ไม่ได้เขียนบันทึกมาหลายวันแล้ว นับตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา มีภารกิจส่วนตัวที่สำคัญมากมาย เพราะว่าต้องเตรียมการให้คนที่บ้านเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศหนึ่งสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่หาซื้อของ ทั้งที่รู้ว่าจะเดินทางแต่ คนที่จะไปเองไม่ได้กระตือรือร้นเท่ากับคนที่ไม่ได้ไป นับเป็นครั้งแรกที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวนานที่สุดถึงหนึ่งสัปดาห์กับเจ้าสี่ขาสองตัวจอมยุ่ง
หลังจากที่เขาออกเดินทางเมื่อวันอาทิตย์ตอนเย็น ก็เริ่มคิดว่าในหนึ่งสัปดาห์นี้เราต้องรับผิดชอบขับรถเองทั้งเช้า ทั้งเย็น ไม่ได้นั่งเป็นคุณนายเหมือนเดิม ทำให้รู้สึกกังวลว่าจะต้องตื่นเช้าขึ้นเพื่อหลีกปัญหาการจราจรของเส้นทางหลักที่จะต้องใช้สัญจรทุกวัน เพราะตั้งแต่มาอยู่บ้านหลังนี้ ถนนรัตนาธิเบศร์ไม่เคยว่างเว้นจากการทำถนนเลย ไม่ขยายถนน ก็ทำสะพานกลับรถตลอดสาย ตอนนี้ก็ขยายอีก และทำสะพานเพิ่ม พอมาขับรถเอง ก็เห็นว่า อ้าว นี่รถวิ่งมาครบระยะต้องเข้าศูนย์เพื่อตรวจเช็ค ก็ต้องวางแผนอีกว่าจะเอาไปวันไหนดีที่ไม่กระทบกับเวลางาน แล้วเราจะคุยกับช่างรู้เรื่องไหมว่าต้องทำอะไรบ้าง ปกติแล้วคนขับรถจะให้เราเอารถไปเข้าศูนย์ ก็จะสั่งเป็นรายการมาเลย นอกจากนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่า ได้เวลาสลับยางรถยนต์หรือยัง มาดูใบบันทึกการเปลี่ยนยาง นี่ก็เลยมาตั้งหลายพัน กม.แล้ว ไม่ได้สลับครั้งที่สองเลย
เมื่อวันจันทร์เพื่อนที่ทำงานฝากซื้อยาที่ร้านแม่สามีเพราะราคาถูกกว่าร้านแถวที่ทำงาน เราก็อยากช่วยเขา โดยออกจากที่ทำงานประมาณสองทุ่มหลังจากไปเรียนโยคะที่ศูนย์กีฬาของบริษัท นี่ก็เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันที่ไปที่ร้านแล้วได้คุยกับแม่สามีนานถึงหนึ่งชั่วโมง ปกติมาทำธุระเสร็จเดี๋ยวก็กลับเพราะหน้าร้านจอดรถนานไม่ค่อยได้ หรือบางทีเขาก็ยุ่งกับการขายยา คราวนี้เลยมีโอกาสได้แนะนำวิธีการอธิษฐานจิตก่อนใส่บาตร การอุทิศผลบุญกุศลที่ได้ทำให้แก่บรรพบุรุษ เจ้ากรรมนายเวร และเทวดาประจำตัว นอกจากนั้นยังได้นำบทเรียนที่ได้จากการไปปฏิบัติธรรมที่วัดธรรมอุทยานมาเล่าให้แม่สามีฟัง เพื่อช่วยให้เขาสบายใจ จิตสงบลง ลดความคิดวิตกกังวลของคนมีอายุที่มีอย่างมากมายเกี่ยวกับลูกที่แม้จะโตกันขนาดไหน แม่ก็ยังห่วงนั่น ห่วงนี่ตลอดเวลา รู้สึกว่าดีมากที่ทำให้เขาเชื่อและสบายใจขึ้นมาบ้าง จากตอนแรกที่คอยโทรถามตลอดว่าลูกชายติดต่อกลับมาบ้างไหม เขาจะเป็นยังไง จะไม่สบายหรือเปล่าเป็นห่วงขนาดเอาไปฝันต่างต่างนานา
นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว รู้สึกว่า เออ ก็ดีเหมือนกันนะ มีเวลาได้อยู่คนเดียวแล้วตรึกตรองว่ามีอะไรต้องทำบ้าง ที่ยังไม่ได้ทำ ได้ทำอะไรที่แตกต่างจากชีวิตประจำวัน เพราะเมื่อต้องมาถึงที่ทำงานเช้ากว่าปกติ ก็มีเวลาเดินออกไปซื้อของกินหน้าบริษัท ได้พูดคุยกับคนขายของ ได้ช่วยเสียสละคิวการซื้อของให้คนที่รีบไปส่งลูก ให้รีบไปก่อน ได้คุยกับแม่บ้านทำความสะอาดก็เลยรู้ว่าเขามีอาการไมเกรนบ่อยๆ ทำให้มีโอกาสให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองเพื่อให้เขาทุเลาลง อย่างน้อยก็ทำให้เขารู้สึกดีที่มีคนห่วงใย
มิน่าล่ะ ถึงได้มีหนังสือ เขียนว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นดีเสมอ
การอยู่คนเดียวบ้าง ทำให้เรามีอิสระกับตนเอง ได้ดูแลตนเอง มีโลกส่วนตัวบ้างก็เป็นความสุขอีกแบบเนอะ แม้จะเหงาบ้าง แต่บางครั้งก็เหงาอย่างมีสุข...ยิ้ม ยิ้ม สู้ๆๆๆ
อิจฉาพี่นะได้อยู่คนเดียว... อิสระดี ผมเคยคิดเหมือนพี่อยากอยู่แบบไม่มีลูก และปล่อยให้เขาไปอยู่กับคุณย่าช่วงปิดเทอมตามที่ร้องขอ เขาจะชอบเพราะได้วิ่งเล่นตามสวนกว้างๆ ไม่ต้องมาอยู่ในรั้วแคบๆในเมือง ......แต่ไม่เกิน 2 วัน อดคิดถึงไม่ไหวต้องขับรถไปหา
พี่คงเหงาไปใหญ่ซินะที่อยู่บ้านคนเดียว มาทำงานก็ไม่มีน้องๆมาพูดคุย ซักถามเหมือนตอนอยู่ HRD กลับมาไหมพี่!!!555
ขอบคุณนะคะ เสมาที่เป็นห่วงพี่ เรื่องอยู่บ้านไม่ค่อยเหงาหรอก เพราะมีเรื่องให้ทำเยอะ เช่น อ่านหนังสือ ยังอ่านไม่ทัน ออกกำลังกาย
สำหรับเรื่องงานก็จริงนะ ไม่ค่อยมีน้องๆ มาปรึกษา มีแต่เราต้องไปปรึกษาเรียนรู้จากคนในทีมอื่น เพราะเป็นเรื่องใหม่หลายอย่างที่เรายังไม่รู้
สวัสดีค่ะ อ.แป๋ว
คิดถึง พี่ อ.แป๋วมาก ช่วงนี้ส้มไม่ค่อยได้เข้า G2K เพราะมีปัญหาเรื่องเครื่องคอมที่บ้าน ส่วนที่บริษัทก็เข้า network ได้ช้ามาก MSN ก็เข้าไม่ได้ ทำให้ขาดการติดต่อกับสมาชิกหลายท่าน สัปดาห์หน้าก็จะต้องไปทำ project management ที่อัมพวากับบรรดา Inno Fa ใกล้จะจะจบกระบวนการอบรม Inno Fa แล้วค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ..citrus
กลับมาดูว่า....ทำไมไม่เข้าใจกัน ไม่รู้นะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครูอ้อย
ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่คุณครูอ้อยให้เกียรติเข้ามาพูดคุย ทำให้รู้สึกว่าเรามีเพื่อนเยอะขึ้น
ที่คุณครูอ้อย พูดมา ตรงใจ citrus มากเลยค่ะ บางทีก็ชอบอยู่คนเดียว เพราะทำให้เราไม่ต้องเครียดกับเรื่องคนอื่นทั้งในบ้าน นอกบ้าน สงบจิตได้ง่ายค่ะ
ถ้ามีคนอยู่ด้วย แต่ไม่เข้าใจกัน ก็ต้องเหนื่อยปรับความเข้าใจ ซ้ำร้ายบางทียิ่งพูด ยิ่งทะเลาะกันอีกนะคะ
สวัสดีค่ะ
สงสัยยุ่งๆ ไม่ได้ดูบันทึกงานกล้วยไม้ที่นำมาลงนะคะ
http://gotoknow.org/blog/goodliving/97664<p>นำรูปมาฝากค่ะ
</p>