เรื่องเล่าต่อไปนี้คัดลอกมาจากหนังสือชื่อ “หันหน้าเข้าหากัน” ของมากาเร็ต เจ. วีตเลย์ (2549, 76-77) ผมอ่านแล้วสร้างแรงบันดานใจได้ดีมาก ทำให้กำลังใจที่จะทำงานเพื่อเพื่อนมนุษย์ของผมมีกำลังแรงขึ้นไปอีกมากเลยทีเดียว เพื่อน ๆ ลองอ่านดูนะครับ
“ฉันได้รับฟังเรื่องราวของหญิงตั้งครรภ์ชาวรวันดาผู้มีลูกหกคน ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ถูกทำงานโดยการสังหารหมู่ เธอถูกยิงเป็นคนแรก ร่างของเธอถูกฝังปล่อยให้รอความตายอยู่ภายใต้ร่างของลูก ๆ ทั้งหกคนที่ถูกเข่นฆ่า แต่แล้วเธอก็พาตัวเองลุกขึ้นมา ฝังร่างของลูก ๆ ทั้งหกคนและอุ้มท้องลูกคนใหม่ต่อไป หลังจากนั้นไม่นาน เธอเลือกที่จะรับอุปการะเด็กห้าคนซึ่งพ่อแม่ถูกฆ่าตายจากการสังหารหมู่คราวเดียวกัน เธอแสดงความศรัทธาออกมาโดยบอกว่าเธอได้รับการละเว้นชีวิตไว้เพื่อจะสามารถมาดูแลเด็กกำพร้าเหล่านี้หลังจากที่ต้องสูญเสียลูก ๆ ของตัวเองไป
หญิงสาวชาวอัฟริกาคนนี้สอนฉันถึงความหมายของภารกิจในการเป็นมนุษย์อย่างเต็มภาคภูมิ ฉันเชื่อว่าเราจะมีความเป็นมนุษย์อย่างเต็มภาคภูมิได้มากขึ้นด้วยการหยิบยื่นความเอื้อเฟื้อให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด หรือไม่ว่าจะเป็นเมื่อใดที่เรายืนมือเข้าไปช่วยแบ่งเบาความทุกข์ยากของผู้อื่นแทนที่จะจ่อมจมอยู่กับความทุกข์ของตนเอง เพื่อจะเป็นมนุษย์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ เราต้องเปิดใจให้กว้างอยู่เสมอ ไม่ว่าจะอย่างไร ในปัจจุบันขณะเมื่อความทุกข์และความกันวงใจในโลกใบนี้มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมักจะมีเหตุให้ต้องสะอื้นให้ไปกับโศกนาฏกรรมอันเกิดจากน้ำมือมนุษย์กระทำต่อเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์อย่างไม่อาจทนทานได้ ฉันพยายามระลึกไว้เสมอว่าเราต้องเปิดใจให้กว้างอยู่เสมอ
จากประสบการณ์ของตัวเอง ฉันสังเกตเห็นว่าฉันที่จะเป็นผู้มีจิตใจเอื้อเฟื้อและเปิดกว้าง ฉันไม่ชอบตัวเองขณะเกิดความรู้สึกกลัวหรือโกรธผู้อื่น มีการกระทำของหลาย ๆ คนยั่วยุให้ฉันโกรธหรือทำให้ฉันกลัว แต่ฉันไม่ชอบความรู้สึกของตนเองเมื่อต้องโต้ตอบคนเหล่านั้นด้วยความกลัว ในชั่วขณะนั้นฉันไม่รู้สึกว่าตนเองมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น มีแต่จะรู้สึกน้อยลง ฉันจะมีความเป็นมนุษย์อย่างเต็มเปี่ยมก็ต่อเมื่อได้เผื่อแผ่ให้กับผู้อื่น นี้คือคำจำกัดความถึงการเป็นมนุษย์อย่างเต็มภาคภูมิของฉัน”
….
คนเรามีทางเลือกเสมอครับ…เมื่อเจอความทุกข์ยากของชีวิต…ไม่มีคำว่า “ความล้มเหลว”…ในการเดินทางผ่านเส้นทางที่เรียกว่า “ชีวิตมนุษย์”…มีแต่ “ผลลัพธ์”…ที่ได้จากเหตุแห่งการปฏิบัติ…ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นไปดังที่เราตั้งใจไว้…ก็ปรับเปลี่ยน “การกระทำ” ที่เป็นเหตุของผลลัพธ์เสียใหม่…จนกว่าจะได้ผลตามที่ตั้งใจไว้…ส่วนตัวผมเอง…กว่าจะเปิดตามองเห็น “กฎง่าย ๆ” ข้อนี้…อายุก็ล่วงถึงวัย 36 แล้ว…แต่ไม่ว่าจะอายุเมื่อไหร่…ทุกคนเริ่มต้นใหม่ได้เสมอครับ…
ฉันคิดว่าตนเองมีภารกิจในการเป็นมนุษย์อย่างเต็มภาคภูมิหรือไม่?
มีการกระทำของหลาย ๆ คนยั่วยุให้ฉันโกรธหรือทำให้ฉันกลัว แต่ฉันไม่ชอบความรู้สึกของตนเองเมื่อต้องโต้ตอบคนเหล่านั้นด้วยความกลัว ในชั่วขณะนั้นฉันไม่รู้สึกว่าตนเองมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น มีแต่จะรู้สึกน้อยลง ฉันจะมีความเป็นมนุษย์อย่างเต็มเปี่ยมก็ต่อเมื่อได้เผื่อแผ่ให้กับผู้อื่น นี้คือคำจำกัดความถึงการเป็นมนุษย์อย่างเต็มภาคภูมิของฉัน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
cybrarian · 26 พ.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 26 พ.ค. 2550
นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า · 26 พ.ค. 2550
โรจน์ · 26 พ.ค. 2550
ครูอ้อย แซ่เฮ · 26 พ.ค. 2550
Mr. ธนู ผลบุญ · 26 พ.ค. 2550
ขอบคุณในการต้อนรับครับท่าน อ.อาลัม…และยินดีที่ได้เข้าไปอยู่ในปริมณฑลของ “รู้คิดสะกิดใจ”…
ผมรู้สึกอบอุ่นมากในถ้อยคำที่มอบให้…ผมรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเสมอ…เมื่อมีผู้ได้รับพลังที่ส่งออกไป…นี่แหละหนาความอัศจรรย์ของชีวิต…กฏง่าย ๆ ของการให้…“ยิ่งให้มาก (ให้แบบไม่มีเงื่อนไข) ท่านก็จะได้รับมาก”…นอกเหนือตรรกะแบบกลไก…แต่ผมยืนยันกับทุกท่าน ณ ชุมชนแห่งนี้ว่า…เป็นจริงครับ…ลองพิสูจน์ดู…ท่านจะได้รับรู้ถึงความอัศจรรย์แห่งชีวิต…
สวัสดีค่ะ คุณสวัสดิ์ ตามมาเยี่ยมคุณบ้าง G2K มีบันทึกดีๆมากมายให้ได้เรียนรู้ แต่แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะอ่านได้หมดและทั่วถึง สงสัยธรรมะจัดสรรให้ผู้มีจิตคล้ายกันได้มีโอกาสได้พบกันนะคะ
ดีใจที่ได้มาเยี่ยม มาอ่านบันทึกที่ช่วยสร้างมุมมองใหม่ต่อชีวิต ต่อการเกิดมาเป็นมนุษย์
แล้วจะตามมาอ่านอีกนะคะ ใส่บล็อกของคุณไว้ในแพลนเน็ตของตัวเองแล้วค่ะ
สวัสดีครับท่าน <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ขออนุญาติตัดข้อความดีๆบางตอนไปนะครับ ไปรวมอยู่ใน</p><p>http://gotoknow.org/blog/mrschuai/98057</p><p>ขออนุญาตินะครับ</p><p> </p>
ขอโทษครับ อยากให้ลองเข้าดูน่ะครับàhttp://www.kawankita.net และอยากให้ลอง Comment ครับ (ไม่มีเจตนาอื่นครับ) ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับคุณนายดอกเตอร์ที่กรุณาแวะมาทักทาย
…ที่อื่นเขาอาจจะคุยกันเรื่องปัญหาโน่น…ปัญหานี่…แต่ที่นี่เห็นว่าปัญหาเป็นแบบฝึกหัดชีวิต…ที่เราต้องทำให้ผ่าน…ถ้าทำไม่ผ่านก็ต้องทำแบบฝึกหัดกันต่อไป…จนกว่าจะผ่านด่านไปได้…ชีวิตจึงจะก้าวหน้าต่อไป…ชีวิตมนุษย์…เป็นด่านทดสอบที่เราจะต้องผ่านไปให้ได้…การจะผ่านไปได้มนุษย์จะต้องพึ่งพาตัวเอง…แต่ก็ต้องอิงอาศัยคนอื่น…เพื่อก้าวข้าวแม่น้ำที่ชื่อว่ามนุษย์นี้…
…พึ่งพาตัวเอง…คือต้องลงมือทำด้วยตัวเอง…อิงอาศัยผู้อื่น…คือต้องมีผู้อื่นเป็นผู้รับผลของการกระทำของเรา…กล่าวให้เห็นภาพคือ…เราต้องลงมือทำดีด้วยตัวเราเอง…แต่การทำดีต้องทำเพื่อคนอื่น…
…ที่นี่…ผมจะทุ่มเทพลังเต็มที่…เพื่อเป็นแรงบันดานใจให้ผู้คนลงมือทำ “การงาน”…อย่างเบิกบาน…แล้วสิ่งต่าง ๆ จะเบ่งบานเมื่อถึงเวลา…ดุจดอกไม้ที่เบ่งบานกลางป่า…มันจะเบ่งบานแม้ไม่มีผู้ใดเห็น…“การงาน” ที่ทำอย่างเบิกบาน…ก็เป็นดั่งการทำงานของดอกไม้กลางป่านั้นแล…
ขอบคุณที่ให้เกียรติแวะมาเยี่ยมครับ
ยินดีครับ…คุณสุทธิรักษ์…
ก็ดีเหมือนกันครับที่ชุมชนของเรามีเทพ Hermes
ขอบคุณที่แวะมานะครับ…ที่ปล่อยมุก “หมาแพนดี้” ไว้ที่บ้านคุณ “เบิร์ด” หวังว่าคงเรียกรอยยิ้มที่มุมปากได้นะครับ…หรือว่ามุกเก่ากินไป…ก็ไม่ทราบ…เพราะจำเขามาอีกที…
ครับคุณนิเวศ
…ผมเข้าไปดูแล้วครับ…ตัวอักษรเล็กไปหน่อย…หน้าแรกใส่เนื้อหามากไป…หน้าแรกควรจะเรียบง่าย
…ส่วนในด้านเนื้อหาคงจะได้ติดตามกันต่อไปครับ…ผมคน (อยู่) เมือง (มานาน)…อยากจะทราบเรื่องเล่าจริง ๆ ที่ไม่ผ่านการบิดเบือน (ไม่ว่าด้วยใคร) …ไม่ทราบว่าจะมีให้อ่านหรือเปล่า…อาจจะเป็นอุดมคติที่ไม่มีวันเป็นไปได้นะครับ…ถ้าผมไม่ไปสัมผัสด้วยตาตัวเอง…เพราะทุกข่าวสารมีการตีความตลอด…
…เรื่องเจตนา…จะมีก็ได้นะครับ…เราเป็นมนุษย์นะครับไม่ใช่ “หุ่นยนต์”…ไม่ว่าจะเป็นเจตนาอะไร…ผมรับได้ทั้งนั้นครับ…เจตนาที่แตกต่างหลากหลายมันเป็นความสวยงามนะครับ…
…ขอบคุณที่แวะมา…และยินดีที่รู้จักครับ
รู้จัก หนังสือชื่อ "หันหน้าเข้าหากัน" ของมากาเร็ต เจ. วีตเลย์ จากการอ่านหนังสือ ของ อ วิสิษฐ์ และ อ วิธาน ที่เชียงราย มาพบที่อาจารย์ เขียน ชอบ จัง
ขอบคุณค่ะ อ่านแล้วรู้สึกจิดใจอยากทำดี อย่างมี ความสุข อยากให้คนได้อ่านด้วย
ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับคุณหมอ <div style="padding-right: 4px; padding-left: 0px; padding-bottom: 4px; padding-top: 0px">
สถาบันขวัญเมืองเป็นองค์กรที่กำลังสร้างความหมายที่มีพลังทางสังคม…พลังนี้กำลังก่อตัว…ขับเคลื่อนความหมายดังกล่าวให้หมุนวนออกไป…ตามทฤษฎีบ้า ๆ บอ ๆ ทางรัฐศาสตร์ที่ผมเสนอนั้น…พลังการหมุนวนกำลังจะก่อทอนาโดแห่งการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและการให้ความหมายในประเทศนี้ครับ…
หากกลับเมืองไทย…ถ้ามีโอกาสแวะมากิน (แถวนี้เขาเรียกดื่มว่า “กิน” ครับ) ร้านโกปี้ ร้านดั้งเดิมที่นครศรีธรรมราชนะครับ…หรอยจัง…ชาร้อน…ปาท่องโก๋จิ้มนมข้น…</div>