เมื่อวานนี้ในที่ประชุม คุณเพียรพิศฯ สอบถามผม ว่า ตามร่างนั้น มีชื่อว่า กลุ่มฮักเมืองน่าน ถูกต้องหรือไม่หรือจะใช้คำว่า มูลนิธิฮักเมืองน่าน เลยตอบเธอไปว่า ใช้คำนี้แหละเพราะเป็นปลายเปิด เป็นคำกว้าง ๆ   เนื่องจากว่า การทำงานภายใต้มูลนิธิมีระเบียบ ต้องประชุมจะกลายเป็นนัยให้วิพากวิจารณ์กันยืดยาวเปล่า ๆ

                  เช้าวันนี้แวะไปหาพี่ราเชนทร์ฯ สอบถามเรื่องการแถลงข่าว พี่ฯ บ่น ๆ เกี่ยวกับคำว่า กลุ่มฯ นี้  ทำให้ผมต้องอธิบายท่านว่า กลุ่มฮักเมืองน่าน เป็นกระบวนการความร่วมมือ  หากมองเป็นมูลนิธิมีกฎหมายรับรอง กรณีของกลุ่มนั้นเป็นการรวมตัวด้วยสำนึกของการมีส่วนร่วมรักแผ่นดินถิ่นเกิด

                  พระครูพิทักษ์นันทคุณ  แต่ก่อนเคยทำหนังสือเวียนฯ จำได้ 2 ครั้งเพื่อลาออกจากตำแหน่ง  ผมไปถามท่านว่า อาศัยระเบียบข้อไหน และที่ผ่านมาการก่อเกิด และทำงานกันมีระเบียบหรือไม่  เมื่อไม่มีทุกคนมาด้วยใจ  ไม่ว่าอยู่เหนือ ใต้ ออก ตก ในจังหวัด ต่างจังหวัด ต่างประเทศ มาร่วมมือกันทำดีเพื่อน่านได้  ไปใช้กลุ่มน่าเกลียด

                   เรายอมรับนับถือท่านพระครูพิทักษ์นันทคุณ เป็นประธานกลุ่มฮักเมืองน่าน  เหมือนเป็นจุดศูนย์รวมทางจิตใจ  ผู้เกี่ยวข้องทั้งใกล้ และ ไกล ต้องคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องกลุ่มฮักเมืองน่านมาเป็นเวลาช้านาน  มีคนถามอีกว่าแล้วใครตั้งชื่อกลุ่ม ผมขออนุญาตบอกเลยครับในการประชุมในอดีต

                   เนื่องจากมีการรวมตัวทำงานกันมามีคุณสำรวย คุณชูวิทย์ คุณบานจิตร คุณเรืองเดช คุณลำแพน คุณมานพ คุณทองผล คุณเสริม คุณลำแพน พ่อปั๋น  ฯลฯ และ ที่สำคัญ  นายอรุณ ปัญญา ผู้ประสานงานโครงการน่านสันติสุข มีส่วนร่วมเสนอให้ชื่อที่หลายคนจากหลายถิ่นที่มาร่วมมือกันทำงาน ภายใช้ชื่อว่า กลุ่มฮักเมืองน่าน โดยขอพระครูพิทักษ์นันทคุณ  เป็นประธานฯ ใช้วัดอรัญญาวาสประสานเชื่อมโยง  ผู้มาทำงานไม่แบ่งแยกชาติพันธุ์ ชนเผ่า ศาสนาใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ขอบอกเล่า