ข้อเขียนต่อไปนี้ เป็นข้อเขียนจากประสบการณ์ในการเปิดการอบรมทางไกล ผ่านเครือข่าย Internet หรือ e-Training ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2551 เปลี่ยนชื่อเป็น สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) เป็นข้อเขียนที่ตั้งใจว่า จะเขียนเป็นเรื่องยาว ตั้งแต่เริ่มดำเนินการ แล้วบันทึกเพื่อเล่าประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เพื่อให้เห็นพัฒนาการของการทำงานว่า มีการพัฒนางานไปอย่างไร พบปัญหาอะไรบ้าง และแก้ไขอย่างไร ดังนั้น จึงสามารถเห็น Timeline ของการปฏิบัติงาน เพราะบันทึกแต่ละครั้งจะมีวันที่กำกับให้เห็นว่า เป็นเมื่อไร ดังนั้นถ้าต้องการทราบว่า e-Training ทำอย่างไร อ่านเฉพ่าะ ตัวบันทึกจะไม่ทราบได้เลย เพราะเป็นการเกริ่นเพื่อนำเข้าสู่เนื้อหาเท่านั้น แต่สาระของเนื้อหา จะอยู่ที่ส่วน Comment ซึ่งผู้บันทึก ได้เล่าประสบการณ์ในการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนนถึงปัจจุบัน ต่อเนื่องไปถึงในอนาคตข้างหน้า

ประสบการณ์ที่ได้รับจากการเปิดการอบรมทางไกล ในรูปแบบ e-Training ที่ได้รับตอนนี้ จะมีทีมงาน 3 คน นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งระบบการสื่อสาร คือ โทรศัพท์มือถือ และโทรศัพท์ของสำนักงานที่พร้อมจะสื่อสารกับผู้เรียนตลอดเวลา โดยทั้ง 3 คน ทำหน้าที่ดังนี้
- คนที่ 1 ผู้ดูแลระบบเครือข่าย (Network) เพื่อคอยตรวจสอบและแก้ไขให้ระบบ Internet ใช้งานได้ดี ระบบไม่ล่ม และตรวจสอบว่า ความเร็ว Internet เป็นอย่างไร มีปัญหาตรงไหน ก็รีบแก้ไข
- คนที่ 2 ดูแลระบบ e-Training ตรวจสอบว่า มีคน Online อยู่มากน้อยแค่ไหน ระบบยังทำงานดีหรือไม่ พร้อมทั้งตอบประเด็นคำถามต่างๆ ผ่านทางหน้า website e-Training ทันที ที่มีปัญหาเข้ามา รวมทั้งแก้ปัญหาการใช้งานของผู้เข้าอบรม เช่น ลืม password ก็จัดการแก้ไข และแจ้ง Password กลับไปทันที
- คนที่ 3 ผู้สอน งานหลักคือ เปิด e-Mail ที่เข้ามาวันละเป็นจำนวนมาก เกือบ 100 ฉบับ ทั้งถามปัญหามาสารพัด รวมทั้งถามกระบวนการเรียนการสอน ที่สำคัญ คือ แจ้งขอจบหลักสูตร ซึ่งครูผู้สอน ก็จะเข้าไปตรวจสอบข้อมูลว่า เรียนจริงหรือไม่ แล้ว Print ข้อมูลเวลาการเข้าเรียนแต่ละบท ส่งให้ผู้รับผิดชอบ พิจารณา เมื่อเห็นว่า เข้าเรียนจริง ก็ส่งแบบปฏิบัติกิจกรรม ให้ปฏิบัติ ทาง e-Mail เมื่อผู้เรียนทำกิจกรรมเสร็จ ก็ส่งกลับเข้ามา กรรมการก็จะนำไปประเมิน ถ้าผ่านก็อนุมัติให้จบหลักสูตร
จะเห็นว่า ทั้งวัน จะนั่งทำงานกันหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอด ดูๆแล้วก็สนุกดีแต่ที่สำคัญคือ ได้ทราบข้อมูลตลอดเวลาว่า การฝึกอบรมในรูปแบบนี้ ยังมีปัญหา และ อุปสรรค อะไรบ้าง และจะแก้ไขอย่างไร
บันทึกด้านล่างนี้ จะเป็นบันทึกความก้าวหน้า และการพัฒนาระบบ e-Training ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นไป โดยบันทึกประสบการณ์ต่างๆ ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นการดำเนินงาน
ที่ ศนจ.สุรินทร์ ตอนนี้พากันหัดส่ง E-mail
เพื่อจะได้แจ้งจบครับ สนุกดี
เป็นประสบการณ์ที่ดีครับ เพราะต่อไปการพัฒนาการเรียนการสอนและการฝึกอบรมผ่านระบบ Internet จะมีความสำคัญมากขึ้น และที่สำคัญ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด ในอนาคต ก้จะต้องดำเนินการจัดการเรียนการสอนผ่านทาง Internet
เมื่อวันที่ 1 และ 2 มิ.ย. เป็น 2 วันที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่เช้า จนถึง 2 ทุ่ม และวุ่นวายอยู่กับเรื่อง e-Training มีเหตุการณ์ที่เป็นการเรียนรู้สำหรับการจัดการอบรมผ่านระบบ e-Training ดังนี้
จึงเริ่มนั่งวิเคราะห์จากปัญหา โดยลองเข้าไปสมัครจริงๆ บ้าง ก็พบประเด็นปัญหาที่น่าจะเกิดดังนี้
นี่แค่ปัญหาในการสมัครเข้าอบรมเท่านั้น สำหรับคนที่ใช้ Internet บ่อย และเคยสมัครสมาชิกเรื่องต่างๆ ประจำ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ผู้ที่ใช้เป็นครั้งแรกๆ ก็น่าเห็นใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ถือว่า ถ้าไม่มีก้าวที่ 1 แล้วจะมีก้าวต้อไปได้อย่างไร
การแก้ไข
ท่านศรีเชาวน์
ขอบคุณ อ. แอ๊วครับ ที่เข้ามาให้กำลังใจ
จะพัฒนา e-Training ต่อไปอย่างไร
นั่งคิดก้าวต่อไปของ e-Training ว่าจะทำอย่างไร เพราะจากที่ผ่านมา อาจจะคิดว่า ทำได้แล้ว แต่จริงๆ มันเป็นแค่เพียง ได้ทำแล้วเท่านั้น หรือเรียกว่า ก้าวที่หนึ่งเท่านั้น ของเส้นทางการพัฒนา e-Training ถึงแม้ว่าจะเหมือนมีสมาชิกมากถึง 1700 คน แต่กระบวนการที่เขาเข้ามานั้น เป็นกระบวนการเข้ามาแบบพิเศษ
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ คือ สิ่งที่จะต้องคิดและพัฒนาต่อไป
กำลังเข้าสู่ เดือนที่ 4 ของ e-Training
ประสบการณ์ที่ไดรับ
ประสบการ์ในการอบรม e-Training
นับถึงวันนี้ ก็ประมาณ 4 เดือนแล้ว ที่ได้ดำเนินการเปิดการอบรมทางไกล ผ่านระบบ e-Training มีประสบการณ์หลายอย่าง ที่ควรจะบันทึกไว้เป็นอย่างมากดังนี้1.1 ในความเป็นจริงไม่ใช่มีผู้สมัครเข้ามาสู่ระบบ 3009 คน เพราะบางคนสมัครมากกว่า 1 ชื่อ เนื่องจากเมื่อสมัครแล้ว เข้าระบบไม่ได้ ด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ก็เลยสมัครใหม่ จำนวนคนเรียนจริงๆ จึงยึดถือตามนี้ไม่ได้
จากข้อมูลนี้จึงต้องสะท้อนไปถึงระบบ เพราะสาเหตุที่ทำให้ผู้สมัครเข้าระบบไม่ได้ หลังจากการสมัครแล้ว เพราะระบบได้ให้เข้าไปแก้ไขข้อมูลส่วนตัว และเพราะการเข้าไปแก้ไข ทำให้บางคนไม่ได้ใส่รหัสผ่านอีกครั้ง และเมื่อไม่ได้ใส่ ก็เลยเข้าระบบไม่ได้ และเป็นเพราะ เมื่อแก้ไขแล้ว บันทึก แต่ไม่เปลี่ยนไปหน้าไหน ก็เลยคิดว่า ไม่บันทึก ก็เลยกดบันทึกซ้ำอีก ผลก็คือ ไม่ได้ใส่ รหัสผ่าน ดังนั้น ต้องแก้ไขระบบตรงนี้ เพราะเป็นส่วนที่กระทบต่อการบอกจะนวนสมาชิกที่แท้จริง
1.2 ตัวเลขนี้ จะมีจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นสมาชิดเพราะต้องการเข้าอบรม แต่เป็นสมาชิกเดิมตั้งแต่การทดลองใช้ระบบ และสมัครเมื่อเปิดการอบรมการใช้งานระบบให้กับ ศนจ. ซึ่งคาดว่า จะประมาณ 100 คนเศษ
1.3 จำนวนสมาชิกนี้ เกิดจากกระบวนการบังคับ ว่า บุคลากร กศน. ต้องเข้ารับการอบรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครู กศน. เช่น ครู ศรช. พนักงานราชการ เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาหาความรู้ ผ่านระบบ e-Training โดยการเช้าไปเรียนรู้จากสื่อ ที่จัดทำในลักษณะ Web Based Instruction โดยมีกระบวนการให้เรียนรู้ มีกิจกรรมฝึกปฏิบัติ และทำแบบฝึกปฏิบัติ ในระหว่างเรียน จะสามารถติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ที่เรียนร่วมกัน และติดต่อสื่อสารกับครูผู้สอน ผ่านทาง e-Mail และ Message (Private mail)
ขั้นตอนที่ 2 ทำกิจกรรมต่อเนื่อง โดยผู้เข้าอบรม ที่เรียนครบทุกเนื้อหาแล้ว ครูผู้สอนจะประเมินให้ผ่าน แล้วแจ้งกลัยไปยังผู้เรียน พร้อมทั้งข้อมูลบันทึกการเข้าเรียน และให้ผู้เรียนไป Download กิจกรรมต่อเนื่องมาทำ โดยการทำกิจกรรมจะต้องบันทึกผลด้วยลายมือของตนเอง เสร็จแล้ว ให้ผู้บังคับบัญชารับรองการทำกิจกรรม แล้วส่งมาที่ ศนอ.
ขั้นตอนที่ 3 ประเมินการจบหลักสูตร โดย ศนอ. จะประเมินจากข้อมูลการเข้าเรียน และผลงานจากสมุดกิจกรรมพร้อมทั้งคำรับรองของผู้บังคับบัญชา ถ้าผ่านการประเมินก๋อนุมัติให้จบหลักสูตร และได้รับวุฒิบัตร
กระบวนการทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ พบว่า ส่วนมากจะผ่านขั้นตอนที่ 1 กันแล้ว โดยผู้ที่ผ่านขั้นตอนแรก มีประมาณมากกว่า สองพันคนแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาควรบันทึกไว้ก็คือ
ประการที่ 1 ผู้เรียนหลายท่านไม่ค่อยมีเวลามาเข้าเรียน เพราะการเรียนใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากสาเหตที่สำคัญคือความเร็วของ Internet และผู้เรียนจำนวนมาก ไปเรียนจากร้าน Internet จึงมีคำถามที่น่าสนใจว่า การเรียนนั้น เป็นการเรียนอย่างตั้งใจที่จะได้รับความรู้ หรือเป็นเพียงการเข้าไปนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วคลิกเข้าไปแต่ละบท เพื่อให้ผ่านครบตามที่กำหนด เพราะจากข้อมูลบันทึกการเข้าเรียนสามารถบอกบางอย่างได้ เช่น บางบทใช้เวลาเข้าเรียนเพียงไม่นานนัก ซึ่งเรื่องนี้ คงจะต้องมีการตรวจสอบแย่างจริงจัง โดยต้องเข้าไปเรียนอย่างจริงจัง แล้วจับเวลาว่า แต่ละบท ใช้เวลาเรียนเท่าไร โดยนำเอา ความเร็วของ Internet เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ต่อจากนั้น ก็เอาเวลานี้ลองไปเปรียบเทียบ กับเวลาที่ผู้เข้าเรียน ได้เข้าเรียนจริง
ประการที่ 2 ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับระบบ ที่ยังหาคำตอบไม่ได้คือ เรื่องการบันทึกการเข้าเรียน ที่พบมากคือ ผู้เรียนเข้าเรียนแล้ว แต่คอมพิวเตอร์ ไม่บันทึกการเข้าเรียน มีผลตามมาคือ ผู้เรียนไม่ผ่านสักที และผู้เรียนก็ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ว่า บทใดที่ยังไมได้เข้าเรียน
แนวทางการแก้ไข ครูผู้สอน คืออาจารย์แสงจันทร์ เข้าไปตรวจสอบทุกวัน ว่าใครเรียนจบแล้วบ้าง ใครยังไม่จบ และยังขาดบทใดบ้าง แจ้งกลับไปยังผู้เรียน ทำให้ปัญหานี้ลดลงอย่างมาก แต่ก็ทำให้ครูผู้สอนเสียเวลามาก เพราะมีอยู่คนเดียว ปัญหานี้จะหายไป ถ้ามีครูผู้สอนมากกว่า 1 คน ส่วนปัญหาเรื่องระบบคอมพิวเตอร์ไม่บันทึก ยังไม่ทราบสาเหตุ เข้าใจว่า น่าจะเป็นเรื่องของโปรแกรม ที่มีการกำหนดบันทึก ว่าให้บันทึกอบ่างไร
ประการที่ 3 การเข้าเรียนผิดที่ เนื่องจาก ระบบการเข้าเรียน ก็เหมือนกับการอบรม คือเมื่อจบการอบรม ก็เหมือนกับหารออกจากห้องอบรม เข้าไปเรียนอีกไม่ได้ ดังนั้น จึงได้เปิดให้ผู้ที่ต้องการทบทวน หรือ สนใจ ศึกษาหาความรู้จากบทเรียนนี้ได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนเรียน แต่การเข้าไปเรียนในส่วนนี้ จะไม่ได้บันทึกการเข้าเรียน มีผู้เรียนส่วนมาก เข้าไปเรียนในส่วนนี้ แล้วแจ้งมาว่าจบแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบ ไม่มีบันทึกการเข้าเรียน ผู้ที่เกิดปัญหานี้ จะเกิดที่จังหวัดยโสธร เนื่องจาก อาจารย์ที่ศูนย์แนะนำแก่บุคลากรในศูนย์ให้เข้าเรียนในส่วนนี้ จึงได้แก้ไขโดยเขียนรายละเอียดที่หน้า website ให้ชัดเจนขึ้น และประสานโดยตรงกับกลุ่มผู้เรียนที่ยโสธร ทางโทรศัพท์
ประสบการณ์เพิ่มเติม เสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการเรียนทางไกล
1 มีปัญหาในการเข้าระบบ เพื่อเข้าไปเรียน จะเป็นปัญหากับผู้สมัครใหม่ เพราะการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ต้องโทรศัพท์ ไปถามผู้ดูแลระบบ หรือส่ง e-Mail ไปหาผู้ดูแลระบบ พบว่า การโทรศัพท์ได้รับความนิยมมากกว่า เพราะสะดวก และรวดเร็ว ดังนั้น ผู้รับผิดชอบทั้ง 2 ท่าน จึงนั่งรับโทรศัพท์ ทั้งวัน
2 สอบถามว่าเรียนจบหรือยัง เพราะผู้เรียนที่ยังไม่จบ ไม่สามารถตรวจสอบได้เองว่าตนเองยังขาดการเข้าเรียนเรื่องอะไร
จากการได้พูดคุยกับผู้เรียนจึงเป็นกำไร สำหรับผู้จัด เพราะได้มีโอกาสพูดคุย ไต่ถามผู้เรียนในเรื่องที่ต้องการ (แต่ไม่มากนัก เพราะเวลาจำกัด)
ปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
วันนี้คงต้องบันทึกอีกครั้งว่า เป็นวันที่การใช้งานระบบก้าวเข้ามาสู่ขั้นตอนที่ต้องเรียกว่าได้รับความรู้และประสบการณ์ในการจัดการอบรมอีกมาก โดยเฉพาะในเรื่องของกระบวนการเรียนการสอนทางไกล ที่ต้องมีการติดต่อสื่สารกับผู้เรียนจำนวนมาก และเมือระบบมีปัญหา สิ่งที่ตามมาก็คือ การสื่อสารโดยตรงระหว่างผู้เรียนกับผู้จัดผ่านทางระบบโทรศัพท์ เรืองที่ไม่เคยคิดไม่เคยวางแผน และไม่เคยคิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้น
1 การใช้ถ้อยคำในการสนทนา ทำอย่างไรจึงจะให้ผู้ที่คุยด้วยเกิดความสบายใจ เพราะจากประสบการณ์จริง บางท่านก็พูดคุยกับแล้วเข้าใจง่าย ใช้เวลานิดเดียวก้เข้าใจ บางท่านใช้เวลานานมากกว่าจะเข้าใจ สิ่งที่ตามมาคือ ความหงุดหงิดด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายถามและฝ่ายตอบ หรือบ่างครั้งผู้ถามก็ค่อนข้างจะใช้คำที่ค่อนข้างไม่ให้เกียรติ ครูผู้ตอบ สิ่งนี้มันเป็นความรู้สึกที่สะสม ไปยังการตอบคำถามคนต่อๆ ไป
จึงเป็นเรื่องใหม่ที่อาจจะต้องมาทบทวน วิธีการใช้ถ้อยคำในการตอบคำถาม วิธีการอธิบายความที่ไม่เห็นหน้าเห็นตากัน
2 การอธิบายการใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยที่ไม่เห็นว่า หน้าจอของผู้ถามเป็นอย่างไร เป็นเหตุการณืที่เกิดบ่อยมาก ในการแนะนำการเข้าเรียน การลงทะเบียนหรืออื่นๆ บางครั้งใช้เวลานานมาก กว่าจะถึงบางอ้อ ว่าเปิดกันคนละ website
1 มีการเปิดช่องทางการสื่อสารผ่าน Wbboard ที่หน้า website แต่ผู้เรียนบางท่านไม่รู้ว่า webboar คือคืออะไร และจะใช้สื่อสารกันอย่างไร
2 บางช่วงเวลาไม่มีเวลาที่จะตอบ คำถามต่างๆ เช่นไปราชการต่างจังหวัด ทำให้คำถามสะสมและมากขึ้น
3 การถามคำถาม มีการถามคำถามซ้ำๆ กันเข้ามามาก เช่น แจ้งการจบเข้ามา โดยไม่บอก Username และ ช่วงเวลาที่เข้าเรียน ผู้ตอบก็ตอบกลับไปว่า ให้แจ้งมาด้วย แต่คนถามคนอื่นๆ ก็มีลักษระเดียวกัน เป็นการชี้ให้เห็นว่า ไม่ค่อนได้เข้าไปอ่านกระทู้ของคนอื่นๆ ทำให้ผู้ตอบก็เบื่อหน่าย เพราะเป็นปัญหาซ้ำซาก
1 การเข้าเรียนโดยไม่มีการบันทึกเวลาการเข้าเรียน โดยได้จัดเนื้อหาส่วนหนึ่ง ให้ผู้ที่สนใจทั่วไปเข้าเรียนโดยไม่ต้องลงทะเบียน และได้เขียนคำอธิบายไว้ชัดเจน แต่ก็มีผู้เรียนจำนวนมากไปเข้าเรียนตรงส่วนี้แล้วแจ้งจบเข้ามา ซึ่งผลก้คือ ไม่มีหลักบานการเข้าเรียน
2 ชี้แจงปัญหา กรณีที่แก้ไขข้อมูลส่วนตัวแล้วจะทำให้เข้าระบบไม่ได้เนื่องจาก ไม่ได้กรอก Password แต่ก็ไม่ได้อ่าน แล้วมีปัญหาตามมาค่อนข้างมาก
สิ่งที่เกิขึ้นทั้วหมดนี้ คือ ประสบการณ์และปัญหาที่จะต้องนำมาสู่กระบวนการแก้ไข และพัฒนาระบบ e-Training ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
เตรียมรับสถานกาณ์ใหม่
ประสบการณ์ 2 ปี
ได้เข้ารับการอบรม แล้วทำให้มีความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่ไม่รู้ และได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นค่ะ อยากให้มีการจัดลักษณะนี้บ่อยๆ
วันนี้ได้อ่านบันทึกเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน e-Training ที่สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนได้สรุป ซึง่เป็นผลที่เกิดขึ้นทั้ง 5 ภาค ดังนี้
เชิงปริมาณ
เชิงคุณภาพ
ข้อสรุปดังกล่าวนี้ ได้คัดลองมาจากสรุปผลที่กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียนสรุปและเสนอต่อผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ที่สรุปให้เห็นว่า การพัฒนาการอบรมทางไกลผ่านทางอินเตอร์เน็ตของสำนักบริหารงานการสึกษานอกโรงเรียนที่ได้เริ่มต้นในปีงบประมาณ 2550 เกิดอะไรขึ้นบ้าง
สรุปผลการดำเนินงาน
(ประชุมเมื่อ 28-29 สิงหาคม 2550)
การดำเนินงานทั้งหมดที่กล่าวมานี้ กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียนได้ดำเนินการร่วมกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาค 5 ภาค โดยตลอด ซึ่งหากวิเคราะห์ความแตกต่างในการดำเนินงานของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาค นั้นพบว่า หลังจากที่ได้หารือและกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานร่วมกันแล้ว ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้มีการดำเนินงานอย่างแข็งขัน ซึ่งส่วนหนึ่งของความสำเร็จเนื่องมาจาก
จากความรับผิดชอบต่อภารกิจหน้าที่ของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในความพยายามดำเนินการดังกล่าว จึงทำให้มีผู้เข้ารับการอบรมจากโปรแกรมพัฒนาบุคลาสกรในการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานผ่านทางอินเตอร์เน็ต และรับวุฒิบัตรไปแล้วจำนวนถึง 1,267 คน (นับเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2550) และจนถึงปัจจุบัน ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังได้ดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นคำถามตามมา โดยเฉพาะคำถามสำหรับผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน (ดร.สมบัติ สุวรรณพิทักษ์) คือ ระบบการอบรมทางไกล e-Training นี้ มี Effectiveness และ Efficiency หรือ มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องตอบคำถามในประเด็นต่างๆ ที่ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้
สิ่งต่างๆเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการเพื่อค้นหาคำตอบต่อไป ดังนั้นภาระงานของ e-Training ต่อไปนี้ก็จะเพิ่มขึ้นอีก 3 ประการคือ
เห็นภาระกิจในวันข้างหน้า แทนที่จะเบาลง แต่ดูเหมือนว่า จะยิ่งเหนื่อยมากขึ้น
การดำเนินงานก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว และเป็นขั้นตอนที่คิดว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญว่า งานจะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะมีสิ่งที่เกิดขึ้น 2 ประการ คือ
ในการประชุมผู้บริหาร กศน. เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ได้ตกลงในหลักการว่า ต่อไปนี้ ครู กศน. ทั้งหมด จะต้องเข้ารับการอบรมทางไกล epTraining ในเนื้อหาที่จำเป็น โดยผู้บริหาร ศนจ. จะยึดเป็นแนวปฏิบัติ ที่จะต้องให้บุคลากรในหน่วยงานเข้ารับการอบรม
จากความก้าวหน้าทั้ง 2 ประการ ดูเหมือนว่า จะเป็นการขยายงานให้กว้างขวางออกไป แต่ก็ต้องคิดให้ดีว่า เป็นการขยายงานที่เร็วเกินไปหรือไม่ หรือจะมีวิธีการอย่างไร ที่จะทำให้ผู้ที่จะมารับช่วง สามารถดำเนินการได้เหมือนที่เราได้ดำเนินการมาแล้ว
ความเปลี่ยนแปลงของ e-Training ในทางที่ดีขึ้น เราเรียกว่าการพัฒนา
จากการได้เข้าร่วมการประชุมที่สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ในวันที่ 6-7 ที่ผ่านมามีข้อมูลเพิ่มเติมว่า งบประมาณที่ขอไปเพื่อนำมาพัฒนา e-Training ได้รับการพิจารณาจัดสรรมาให้ภาค ภาคละ 2 แสน ถ้าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ จะดดำเนินการ 4 กิจกรรมคือ
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การดำเนินงาน e-Training ได้มีการพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งในปีงบประมาณ 2551