ใครเป็นคนไฟแรงสูงบ้างคะ


พออากาศหนาวๆ เอาละ เวลาจะเปิดประตู office ต้องระวังให้ดี ไฟจะช๊อตทุกทีสิน่า

ช่วงนี้ดูจะเป็นสาวมีไฟค่ะ ไม่ได้ว่าขยันเรียน แต่... แตะอะไรเป็นโดนไฟช๊อตตลอดเลย เฮ้อ...

เช่น

  • ประตูเข้า office จับทีก็ดูดที ถ้าจะจับ ต้องเอาแขนเสื้อหุ้มมือไว้หน่อย
  • ปุ่มกด lift ที่ดูจะไม่ใช่โลหะ แต่เหมือนโลหะ ก็ยังดูดผู้เขียนเลย
  • แย่กว่านั้นก็ผ้าห่ม ก็นอนห่มๆ อยู่ก็ช๊อตอ่ะ -_-"

เรื่องของเรื่อง ช่วงสองสามวันมานี้อากาศเย็นลง เริ่มเข้าหน้าหนาวแล้วล่ะมั้ง อากาศมีความชื้นต่ำลง คืออากาศแห้งนั่นเอง

ผลก็คือ เมื่อคืนตื่นมาจะไปเข้าห้องน้ำ เอามือเปิดผ้าห่ม เพื่อเอาตัวออกมา เกิดประกายไฟขึ้น เสียงดังเปรี้ยๆ สีเขียวอีกตะหาก (เพราะขอบถุงมือสีเขียว) ตกกะใจหมด แต่นึกว่าฝันๆ ไปเข้าห้องน้ำกลับมาห่มผ้าจะนอน ก็เกิดประกายไฟที่ผ้าห่ม อีก... เอ้า... ทำไงล่ะเนี่ย จะไม่ห่มก็หนาวสิ มึนๆ นึกว่าฝัน...ก็นอนต่อไป

เช้ามามานึกทบทวน ไม่ได้ฝันแน่ๆ ลองเอาผ้าห่มมาดู ยังมีเสียงเปรี้ยๆ อยู่ แต่มองไม่เห็นประกายไฟ เพราะเช้าแล้ว มีแสง (เมื่อคืนมืด เห็นแสงประกายไฟชัดเชียว)

ผ้าห่มที่ว่าคือ ผ้าสารู (เหมือนผ้าห่มเด็ก นิ่มๆ) ห่อตัวข้างใน มันไม่จับความเย็นดี แล้วห่มทับด้วยผ้านวม ผิวสัมผัสของผ้านวมเย็นกว่า เลยห่อตัวด้วยผ้าสารูก่อน

สรุปว่า มันคือ

ไฟฟ้าสถิต ชัวร์ๆ

ไฟฟ้าสถิต หรือที่เรียกว่า eletrostatic or static eletricity แล้วยังไงล่ะคะ จะนอนเป็นมนุษย์ไฟฟ้ายังไงเนี่ย

ปัจจัยทำให้เกิดไฟฟ้าสถิต

เกิดจากประจุไฟฟ้าขั้วบวก ขั้วลบบนผิวสัมผัสไม่เท่ากัน ทำให้เกิดแรงดึงดูดกันและกัน มักจะเกิดกับวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า ฉนวน และเกิดบ่อยในประเทศเมืองหนาว

ใครมีวิธีแก้ไฟฟ้าสถิตมั้ยเอ๋ย กะว่าเดี๋ยวตอนกลางวันจะลองเดินเท้าเปล่าห่มผ้าห่มไปเดินบนสนามหญ้า ดีมั้ยนะ หุหุ ให้ไฟมันลงดิน คนจะว่าบ้ามั้ยนะ

เท่าที่อ่านในเว็บ

ก็มีแต่บอกว่าเอาหลักการของไฟฟ้าสถิตไปทำประโยชน์เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร scanner printer หรือเครื่องตัดผ้าในโรงงาน

มีแต่วิธีจะทดลองให้เกิดไฟฟ้าสถิตได้ยังไง

แต่วิธีจะกำจัดล่ะค่ะ ใครมีความเห็นไงบ้างเอ่ย นอนๆ เป็นสะดุง ไฟจะช๊อตตาย แง้แง

...

-__-"

 

 

หมายเลขบันทึก: 98195เขียนเมื่อ 24 พฤษภาคม 2007 07:34 น. ()แก้ไขเมื่อ 16 มิถุนายน 2012 22:01 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (18)

Morpheus: “We don’t know who struck first, us [humans] or them [the machines]. But we know that it was us that scorched the sky. They were dependent on solar power and it was believed that they would be unable to survive without an energy source as abundant as the sun.

“Throughout human history, we have been dependent on machines to survive. Fate, it seems, is not without a sense of irony.

“The human body generates more bioelectricity than a 120-volt battery. And over 25,000 BTUs of body heat. Combined with a form of fusion the machines had found all the energy they would ever need.

“There are fields, Neo, endless fields where human beings are no longer born. We are grown.

“For the longest time, I wouldn’t believe it. And then I saw the fields with my own eyes, watched them liquefy the dead, so they could be fed intravenously to the living. And standing there facing the pure, horrifying precision, I came to realize the obviousness of the truth.

“What is the Matrix? Control. The Matrix is a computer-generated dream world built to keep us under control in order to change a human being into this.”

 

A battery

Now a University of Pennsylvania biologist has started us down the road to making the Matrix a reality.

Today’s tech-savvy soldier with night-vision goggles, radio and wearable computer is primarily battery-powered. Now biologist Lawrence Rome of the University of Pennsylvania has found a far better way to recharge the 21st- century soldier—and civilian, for that matter. The solution, funded by the U.S. Office of Naval Research and the National Institutes of Health, is a backpack that harnesses the up-and-down motion of the hips when a person walks and converts the mechanical energy into electricity. “I pulled my 30-year-old external-frame backpack out of my closet,” Rome says. Weighting the pack, he set it on springs so that it would bounce with each step and then coupled it to a generator. Carrying weights of between 44 and 84 pounds, testers generated up to 7.4 watts, more than enough to directly power a full flight of electronic gear or to recharge batteries as they die.

'(^-------^)'

สงสัยต้องหาแฟนช่วยถ่ายประจุจ๊ะ

 

สวัสดีค่ะคุณ Man in Frame P
ภาษาอังกฤษล้วนๆ เลย หุหุ
...
อ่าน อ่าน อ่าน
...
... 
โห ร่างกายเรามีไฟตั้ง 120 V เชียวหรอ
ว่าแต่...
ประโยคสุดท้ายเนี่ยสิ ต้องหาจริงๆ -___-"
ต้องบอกวิธีหาด้วยสิคะ
^___<
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

"สงสัยต้องหาแฟนช่วยถ่ายประจุจ๊ะ"

Man In Flame

อิอิ

555

น้องแนน ไฟดูด แสดงว่ากำลังจะมีคู่แล้วซิ

อ่าน อ่าน อ่าน

หุหุ

แหะ ๆ

มะค่อยแน่ใจว่าเข้าใจรึเปล่า

อาจารย์ 

P

หรือ

น้องแนน ขอสรุปอีกทีหน่อยค่ะ รู้เรื่องดีมากแค่ประโยค สุดท้าย ฮา

แต่แต่งงาน แล้วก็ ยังโดนดูด  เปรียะ เรื่อยเลยค่ะ ต้องแต่งเพิ่มรึเปล่า

หรือต้องถ่ายประจุบ่อยๆ  กว่าเดิม ยิ้ม ๆ

สวัสดีคุณเอก

 

เอ...ตัวจริงรึเปล่าเนี่ย ไม่ ลงชื่อเข้าระบบ แล้วยังมาทำหัวเราะแปลกๆ อีก

 

หุหุ

 

*^___,^*

สวัสดีตาหยู P
อะไรกัน เค้าให้ช่วยหาวิธีแก้ มาแปลเป็นกำลังมีคู่เนี่ยนะ ไฟดูดเนี่ยนะ
งึมงำๆ
^'___'^
สวัสดีค่ะพี่หมอรวิวรรณ P
วันนี้เจอกันหลายบันทึกเลย ^___^
อ่าน อ่าน และอ่าน
ได้ความว่าคุณ Man in Frame ชอบ Matrix ถึงขั้นนะคะ อิอิ
ไว้รอ Pann state U. คิด Matrix ได้ว่าจะออกมาเป็นรูปแบบไหน เราค่อยมาว่ากันต่อเน้อะ
ว่าแต่ คุณ Man in Frame ทิ้งไว้ประโยคเดียวเนี่ย เป็นประเด็นเลยนะคะเนี่ย
แล้วถ้าแต่งงานแล้ว ต้องถ่ายเทประจุกันบ่อยๆ เนี่ย ฮืม...ระวังไฟฟ้าลัดวงจรนะคะ อิอิ
^____^

ต่อสาย ground สิครับ....ไฟฟ้ามันคงต้องมีที่ลงนะครับ... : -)

 หาคนถ่ายประจุ ก็ระวังไฟลัดวงจรด้วย

โอชกร

แล้วเวลาผมไปออกงานถ่ายภาพ  ร่างกายผมกับกล้องจะมีโอกาสที่จะช๊อตกันมั้ย??

กล้องผมใส่แบตสองก้อนก้อนละ1500 มิลลิแอมป์ 2 ก้อนใส่พร้อมกันกับแฟลชภายนอก AAx4 ก้อนละ 2500 มิลลิแอมป์

 

  • ไฟฟ้าสถิตย์(eletrostatic or static eletricity) เกิดขึ้นจากการถ่ายเทหรือเคลื่อนที่ของอิเลคตรอนอิสระของวัตถุสองชนิดโดยมีควมชื้นของอากาศเป็นสื่อนำ 
  • ไฟฟ้าสถิตย์ยังไม่สามารถเก็บได้ในรูปของพลังงาน  ถึงแม้ว่าจะมีแรงดันสูงมากๆ เช่น ฟ้าผ่า 
  • ถ้าไม่อยากให้เกิดไฟฟ้าสถิตย์เราต้องควบคุมอุณหภูมิของร่งกายหรือวัสดุต่างๆให้เท่ากันหรือไกล้เคียงกันให้มากที่สุด 
  • ตัวอย่างของคุณ IS เกิดกับผ้าห่มนอน  แนะนำให้นำผ้าห่มมาแกว่งในอากาศหลายๆรอบ เพื่อให้ประจุไฟฟ้าในผ้าห่มถ่ายเทไปกับอากาศเสียก่อนครับ
  • เมืองไทยก็เกิดบ่อยครับ เมื่อไกล้ถึงฤดูหนาว ชอบเกิดกับผ้าสำลี,ผ้าลินิน,ผ้าที่ทำมาจากขนสัตว์ หรือผ้าใยสังเคระห์

ตัวอยางทางไฟฟาสถิตที่เกิดจากการขัดสีที่ความชื้นสัมพัทธ 50%-การเดินภายใน Line ผลิต7,500 Volt-การเคลื่อนไหวของพนักงานในบริเวณโตะทํางาน400 Volt-การจับถือพลาสติก3,000 Volt-การเคลื่อนที่ไปมาขณะนั่งเกาอี้3,000 Volt-การ Spark ขณะจับลูกบิดประตู20,000 VoltESD

สวัสดีค่ะคุณโอชกร P
ต่อสายดินเลยหรอคะ จะต่อยังไงดีเอ๋ย ไฟฟ้าสถิตมันเกิดจากฉนวน แล้วก็พักอยู่ชั้น 3 ด้วยล่ะ อิอิ
ว่าแต่...หาคนมาถ่ายเทประจุเนี่ย ไฟฟ้าจะลัดวงจรยังไงหรอคะ ก็สื่อมันเป็นฉนวนนะ หุหุ
^___<
สวัสดีค่ะคุณโก้ P
คุณโก้กับกล้องไม่น่าจะช๊อตกันนะ
เพราะกล้องเค้าคงออกแบบไว้ดีแล้วไม่น่าจะมีไฟรั่วได้นะคะ
แต่ถ้ามือนึงถือกล้อง อีกมือนึงจับสายไฟไม่หุ้มฉนวนต่อไฟฟ้าอยู่ ก็อาจจะช๊อตได้นะคะ แฮะๆ ล้อเล่นๆ
การช๊อตจากถ่าน AA ไม่น่าจะทำให้หนักนะ แค่จิ๊ดๆ แหละมั้งคะ
:-P

สวัสดีค่ะคุณ Anurak

ตัวหนังสือใหญ่มั่กมาก ตกใจหมดเลย นึกว่าโฆษณา

 

ดูๆ แล้ว มีไฟฟ้าสถิตเกิดขึ้นได้เยอะแยะมากเลยนะคะ แต่ spark จากลูกบิดประตูเนี่ย ดูจเยอะจังนะ

ขอบคุณค่ะ

^____^

สวัสดีค่ะคุณสะ-มะ-นึ-กะ P
งงตัวเองว่าเขียนกระโดดข้ามไปได้ยังไง สงสัยคุณ Anurak เขียนตัวใหญ่ไปหน่อย
แนะนำให้นำผ้าห่มมาแกว่งในอากาศหลายๆรอบ เพื่อให้ประจุไฟฟ้าในผ้าห่มถ่ายเทไปกับอากาศเสียก่อนครับ
ขอบคุณมั่กมากเลยค่ะ เป็นคำแนะนำที่ work มาก
สองสามวันมานี่ก่อนนอนเลยเปิด heater ให้ห้องมันอุ่นๆ แล้วเอาผ้าห่มมาแกว่งๆ หน้า heater แล้วรู้สึกว่าไม่มีไฟฟ้าสถิตเวลานอนแล้ว เย้ๆๆๆ
ขอบคุณค่ะ
^____^

ช่วงหน้าหนาว มีปัญหากับรถเหมือนกันครับ จับขอบประตู - หน้าต่าง แล้วโดนดูดประจำเลย  เลยลองไปซื้อพวงกุญแจกันไฟฟ้าสถิตย์ ที่ร้านขายของญี่ปุ่น 60 บาทครับ ถือไว้แล้วจิ้มกับประตูรถก่อนจับ ก็จะไม่ดูด (ไม่ต้องกลัวเป็นรอยเพราะเค้าหุ้มยางไว้)    ก็พอแก้ปัญหาได้ แต่ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่  

เป็นเหมือนกันค่ะขอบคุณที่ให้คำแนะนำ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี