เชิญอ่านบทความที่ผมเขียนจากสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงาน ประสบการณ์ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเองที่ต้องการ ลปรร. กับนักพัฒนา/นักส่งเสริมการเกษตร มี 7 ตอน ตอนนี้เป็นตอนที่ 3  ( ตอนที่ 1 /  ตอนที่ 2)

ตอน “ การพัฒนาตนเอง ”

            การพัฒนา เป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนเรา เพราะคนเรามีความสามารถที่จะพัฒนาและปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่ารูปแบบการพัฒนานั้นมีหลากหลายและเกี่ยวข้องในทุกด้าน แต่ไม่ว่าจะทำการพัฒนาด้านใดก็ตาม จะต้องเริ่มที่การพัฒนาที่ตัวคนก่อนจึงจะเห็นทางสำเร็จ และก่อนที่เราจะพัฒนาคนอื่นเราต้องพัฒนาตัวเราเองก่อน โดยเริ่มต้นที่การปรับความคิดเห็นให้ถูกต้อง(สัมมาทิฐิ : เริ่มที่ใจ) ซึ่งได้นำเสนอไว้แล้วในตอนที่ 2 ในตอนที่ 3 นี้ เป็นวิธีการพัฒนาตนเอง ลองมาดูซิว่าการพัฒนาตนเองนั้นทำกันอย่างไร

          การพัฒนา ความหมายในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้

          การ หมายถึง งาน หรือสิ่งที่จะที่ทำ

          พัฒนา หมายถึง ความเจริญ หรือทำให้เจริญ

            ดังนั้น การพัฒนาตนเอง จึงหมายถึง งานหรือสิ่งที่กระทำเพื่อทำให้ตัวเรามีความเจริญ คือการก้าวจากจุด ๆ หนึ่งไปสู่อีกจุดๆ หนึ่งในทิศทางที่ดีขึ้น

  •       การพัฒนาตนเอง เริ่มต้นที่ตรงไหน

“ การพัฒนาตนเองต้องเริ่มต้นที่การเรียนรู้ตนเองก่อน ”

          “ รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ” การเรียนรู้ตนเอง รู้จักตนเอง จึงเป็นเสมือนการ “ รู้เรา ” นั่นเอง เป็นปัจจัยภายในที่สามารถพัฒนาหรือปรับปรุงได้ หากไม่รู้จักตนเองย่อมไม่รู้ว่าจะพัฒนาตนเองอย่างไร “ ความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่ของการเรียนรู้ในปัจจุบัน คือไม่เรียนรู้ให้รู้ตัวเอง เรียนแต่สิ่งภายนอกมากมาย ซึ่งแม้เรียนให้เก่งเท่าไร แต่ถ้าไม่รู้ตัวเองแล้ว ก็แก้ปัญหาไม่ได้” (ประเวศ , 2545 )

  •        แล้วการเรียนรู้ตนเอง มีขั้นตอนอย่างไร

กระบวนการเรียนรู้ มีขั้นตอนที่สำคัญ 3 ขั้นตอน คือ

          ขั้นตอนที่ 1 การเปิดใจรับข้อมูล

          ขั้นตอนที่ 2 คิด วิเคราะห์ ไตร่ตรองจนเข้าใจ และ

          ขั้นตอนที่ 3 ประยุกต์ใช้ในทางสร้างสรรค์ หรือเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ค่านิยม (เกรียงศักดิ์,2539)

            ในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองนั้น เมื่อเปิดใจรับข้อมูล วิเคราะห์ไตร่ตรองจนเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้ในทางที่สร้างสรรค์แล้ว การเรียนรู้ตามกระบวนการดังกล่าวนั้น มีช่องทางหรือวิธีการต่างๆ ได้หลายวิธี เช่น การฟัง การดู การสนทนา การอ่าน การคิด การลงมือปฏิบัติ และการเขียน เป็นต้น และที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นวิธีการเรียนรู้เพื่อนำมาพัฒนาตนเองทั้งสิ้น แล้วจะใช้วิธีใด ก็คงต้องตอบว่า…แล้วแต่ความถนัด หรือความชอบของแต่ละคน (จริต) ตัวเราคือศูนย์กลางในการเรียนรู้ ในที่นี้จะขอนำเสนอวิธีการพัฒนาตนเอง ที่สำคัญ คือ

  •         วิธีการพัฒนาตนเอง

            1. การฟัง การฟัง เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพชนิดหนึ่ง ที่ต้องใช้คู่กับการดู ที่เรานิยมใช้คำว่า “การสังเกต” การพัฒนาทักษะการฟังนั้น มี 2 นัย คือ 1) การฟังเพื่อการรับรู้ เลียนรู้ และการเรียนรู้ และ 2) การรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ซึ่งข้อ 2) นี้เป็นการพัฒนาทางด้านอารมณ์ ต้องอาศัยการฝึกฝน และความอดทน คิด วิเคราะห์เก็บข้อมูลให้ครบถ้วน ก่อนที่จะตัดสินใจ สรุป ว่าจะยอมรับหรือสะท้อนข้อมูลที่ถูกต้องกลับไป

            2. การสนทนา การสนทนานี้เป็นรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพเช่นเดียวกับข้อที่ 1 เป็นการหาความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) อาจจะเรียกว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรือการสกัดความรู้จากผู้รู้ก็ได้ การสนทนายังจำแนกแยกย่อยได้อีก 2 ประเภท คือ 1) การสนทนากันแบบตัวต่อตัว(การสัมภาษณ์) และ 2) การสนทนาพร้อมกันหลาย ๆ คน หรือเรียกว่าการสนทนากลุ่ม (Focus Group) เป็นการเรียนรู้ที่ใช้เวลาน้อย และได้ความรู้ที่บางครั้งเป็นความรู้ใหม่ ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำมาพัฒนาตนเอง และพัฒนาในงานของเราได้เป็นอย่างดี

            3. การอ่าน เป็นวิธีการที่สำคัญอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ดี “ การอ่านหนังสือเป็นวิธีที่ทำให้เกิดปัญญาอย่างสำคัญยิ่ง ” (ประเวศ, 2539) อ่านทุกเรื่องที่สนใจ และมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับงานที่เราจะต้องปฏิบัติ คงต้องเขียนแผนผังทางความคิด (Mind Mapping) ดูว่างานที่ปฏิบัติจะต้องใช้ความรู้ด้านใดบ้าง แล้วจึงลงมือหาหนังสืออ่านหรือค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ต ฯลฯ อ่านให้ได้ทั้งเนื้อหาและความคิดของคนเขียน แล้วอย่าลืมบันทึกหลักการ ข้อคิดหรือบทสรุปที่ได้จากการอ่านนั้นด้วย เพื่อเป็นการสะสมข้อมูล

            4. การคิด เรามักได้ยินเสมอว่าคนไทยคิดไม่เป็น เพราะวัฒนธรรมการเรียนรู้ของเราไม่เอื้อต่อการฝึกให้คนคิดเป็น ได้เขียนไว้บางส่วนแล้วในตอนที่ 2 คงต้องพัฒนาทักษะการคิดเพื่อให้คิดเป็นระบบ โดยเริ่มจากการฝึกการคิดเชิงวิพากษ์ คิดเชิงเปรียบเทียบ คิดเชิงวิเคราะห์ คิดเชิงสังเคราะห์ คิดเชิงมโนทัศน์ คิดเชิงสร้างสรรค์ คิดเชิงประยุกต์ คิดเชิงกลยุทธ์ คิดเชิงบูรณาการ และการคิดเชิงอนาคต (เกรียงศักดิ์, 2544) เพราะการปฏิบัติเราอาจถูกจำกัดด้วยกรอบ ระเบียบ หรือกฎเกณฑ์ต่างๆ แต่การคิดไม่มีใครกักขังความคิดเราได้ (คิดแล้วก็อย่าลืมบันทึกความคิดของเราไว้ด้วย)

            5. การปฏิบัติ หรือการลงมือทำ เป็นการเรียนรู้ที่ได้ผลดีเพราะเป็นการได้ประสบการณ์ตรง ดังคำพูดที่ว่า “ไม่ลองไม่รู้” เป็นการเรียนรู้ควบคู่กับการปฏิบัติ เมื่อลงมือปฏิบัติก็จะทำให้เกิดทักษะ และความชำนาญในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดี ดังภาษิตจีนที่ว่า “ฉันได้ยินแล้วฉันก็ลืม ฉันเห็นจึงจำได้ ฉันทำฉันจึงเข้าใจ” เช่นเดียวกับที่จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) ได้ค้นพบว่า การเรียนที่แท้จริงนั้นคือการเรียนโดยการปฏิบัติ (Leraning by Doing) (รุ่ง , 2545)

            6. การเขียน เป็นกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองที่สำคัญ เพราะการจะเขียนได้นั้นต้องผ่านขั้นตอน ตั้งแต่ ข้อที่ 1 – 5 มาบ้างแล้ว การเขียนในข้อนี้ไม่ใช่เพียงการเขียนได้ตามปกติธรรมดาเท่านั้น แต่เป็นการเขียนเป็น คือเป็นการจัดระเบียบทางความคิดของเรา จากทฤษฎี – ลงมือปฏิบัติ - ประเมินสรุป แล้วจึงนำมาเรียบเรียงเป็นตัวอักษร ไม่ว่าจะเป็นการสรุปบทเรียน รายงานผลการปฏิบัติงานหรือการเขียนบทความในเชิงวิชาการ รายงานการวิจัย เป็นต้น ในบางครั้งจะต้องกลับไปทบทวนการโดยการอ่านหรือลงมือปฏิบัติอีกหลายครั้ง จึงจะสกัดความรู้เหล่านั้นมาเขียนเรียบเรียงได้ (รายละเอียดในตอนที่ 7)

           ไม่ว่าจะใช้วิธีใดในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองก็ตาม สิ่งที่เป็นเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการพัฒนาตนได้ดี ต้องมีความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่าคนเราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และมีความเชื่อมั่นว่าทุกคนมีศักยภาพในการพัฒนาได้ รู้ว่าตนเองต้องพัฒนาอะไร และต้องการที่จะรับการพัฒนาในด้านนั้นๆ ส่วนหลักการพื้นฐานในการพัฒนาตนเอง ก็คือ การเรียนรู้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติ เรียนรู้ทฤษฎีแล้วปฏิบัติ วนไปหลาย ๆ รอบ (Loop) ก็จะเกิดปัญญาปฏิบัติ (ปฏิเวธ) ที่ชัดเจนยิ่งๆ ขึ้น ดังภาพต่อไปนี้                                        

 ทฤษฎี (ปริยัติ).....ลงมือกระทำ (ปฏิบัติ)..... เกิดปัญญาปฏิบัติ (ปฏิเวธ)

            การพัฒนาตนเอง เป็นสิ่งที่สำคัญและจะต้องดำเนินการอยู่ตลอดเวลา ตราบใดที่สังคมและสภาพแวดล้อมยังคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดยั้ง โลกและสังคมไทยในปัจจุบันหรืออนาคต ต้องเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมแห่งการใช้ปัญญามาแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ “ แต่จุดอ่อนของคนไทยคือไม่ค่อยจริงจังกับการพัฒนาตัวเองด้วยตัวเอง มักจะเน้นที่ให้คนอื่นพัฒนาตัวเรา ” (ณรงค์วิทย์, 2547) เราจะปรับเปลี่ยนให้ทุกคนหันมาพัฒนาตนเองพร้อมๆ กันคงไม่ได้ แต่เราสามารถเริ่มที่ตัวเราเองก่อนได้ แล้วจึงค่อย ๆ ขยายผลไปสู่สังคมรอบข้างต่อไป

            ดังนั้นการพัฒนาตนเองคงต้องเริ่มจาก การเรียนรู้ตนเอง ให้รู้จักตนเอง มองให้รอบด้าน ทั้งจุดเด่น จุดด้อย ภายในและภายนอก แล้วทำการปรับปรุง พัฒนาตนเองให้ก้าวไปข้างหน้าในทางที่ดีขึ้น เรียนรู้และพัฒนาโดยใช้วิธีการเรียนรู้ที่ผสมผสานและเหมาะสมกับตัวเรา จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งที่จะส่งเสริมและผลักดันให้ ตัวเรา องค์กร เกษตรกรและสังคมรอบข้าง เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และทุกคนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

เอกสารอ้างอิง

เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์, เรียนรู้วิถีสู่ความสำเร็จ, ซัคเซสมีเดีย, กรุงเทพฯ, 2539.

        , ลายแทงนักคิด, ซัคเซสมีเดีย, กรุงเทพฯ, 2544.

ณรงค์วิทย์ แสนทอง, กล้าเปลี่ยนแปลง, ซีเอ็ดยูเคชั่น, กรุงเทพฯ ,2547.

ประเวศ วะสี , เส้นทางนรก เส้นทางสวรรค์, หมอชาวบ้าน, พิมพ์ครั้งที่ 20, กรุงเทพฯ,2539.

        , วิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 สู่ภพภูมิแห่งการพัฒนา , มูลนิธิสดศรี – สฤษดิ์วงค์ , กรุงเทพฯ, 2545.

รุ่ง แก้วแดง , ครูสมพร : คนสอนลิง , มติชน ,พิมพ์ครั้งที่ 10 , กรุงเทพฯ , 2545.