดเยียดความรู้ให้กับเด้ก โดยที่ลืมดูตัวตนของเด็กมากจนเกินไป มันส่งผลเสียต่อเด็กเช่นกัน
อย่างกิจกรรมที่ทำกันเมื่อวานนี้ครับ เป็นการฝึกฝนทักษะการโต้วาที ให้กับนักศึกษา ป.ตรี วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ของบางมด สี่คน เพื่อจะเข้าร่วมแข่งขันโต้วาทีสิ่งแวดล้อมระดับชาติ ที่จุฬาฯ ครับ
หัวข้อที่พูดกันมี ๗ หัวข้อ โดยคณะกรรมการจะสุ่มเลือกและแจ้งล่วงหน้า ๓๐ นาที มีดังนี้ครับ
๑.อาเซี่ยนควรใช้นโยบายรับมือภาวะโลกร้อนของสหภาพยุโรป
๒.ลำน้ำไทยควรถูกปล่อยให้ไหลตามธรรมชาติ
ธุรกิจ
๓.การล่าปลาวาฬ เป็นสิ่งที่พึงสนับสนุน
๔.ข้อตกลงการค้าเสรีคือคำตอบของการค้าโลกและสิ่งแวดล้อม
๕.วิกฤติการณ์พลังงานไทย ต้องแก้ไขด้วยพลังงานนิวเคลียร์
๖.ให้มีสาวโคโยตี ดีกว่าห้าม
๗.รัฐบาลควรให้เงินอุดหนุนเกษตรอินทรีย์
เด็กๆ ทั้ง ๔ คนต่างก้แบ่งกันไปค้นหา และสรุปบทเรียนจาก ๗ หัวข้อ แล้วมาแชร์กันครับ
***ที่สำคัญ พอผมอ่านบล็อกเสร็จในวันนี้ ผมคิดว่าผมต้องปล่อยให้เขาฉายแววขึ้นมาเอง ให้เขาผ่อนคลาย อาจจะขอเสียงกรี๊ด เพื่อเป็นกำลังใจแก่กันมันก็ เวิร์ค ดี นะครับเนี่ย
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะครูบาสุทธินันท์
ครูบาครับ...
ก้มหน้าก้มตาจะยัดเหยียดโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ในความเป็นจริงเรานั่นแหละเป็นวิทยากรโหล มุ่งแต่จะทำหน้าที่ของตนเอง โดยไม่นึกถึงหัวใจคนฟังบ้างเลย
ชอบประโยคนี้จังครับ...รู้สึกมันใกล้ตัวยังไงชอบกล
ชอบมากๆครับ
ครูบาครับ
ขอบคุณครับ
แม่ใหญ่คล้าย.............. แม่ใหญ่สุขขา..ส้วมซึม" แม่ใหญ่จันทรา แม่ใหญ่หนูแดง คุณสงกรานต์หมอลำเก่าทั้งนั้นลืมแก่ไปเลยๆกับบ้านมาเลี้ยงหลานคือเก่า ส่วนพ่อใหญกว้างผหย๋าหลายเน๊าะ พ่อวิมุกกะหลายพ่อลุงทองดี ได้หมวกขาวหน้าบานเลยเผิ่น ส่วนผม อบต.แสงได้ความรู้ใหม่ๆๆๆเพียบเลยครับ