แก่นตะวัน หรือ Jerusalem artichoke มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helianthus tuberosus เป็นพืชที่ใกล้ชิดกับทานตะวัน มีดอกคล้ายทานตะวัน และบัวตอง

จากที่ดิฉันได้เล่าเรื่องการถ่ายภาพทุ่งแก่นตะวันบานในบันทึกนี้ และบันทึกนี้แล้วนั้น มีหลายท่านไม่รู้จักกับแก่นตะวัน วันนี้ดิฉันขอให้ข้อมูลเชิงวิชาการเล็กน้อย เกี่ยวกับแก่นตะวันนะค่ะ ตามที่ รศ.ดร.สนั่น จอกลอย ผู้ทำวิจัยเกี่ยวกับแก่นตะวันได้ให้ข่าวไว้ ดังนี้ค่ะ

แก่นตะวัน หรือ Jerusalem artichokeมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Helianthus tuberosusเป็นพืชที่ใกล้ชิดกับทานตะวัน มีดอกคล้ายทานตะวัน และบัวตอง แต่มีขนาดเล็กกว่ามีหัวใต้ดินคล้ายมันฝรั่ง เพื่อเก็บสะสมอาหาร ซึ่งเป็นน้ำตาล Inulin พืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในเขตหนาวของสหรัฐอเมริกาแต่สามารถปลูกและปรับตัวได้ดีในประเทศไทย การใช้ประโยชน์โดยใช้หัวเป็นอาหารคนและอาหารสัตว์ รวมทั้งการใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตแอลกอฮอล์

จากรายงานการวิจัยของต่างประเทศ พบว่า การบริโภคแก่นตะวันจะไม่ถูกย่อยในกระเพาะ เป็นสารใยอาหารที่ให้แคลอรีต่ำ ช่วยลดความอ้วนไม่เพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือด จึงไม่เป็นปัญหากับผู้เป็นโรคเบาหวาน ช่วยลด Cholesterol Triglyceride และ LDL ในร่ายกายจึงลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด นอกจากนี้ ยังพบว่าเป็นประโยชน์ต่อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น Bifidobacteria และ Lactobacilli แต่ลดกิจกรรมของแบคทีเรียก่อโรค เช่น Coliforms และ E. Coli จึงเป็นที่ยอมรับกันว่า แก่นตะวันเป็น Prebiotic ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายดีขึ้น

แก่นตะวัน เป็นพืชหัว สามารถนำเอาหัวมาใช้ประโยชน์เป็นอาหารได้ทั้งคนและสัตว์จัดว่าเป็นพืชสมุนไพร ทำอาหารได้หลากหลาย เช่น บริโภคสดทำเป็นอาหารคาว หวาน เพราะว่าในหัวมีสารสำคัญเรียกว่า Inulin เมื่อคนบริโภคเข้าไปจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้นโดยเฉพาะมีแบคทีเรียที่อยู่ในระบบลำไส้ที่มีประโยชน์ จะเจริญเติบโตดี เช่นแลคโตบาซิลัส ในขณะเดียวกันก็ทำให้แบคทีเรียตัวที่ก่อโรคมีการเจริญเติบโตต่ำนอกจากนี้ ผลงานวิจัยต่างประเทศชี้ชัดว่าพืชชนิดนี้เมื่อคนบริโภคเข้าไปแล้วจะทำให้ลดคอเลสเตอรอลก็จะลดปัญหาการเสี่ยงเนื่องจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด

<p>
(ค้ดลอกจาก :MCOT News Editor ส่งเมื่อ :23 มิ.ย. 49 / 10:41:12น.)</p>
<p></p>