ในห้องเรียนแห่งหนึ่งกับการก้าวเข้ามาของอาจารย์ภาษาอังกฤษที่หอบดิกชันนารี่เล่มโต มันเป็นชั่วโมงที่น่าเบื่อหน่ายของใครหลายคน แต่มันเป็นชั่วโมงที่เด็กชายสมชายตั้งใจมาก เพราะสมชายคือเด็กชายที่เรียนดีที่สุดในห้อง เขาเรียนได้เกรดสี่ทุกวิชา ยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษ สมชายไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษได้ เกรดสี่เลย มันก็แค่ได้สามบ้าง สองบ้างถ้าเขามีเวลาเตรียมตัวน้อย ครูสมศรี เริ่มสอน เด็กในห้องหลายคนเริ่มคุยกัน สมชายมองครูด้วยความตั้งใจฟัง เมื่อครูสมศรีหยุด และบอกให้นักเรียนทุกคนเอาสมุดขึ้นมาจดศัพท์ สมุดจดศัพท์ ที่ทุกคนถูกบังคับให้ จดคำศัพท์ความหมาย คำอ่าน พร้อมกับความคาดหวังว่าทุกคนจะจำศัพท์ในนั้นได้ สมุดที่มีคำใหม่ๆ เข้ามาทุกวันมากมาย มีแต่สมชายเท่านั้นในห้องที่ท่องมัน ส่วนคนอื่นๆ จดไปเพื่อมีส่งครู พร้อมกับทิ้งขว้างเมื่อเขากลับถึงบ้าน สมุดที่ทุกคนใช้มันจำตอนสอบแล้วก็ลืมศัพท์หลังจากนั้น สมุดที่ไม่เคยทำให้ศัพท์ ซึมซับเข้าไปในจิตใจของใครหลายคนได้เลย เพราะศัพท์ที่นักเรียนจดลงไปมาจากคำบอกของครูสมศรี ( นักเรียนวันนี้ เธอต้องจำคำว่า famous decade celebration enormous extinguish perish violent execution)ทุกคำไม่มีความหมายผุดขึ้นกลางสมองของนักเรียน กับการบอกศัพท์ที่เป็นเหมือนขบวนรถไฟ (เอาล่ะจดลงไป ) วันแล้ววันเล่าสมุดศัพท์เล่มที่สมชายบรรจงเขียน ดูเหมือนสิ่งที่มีค่าสำหรับเขา แต่เขาไม่เคยจดจำความหมายของศัพท์เหล่านั้นได้อย่างแท้จริงเลย
มีประโยชน์หรือเปล่าถ้าจดแล้วจำไม่ได้ แล้วถ้าจดแล้วจดอย่างไรจะจำได้ หรือไม่ควรจะจดเลย
สวัสดี่ค่ะคุณน้อง.. ฉัตรชัย
ขอบคุณค่ะ..ที่ทำให้นึกถึงเวลาตื่นเต้นที่จะท่องคำศัพท์และจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ
สวัสดีครับพี่สิริพร
ขอบคุณครับที่เล่าประสบการณ์ของพี่และเป็นตัวอย่างที่ดีนะครับ เรียนภาษาต้องรู้สึกสนุกที่ได้จำ จริงๆ ที่จริงสมุดคำศัพท์นั้นมีค่ามาก ถ้าได้บันทึกประสบการณ์ ศัพท์ ที่เราเรียนไปใหม่ๆด้วยความสนุกสนาน แต่มันจะไม่มีค่าเลย ถ้าต้องจำศัพท์ที่เราเหมือนถูกบังคับให้จำ บางทีอยากให้นักเรียนกับครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าคำไหนเราควรจะจำเพราะใช้บ่อย เป็นศัพท์เกี่ยวกับไวยกรณ์ที่ใช้บ่อย หรือไม่จำ เช่นเพราะยากเกินไป หรือความถี่ที่ใช้น้อยเกินไป สมุดศัพท์ผมจะจดน้อยมาก เพราะส่วนมากผมจะใช้การอ่านแล้วจำจากเจอคำนั้นบ่อยๆ ถ้าคำนี้เจอไม่บ่อยก็จะจดลงไปบ้างครับถ้าคิดว่ามันสำคัญ ขอบคุณอีกครั้งครับที่ร่วมแสดงความคิดเห็น
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ
การเรียนรู้ผมเห็นว่าปัญหาส่วนมากคือการมีโอกาสทบทวนของเด็ก การทบทวนด้วยตัวเองคือการเอาความรู้ของคุณครูมาเข้าใจในคำพูดหรือความหมายของเขา จุดนี้หลาย class ได้พลาดไปทำให้ เหมือนตักน้ำใส่ตุ่มรั่ว จุดประสงค์ของสมุดคำศัพท์คือสิ่งนี้ ถ้าอาจารย์ให้เด็กเดาความหมายของศัพท์อาจได้ความหมายที่คล้ายๆกันแต่อาจแตกต่างกันเล็กน้อย เช่น discuss ถก เถียง ใช้เหตุผล คุยกันหาทางออก หรืออภิปราย ให้เด็กจำความหมายที่เด็กรับรู้เกี่ยวกับศัพท์คำนั้นจะทำให้เด็กจำได้ดีกว่า ความหมายที่ครูบอกว่ามันแปลว่าอย่างนี้นะ ผมชอบไอเดีย ธนาคารคำศัพท์ของอาจารย์มาก แต่ยังเชื่อในหลักการเรียงลำดับความสำคัญของศัพท์ เพราะบางทีศัพท์บางตัวเด็กจะได้รู้เพียงครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วอีกหลายปี เขาถึงจะได้เจออีก ความคิดผมอาจารย์อาจจะต้องกำหนด ขอบเขตความสำคัญของศัพท์ อาจจะบอกว่า ศัพท์ตัวนี้มีค่า ห้าร้อยบาท(ถ้าใช้บ่อย เช่น although such as ศัพท์ตัวนี้มีค่าห้าบาท เช่น แล้วน่าจะมีรางวัลล่อใจหน่อย นะครับ ฝากเงินยังได้ดอกเลย ฝากศัพท์น่าจะได้ใบประกาศหรือรางวัลดินสอสักโหลหนึ่ง 55
ผมมีประสบการณ์การเรียนภาษาจีน จดหมดทุกคำ แต่เชื่อไหมครับจำไม่ค่อยได้ ที่จำคำศัพท์ได้มันมาจากการพูดและเขียนเรียงความมากกว่า เลยคิดว่าปัญหาน่ามาจากศัพท์เหล่านั้น มันไม่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ (meaningful) ไม่รู้คำไทยใช้อะไร